สปสช.ยัน ไม่ลอยแพผู้ป่วย โควิด ยังรักษาฟรีเหมือนเดิม!

สปสช.ยัน ไม่ลอยแพผู้ป่วย โควิด ยังรักษาฟรีเหมือนเดิม เพียงแต่อยู่ในการเตรียมพร้อม เดินหน้าจาก โรคโควิด เป็น โรคประจำถิ่น ตามนโยบายรัฐ
สปสช.ยัน ไม่ลอยแพผู้ป่วย โควิด ยังรักษาฟรีเหมือนเดิม!

สปสช.ยืนยันไม่ได้ลอยแพ ผู้ป่วยโควิด หลัง 1 ก.ค. 65 ยังรักษาฟรีเหมือนเดิม!

เมื่อวานนี้ (30 มิ.ย. 65) สปสช.ยืนยันไม่ได้ลอยแพผู้ป่วยโควิด หลังวันที่ 1 ก.ค. 65 ยังรักษาฟรีเหมือนเดิม เพียงปรับแนวทางการ “จ่ายค่าบริการสาธารณสุข” โรคโควิด ให้หน่วยบริการเพื่อรองรับการเป็นโรคประจำถิ่นตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด สปสช. ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ย้ำ! ประชาชนยังคงได้รับการดูแลรักษาพยาบาลตามสิทธิของตนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้รายงาน สถานการณ์โควิด ในประเทศไทยว่า มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยหนักลดลงต่อเนื่อง ไม่พบการระบาดเป็นวงกว้างต่อเนื่อง จำนวนเตียง ยา และเวชภัณฑ์ มีเพียงพอต่อการให้บริการได้ตามมาตรฐาน รัฐบาลจึงมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับการเดินหน้าไปสู่โรคประจำถิ่นอย่างปลอดภัย ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมในการดำเนินการรองรับการเดินหน้าไปสู่โรคประจำถิ่น

โดยประชาชนยังคงได้รับการดูแลรักษาพยาบาลตามสิทธิสุขภาพที่ตนมีอยู่ ทั้งนี้แม้ว่าโรคโควิด-19 จะเข้าสู่โรคประจำถิ่น แต่ถือว่ายังเป็นโรคหนึ่งโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงมีแนวคิด “Health for Wealth” ที่มุ่งคืนระบบบริการการแพทย์แก่ประชาชนทุกคนทุกโรค และประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับ โควิด ได้

ขอบคุณรูปภาพจาก: สปสช.

นพ.จเด็จ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของ สปสช.นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมตามนโยบายรัฐบาลเพื่อรองรับการเดินหน้า โควิด สู่ โรคประจำถิ่น เช่นกัน โดยจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ในวันที่ 4 ก.ค. 2565 นี้ อย่างไรก็ตามมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2565 สปสช.จะลอยแพผู้ป่วยโควิด-19 จึงขอชี้แจงและยืนยันว่า ไม่มีการลอยแพผู้ป่วยโควิด!!! ผู้ป่วยยังคงได้รับการรักษาฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายเหมือนเดิม

โดยหลังจากนี้หากประชาชนมีอาการเข้าข่ายว่าจะติดโควิด สามารถขอรับชุดตรวจ ATK ที่ร้านขายยาใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอปเป๋าตัง หรือใช้บัตรประชาชนไปรับเพื่อตรวจยืนยันได้ทันที หากขึ้น 2 ขีด คือผลเป็นบวกว่าติดเชื้อโควิด กลุ่มที่มีอาการไม่มาก หรือกลุ่มสีเขียวเข้ารักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกที่หน่วยบริการประจำตามสิทธิ หรือหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งจะได้รับการดูแลรักษาตามแนวทางเจอแจกจบของกระทรวงสาธารณสุข หรือ โทร.ประสานร้านขายยาตามรายชื่อที่อยู่ในเว็บไซต์ สปสช.เพื่อรับยาตามโครงการเจอแจกจบที่ร้านขายยาได้เช่นกัน

กรณีเป็นกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่ม 608 หรือมีอาการรุนแรง จะถูกพิจารณาให้พบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษา หากแพทย์ให้การรักษาแบบใดตามดุลพินิจของแพทย์ สิทธิรักษาพยาบาลของแต่ละท่านก็จะดูแลครอบคลุมหมด ในส่วนของผู้ป่วยสิทธิ บัตรทอง 30 บาท สปสช.ก็ดูแลค่าใช้จ่ายครอบคลุมทั้งหมดเช่นกัน หากแพทย์มีดุลพินิจให้รักษาแบบ Home Isolation หรือเป็นผู้ป่วยในต้องแอดมิทนอนโรงพยาบาล ก็อยู่ในความครอบคลุมของสิทธิประโยชน์เช่นกัน หากมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินตามเกณฑ์สีเหลือง-แดง ก็ใช้สิทธิ UCEP Plus เข้ารักษาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ในส่วนของสายด่วน สปสช. 1330 หลังจากวันที่ 1 ก.ค. 2565 ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่จำเป็นต้อง โทร.แจ้ง แต่หากมีข้อสงสัยว่าจะต้องทำอย่างไร โทร.มาสอบถามขั้นตอนได้ หรือหากมีอาการแย่ลงจะต้องทำอย่างไรต่อ หรือต้องการประสานหาเตียงเข้ารักษาในโรงพยาบาลก็โทรมาได้เช่นกัน

ขอบคุณรูปภาพจาก: สปสช.

ขณะที่เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การยกเลิกกรณีที่มีเหตุสมควรเกี่ยวกับโรคโควิด 19 เพื่อรองรับการเป็นโรคประจำถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕

ด้วยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติในการประชุมครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 เห็นชอบมาตรการรองรับการเปลี่ยนผ่านการระบาดของโรคโควิด 19 สู่การเป็นโรคประจำถิ่น ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแผนและมาตรการการบริหารจัดการสถานการณ์โรคโควิด 19 สู่โรคประจำถิ่น (Endemic Approach to COVID -19) เพื่อให้ประชาชนจะกลับมาดำเนินชีวิตภายใต้ การใช้ชีวิตวิถีปกติใหม่ จึงสมควรยกเลิกกรณีที่มีเหตุสมควรในการเข้ารับบริการของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการเข้ารับบริการตรวจคัดกรอง บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยืนยันการติดเชื้อโรคโควิด 19 สำหรับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามดุลยพินิจของแพทย์ และการเข้ารับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอื่นที่เกี่ยวกับโรคโควิด 19 ตามความจำเป็นของผู้มีสิทธิ ในสถานบริการอื่น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 10 วรรคสอง แห่งข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุข กรณีที่มีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุ หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน พ.ศ. 2560 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการประชุม ครั้งที่ 6/2565 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การยกเลิกกรณีที่มีเหตุสมควรเกี่ยวกับโรคโควิด 19 เพื่อรองรับการเป็นโรคประจำถิ่น พ.ศ. 2565 ”

ข้อ 2. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

ข้อ 3. ให้ยกเลิกประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง กำหนดกรณี ที่มีเหตุสมควรและอัตราค่าใช้จ่ายที่หน่วยบริการมีสิทธิได้รับ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564

ข้อ 4. ให้ยกเลิกประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง กำหนดกรณี ที่มีเหตุสมควรและอัตราค่าใช้จ่ายที่หน่วยบริการมีสิทธิได้รับ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

ขอบคุณข้อมูลจาก: สปสช.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co