สหรัฐฯ เตรียมบริจาคไฟเซอร์ 1 ล้านโดส พร้อมเงิน 5 ล้านเหรียญ ให้ไทย

ยื่นมือช่วย! รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมบริจาคไฟเซอร์ 1 ล้านโดส พร้อมเงิน 5 ล้านเหรียญ ให้ไทย ฝ่าวิกฤตโควิด!
สหรัฐฯ เตรียมบริจาคไฟเซอร์ 1 ล้านโดส พร้อมเงิน 5 ล้านเหรียญ ให้ไทย

ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ช่วยไทยไม่หยุด

วานนี้ 10 ส.ค.2564 สำนักข่าวรอยเตอร์ เผยว่า เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน เผยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเพื่อรับมือสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นซึ่งกำลังซ้ำเติมวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงของเมียนมา ว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังจะมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมามูลค่ามากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ (1,673 ล้านบาท) ขณะเดียวกัน สหรัฐก็จะมอบความช่วยเหลือแก่ไทย 5 ล้านดอลลาร์ (167 ล้านบาท) เพื่อใช้ต่อสู้กับการระบาดของไวรัส โดยลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เป็นผู้ประกาศข่าวนี้ระหว่างเดินทางเยือนไทยในวันอังคาร

ขณะเดียวกันด้านเว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทย เผยแพร่คำกล่าวโดยเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ ลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ ณ ศูนย์ฉีดวัคซีน โรงพยาบาลเมดพาร์ค วันเดียวกัน ระบุว่า เธอเดินทางมาที่นี่วันนี้ในฐานะตัวแทนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อเน้นย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อชาวไทยระหว่างวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ และรู้สึกยินดีที่มีโอกาสได้เห็นการดำเนินการของไทยในการฉีดวัคซีนและปกป้องประชาชนด้วยวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐฯ ได้มอบให้เร็วๆ นี้

"สำหรับประเทศไทย เราได้จัดส่งวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1.5 ล้านโดสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งดิฉันเพิ่งจะได้เห็นการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลแห่งนี้ เรายังภูมิใจที่จะจัดส่งวัคซีนอีก 1 ล้านโดสเร็ว ๆ นี้ด้วย"

โดยโทมัส-กรีนฟิลด์ เผยว่า

"เรายังทราบอีกว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการรับมือกับความต้องการด้านมนุษยธรรม อันเป็นผลจากวิกฤตการณ์ในพม่า

    ดังนั้น ในวันนี้ ดิฉันภูมิใจที่จะประกาศว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะมอบความช่วยเหลือมูลค่า 55 ล้านเหรียญ โดยส่วนใหญ่จะเป็นความช่วยเหลือเพื่อการดำเนินการตอบสนองด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ เราจะให้ความช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนการรับมือต่อการระบาด ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาวะตึงตัวของระบบสาธารณสุขของไทย

    โดยเราจะมอบความช่วยเหลือเกี่ยวกับโรคโควิด-19 จำนวน 5 ล้านเหรียญให้กับไทย ซึ่งจะให้การสนับสนุนบุคลากรสาธารณสุขที่ให้บริการฉีดวัคซีนกับประชาชน และเสริมสร้างศักยภาพระบบสาธารณสุขของไทยในการป้องกัน ตรวจหา และตอบสนองต่อโรคโควิด-19 ด้วย

ส่วนเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจำนวน 50 ล้านเหรียญนั้น จะมอบให้กับภาคีองค์การระหว่างประเทศและองค์กรนอกภาครัฐโดยตรง เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านอาหารกรณีฉุกเฉิน อุปกรณ์ช่วยชีวิต ที่พักพิง การให้บริการสาธารณสุขหลัก น้ำ การส่งเสริมสุขภาพ และบริการด้านสุขอนามัยต่าง ๆ แก่ประชากรกลุ่มเปราะบางจากเมียนมา ซึ่งรวมถึงผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นภายในประเทศกว่า 700,000 คน"

อีจัน
www.ejan.co