หมอธีระ เผยงานวิจัย โควิด โอมิครอน ดื้อต่อภูมิคุ้มกัน-แพร่ไวขึ้น

หมอธีระ โพสต์เฟซบุ๊กเผยงานวิจัย โควิด โอมิครอน ดื้อต่อภูมิคุ้มกัน และยังแพร่ได้ไวขึ้น
หมอธีระ เผยงานวิจัย โควิด โอมิครอน ดื้อต่อภูมิคุ้มกัน-แพร่ไวขึ้น

2 พ.ค. 65 หมอธีระ หรือ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับสถานการณ์ โควิด โดยระบุว่า...

เมื่อวานทั่วโลก ติดโควิด เพิ่ม 414,237 คน ตายเพิ่ม 1,251 คน รวมแล้วติดไปรวม 513,219,474 คน เสียชีวิตรวม 6,260,260 คน

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ อิตาลี เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น โดยเมื่อวานนี้ จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 8 ใน 10 อันดับแรก และ 13 ใน 20 อันดับแรกของโลก

จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 74.92 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 85.18

การติดเชื้อใหม่ในทวีปเอเชียนั้นคิดเป็นร้อยละ 37.61 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 40.37

สำหรับ สถานการณ์ระบาด โควิด ของไทย

เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่ รวม ATK สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย

ในขณะที่จำนวนเสียชีวิตเมื่อวาน สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก

จำนวนเสียชีวิตของไทยเมื่อวานนั้นคิดเป็น 26.3% ของการเสียชีวิตทั้งหมดที่รายงานของทวีปเอเชีย หากดูจำนวนการติดเชื้อใหม่ต่อวัน รวม ATK ไทยเราจะติดอันดับ Top 10 ของโลกมาติดต่อกันยาวนานถึง 45 วันแล้ว

ส่วนจำนวนการเสียชีวิตต่อวันนั้น ติดอันดับ Top 10 ต่อเนื่องมาแล้ว 16 วัน

อัปเดตสายพันธุ์ย่อยของ โอมิครอน

สายพันธุ์ที่พบเพิ่มขึ้นเร็วในอเมริกา BA.2.12.1 นั้นมีข้อมูลชี้ให้เห็นแล้วว่ามีสมรรถนะในการแพร่ไวขึ้นกว่าเดิม โดยแพร่ไวขึ้นกว่า BA.2 ซึ่งครองการระบาดทั่วโลกตอนนี้ถึง 25% (Credit: Topol E)

ในขณะที่อีกสองสายพันธุ์ย่อยที่องค์การอนามัยโลกเฝ้าระวังดูคือ BA.4 และ BA.5 นั้นก็มีรายงานจากทีมวิจัยแอฟริกาใต้และอเมริกา ชี้ให้เห็นว่าดื้อต่อภูมิคุ้มกันมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมของ Omicron อย่าง BA.1 หลายเท่า

ดังนั้นทั้ง BA.2.12.1, BA.4, และ BA.5 จึงมีสมรรถนะที่จะทำให้การระบาดในแต่ละประเทศรุนแรงขึ้นได้ แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงขาลงของประเทศต่างๆ ทั่วโลกอยู่ก็ตาม

การป้องกันตัวเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

...อัปเดต Long COVID

Umesh A และคณะได้ทำการทบทวนข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับ Long COVID ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันเชื่อว่ามีหลายกลไกที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะ Long COVID ทั้งเรื่องผลจากการที่ไวรัสทำลายเซลล์โดยตรง (direct damage) การกระตุ้นภูมิคุ้มกันและกระบวนการอักเสบในร่างกาย (immune activation and inflammation) รวมถึงกระบวนการตอบสนองทางสรีรวิทยาของร่างกายภายหลังจากการติดเชื้อ (counter physiological response)

อาการผิดปกติเกิดขึ้นได้แทบทุกระบบในร่างกาย ทั้งระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์ และอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีแนวทางมาตรฐานในการรักษาหรือป้องกัน Long COVID

การป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อย่อมดีกว่าการติดเชื้อแล้วรอเสี่ยงดวงว่าจะเป็น Long COVID หรือไม่

โควิด...ติด...ไม่ใช่แค่คุณ

โควิด...ติด...ไม่จบแค่หายหรือตาย แต่อาจเป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว บั่นทอนสมรรถนะในการดำรงชีวิตประจำวันและการทำงาน รวมถึงเป็นภาระค่าใช้จ่ายทั้งต่อผู้ป่วย ครอบครัว และสังคม

อ้างอิงข้อมูลจาก

1. Khan K et al. Omicron sub-lineages BA.4/BA.5 escape BA.1 infection elicited neutralizing immunity. medRxiv. 1 May 2022.

2. Umesh A et al. Evidence mapping and review of long-COVID and its underlying pathophysiological mechanism. Infection. 30 April 2022.

คลิปอีจันแนะนำ
คลิปหลักฐาน คดีแตงโม สู่บทสรุป แตงโมจมน้ำเสียชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.

วิดีโอฮอต

No stories found.