หมอเเนะ ทางปรับตัว กับภาวะหมดไฟ ทำงานช่วง WFH?

เบื่อๆ เซงๆ ไม่มีอารมณ์ทำงาน! หมอเเนะ ทางปรับตัว กับภาวะหมดไฟ ทำงานช่วง WFH
หมอเเนะ ทางปรับตัว กับภาวะหมดไฟ ทำงานช่วง WFH?

ทำไงดี ช่วงนี้ไฟในการทำงานที่มี หมดไวเหลือเกิน

จันจะมา รับมือกับ “ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burn out)” ในช่วงที่เราต้อง wfh แบบนี้

โดยกรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่า

การที่เราต้องตื่นเช้าออกไปทำงานในทุกๆ วัน หรือทต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรที่ติดขัด เผชิญกับการทำงานที่หนัก ปัญหาในการทำงานต่างๆ และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมงานที่มีหลากหลายประเภท ซึ่งปัจจัยต่างๆ เเล้วมาช่วงนี้ ต้องมาเจอวิกฤตเศรษฐกิจ โควิด หลายๆคนต้องทำงานอยู่ที่บ้าน เหงา เบื่อ ไร้การติดต่อ เหล่านี้อาจนำไปสู่ “ภาวะหมดไฟในการทำงาน” ได้

“ภาวะหมดไฟ (Burn out)” เป็นผลที่เกิดจากความเหนื่อยล้าจากความเครียดในการทำงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ดังนี้

1. Emotional exhaustion คือ ความรู้สึกว่าต้องรับความกดดันทางอารมณ์มากเกินไป และรู้สึกหมดพลังที่จะทำงาน

2. Depersonalization คือ การมีทัศนคติด้านลบต่องาน ไม่ใส่ใจ เฉยเมย หรือเย็นชา และแยกตัวจากผู้อื่น

3. Diminished sense of personal accomplishment คือ ความรู้สึกว่าตนไม่มีความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงาน รู้สึกว่าตนเองไม่มีความสามารถที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้

หากภาวะหมดไฟนี้เกิดขึ้นกับใคร ก็จะทำให้ความรู้สึกอยู่ดีมีสุข (personal well-being) ของคนคนนั้นลดลง เกิดความผิดพลาดในการทำงาน และสุดท้ายคือ ผลเสียต่อองค์กร กล่าวคือ ทำให้อัตราการลาออกเพิ่มขึ้น และการเพิ่มผลผลิต (productivity) ขององค์กรลดลง

การดูแลภาวะหมดไฟ

แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับองค์กร และระดับบุคคล ดังนี้

1. ระดับองค์กร

- ควรจัดภาระงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้บุคลากรมีเวลาในการจัดการเรื่องส่วนตัว และดูแลครอบครัว

- ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม

- มีช่องทางรับฟังผู้ปฏิบัติงาน

- เห็นคุณค่าของสิ่งที่บุคลากรทำ และให้เครดิต

2. ระดับบุคคล

- ตั้งสติ เตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ

- ทบทวนว่าตนเองเริ่มมีหมดไฟในการทำงานหรือไม่

- แบ่งเวลาในการพักผ่อน มีช่วงเวลา “zero office contact”

- ตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง

- ทำงานเป็นทีม โดยฝึกการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการทำงาน

- มีคนที่ไว้ใจได้คอยให้คำปรึกษา และพึ่งพาทางจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก ครอบครัว เพื่อน หรือผู้ร่วมงาน

จะเห็นได้ว่า “ภาวะหมดไฟในการทำงาน” เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากเข้าใจ และปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะทำให้สามารถกลับไปทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส่วนใครที่ประสบปัญหาการทำงานที่บ้านตอนนี้ กรมสุขภาพจิตเเนะนำให้ ติดต่อกับคนอื่นเพื่อพูดคุยปรับทุกข์ ปรับพื้นที่ทำงานให้โล่งสบายตาสบายใจ เเละหาเวลาทำกิจกกรรมอื่นๆบ้าง นอกจากทำงาน

สู้ๆนะคะ เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

อีจัน
www.ejan.co