เช็กด่วน! 10 อาการป่วย ชี้ว่าคุณติดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน

ศูนย์จีโนมฯ เปิดข้อมูล 10 อาการป่วย ชี้ว่าคุณติดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน BA.5 และลูกหลาน BQ.1, BQ.1.1 ส่วนสายพันธุ์ล่าสุด XBB, XBB.1.5 ยังต้องรอประเมิน
เช็กด่วน! 10 อาการป่วย ชี้ว่าคุณติดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน

เชื้อโควิด 19 มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และกลายพันธุ์อย่างรวดเร็วตลอด 3 ปี วันนี้เรามาเรียนรู้ “อาการ” ที่ใช้บ่งชี้และคาดการณ์ว่าคุณเสี่ยงติดเชื้อโควิดกัน ยิ่งช่วงนี้เปิดประเทศแล้วยิ่งต้องรู้

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ของศูนย์จีโนมทางการแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดแผยเกี่ยวกับ “อาการ” ที่ช่วยระบุสายพันธุ์ของไวรัสโควิด 19 ตั้งแต่สายพันธุ์ดั้งเดิม อู่ฮั่น อัลฟา เดลตา มาจนถึงสายพันธุ์ปัจจุบันโอมิครอน BA.1, BA.2, BA.5, BQ.1, และ BQ.1.1

ปัจจุบันการตรวจสอบสายพันธุ์ของไวรัสโควิด 19 ทางห้องปฏิบัติการให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากโอมิครอนเกิดการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อยอุบัติใหม่มากมายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 เป็นต้นมา และพบว่าโอมิครอนสายพันธุ์อุบัติใหม่ เช่น BQ.1, BQ.1.1, XBB, XBB.1.5 สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มจากวัคซีน หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อตามธรรมชาติ ดื้อต่อยาฉีดเสริมภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่แตกต่างกัน รวมถึงความจำเป็นที่ต้องเฝ้าระวังการเกิดเชื้อดื้อยาต้านไวรัสที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ จากข้อมูลสำคัญที่ได้จากอาสาสมัครผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศอังกฤษจำนวนกว่า 4.7 ล้านคนซึ่งช่วยกรอกอาการที่ตนเองประสบตั้งแต่โควิดเริ่มระบาดจนถึงปัจจุบันแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ภายใต้โครงการที่ไม่แสวงหากำไร “Zoe Heath study” ซึ่งรัฐบาลอังกฤษได้นำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ประเมินผลโควิด-19 ในหลายมิติ

หากเปรียบเทียบโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิมที่เริ่มระบาดในเดือนมกราคม 2565 กับอาการผู้ติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์อุบัติใหม่ BQ.1 และ BQ.1.1 ที่พบระบาดในเดือนพฤศจิกายน 2565 พบว่ามีอาการความรุนแรงลดลง

เมื่อเรียง 5 ลำดับอาการที่พบมากไปหาน้อยในผู้ติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม “BA.1” พบว่ามีอาการ

1. อาการน้ำมูกไหล

2. ปวดหัว

3. เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย

4. จาม

5. เจ็บคอ

ส่วนหากเรียง 10 ลำดับอาการที่พบมากไปหาน้อยในผู้ติดโอมิครอนสายพันธุ์หลักเดือนพฤศจิกายน 2565 คือ BA.5 และลูกหลาน BQ.1, BQ.1.1 จะเป็นดังนี้

1. อาการเจ็บคอ

2. อาการน้ำมูกไหล

3. จมูกที่ถูกบล็อก

4. จาม

5. อาการไอโดยไม่มีเสมหะ

6. ปวดหัว

7. ไอมีเสมหะ

8. เสียงแหบ

9. ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

10. ความรู้สึกของกลิ่นที่เปลี่ยนไป

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics

สังเกตได้ว่าโอมิครอนสายพันธุ์ปัจจุบัน BA.5, BQ.1 และ BQ.1.1 เมื่อเปรียบเทียบกับอาการโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม BA.1 แม้จะอยู่ในตระกูลโอมิครอนที่มีการติดเชื้อไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับบรรดาโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิม (อู่ฮั่น อัลฟา และ เดลตา) กล่าวคือมีการติดเชื้อบริเวณระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ส่วนบน (upper respiratory tract infection) ไม่ติดเชื้อลงลึกบริเวณระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ส่วนล่าง (lower respiratory tract) อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิต แต่ยังสังเกตพบว่าโอมิครอนสายพันธุ์ปัจจุบัน BQ.1, และ BQ.1.1 เมื่อเทียบกับโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม BA.1 จะมีอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่รุนแรงน้อยกว่า กล่าวคือพบอาการนำในผู้ติดเชื้อ BQ.1, และ BQ.1.1 เป็น “เจ็บคอ” ส่วนอาการปวดหัว เหนื่อยล้า อ่อนเพลียที่พบมากในผู้ติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม BA.1 นั้นลดลงมากอย่างมีนัยสำคัญ

ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้อาการของแต่ละสายพันธุ์มีความหลากหลายอันเนื่องจากการกลายพันธุ์ในระดับจีโนมแล้ว ยังอาจเนื่องมาจากภูมิหลังของผู้ติดเชื้อที่แตกต่างกันจากการติดเชื้อตามธรรมชาติและการได้รับการฉีดวัคซีนประเภทต่างๆ

การศึกษาของ “ZOE Covid study” ยังพบว่า อาการของโควิดสายพันธุ์ "ดั้งเดิม" (ไวรัสอู่ฮั่น อัลฟา เดลตา) ซึ่งระบาดในช่วง 1-2 ปีแรก โดยเฉพาะการสูญเสียการได้กลิ่น (anosmia) หายใจถี่ และมีไข้ ปัจจุบันพบได้น้อยมาก อาการสูญเสียการได้กลิ่นตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 14 และอาการหายใจถี่ (จากการติดเชื้อที่ปอด ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต)ตกลงมาอยู่ที่อันดับที่ 16 จากอาการที่เคยพบได้บ่อยในช่วงการระบาดของโควิดในช่วงแรก

การติดเชื้อโควิดในยุคแรกอาการเด่น คือ สูญเสียการได้กลิ่น ซึ่งเคยใช้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการติดเชื้อโควิด(ซึ่งเป็นไปได้ว่าลำดับพันธุกรรมของไวรัสสามารถเข้าไปควบคุมการแสดงออกของยีนตัวรับกลิ่น “olfactory receptors” ของเซลล์ผู้ติดเชื้อ แม้เซลล์นั้นจะไม่ติดเชื้อก็ตาม ทำให้การรับรู้กลิ่นหรือรสทั้งระบบลดลงหรือสูญเสียไปชั่วระยะหนึ่ง)

ขณะนี้มีพบเพียงประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อ อาการเด่นได้เปลี่ยนมาเป็นอาการเจ็บคอแทน ซึ่งเป็นอาการของการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจส่วนบนเช่นเดียวกับบรรดาไวรัสไข้หวัด ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง และหายได้เอง เพราะปอดไม่ได้ถูกทำลาย

ส่วนอาการของโอมิครอนสายพันธุ์ล่าสุด XBB, XBB.1.5 ยังต้องรอประเมินข้อมูลจาก “ZOE Covid study” อีกระยะหนึ่งเพราะเพิ่งมีการระบาดในเดือนธันวาคม 2565-มกราคม 2566 แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดว่าอาการไม่น่าจะรุนแรงแตกต่างไปจากโอมิครอน BQ.1 และ BQ.1.1 มากนัก

สำหรับการศึกษานี้ ศึกษาจากประชากรอายุมากกว่า18 ในประเทศอังกฤษ จำนวน 1.5 ล้านคน ที่ติดเชื้อโควิด-19 พบอาการทางคลินิกที่จำเพาะของโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ ลงตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ “Nature” ในวันที่ 11 พ.ย. 2565

คลิปอีจันแนะนำ
ศาลอุทธรณ์ ยืนจำคุก “น้ำอุ่น” 8 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
logo
อีจัน
www.ejan.co