WHO เผย โควิดสายพันธ์ุ JN.1 ครองโลก อาการพบบ่อย อ่อนเพลีย-เหนื่อยเรื้อรัง

องค์การอนามัยโลก เผย โควิด-19 สายพันธ์ JN.1 ครองโลก อาการพบบ่อย อ่อนเพลีย เหนื่อยเรื้อรัง ปัญหาด้านความคิดความจำ และปัญหาในระบบทางเดินหายใจ

แม้จะไม่ค่อยเขียนถึง แต่สถานการณ์โควิด-19 ยังต้องจับตา

วันนี้ (2 ก.พ.67) รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อัปเดตสถานการณ์โควิด-19 จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า…

เมื่อคืนนี้ 1 ก.พ.67 ทางองค์การอนามัยโลกได้อัปเดตสถานการณ์ของโรคโควิด-19

สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. JN.1 (BA.2.86.1.1) ครองสัดส่วนหลักในการระบาดทั่วโลก โดยตรวจพบถึง 78.7% แล้ว ในขณะที่สายพันธุ์อื่นๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง

2.จากการติดตามข้อมูลจนถึงปัจจุบัน ประเมินว่าความรุนแรงของโรคไม่แตกต่างจากสายพันธุ์ก่อนๆ

3. ชุดตรวจโรค ATK ยังคงสามารถใช้ตรวจ JN.1 และตัวอื่นๆ ในตระกูล BA.2.86.x ได้

4.วัคซีนประเภท monovalent ที่ทำจากสายพันธุ์ XBB.1.5 ที่ต่างประเทศใช้กันมาตั้งแต่ปีที่แล้วนั้น ยังคงได้ผลในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและลดเสี่ยงป่วยรุนแรงจากสายพันธุ์ที่ระบาดในปัจจุบัน

5. ปัญหา Long COVID หรืออาการผิดปกติเรื้อรังหลังจากหายป่วยจากการติดเชื้อในช่วงแรก (Post-COVID conditions) นั้น ได้รับการศึกษาวิจัยจากทั่วโลก (งานวิจัย 54 ชิ้น จาก 22 ประเทศ) พบว่า มีโอกาสเกิดราว 6.2%

6.อาการ Long COVID ที่พบบ่อยนั้นจำแนกได้ 3 กลุ่มหลัก คือ อาการอ่อนเพลีย/เหนื่อยล้าเรื้อรัง ปัญหาด้านความคิดความจำ และปัญหาในระบบทางเดินหายใจ

7. ระยะเวลาของ Long COVID นั้น แตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม โดยคนที่ติดเชื้อแล้วรักษาตัวในโรงพยาบาลจะมีระยะเวลาที่ประสบปัญหา Long COVID เฉลี่ย 9 เดือน ในขณะที่คนที่ติดเชื้อแต่ไม่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลจะประสบปัญหา Long COVID นานเฉลี่ย 4 เดือน

8. อย่างไรก็ตาม พบว่า มีผู้ป่วย Long COVID กว่า 15% ที่ยังคงมีอาการผิดปกติคงค้างต่อเนื่องไปกว่า 12 เดือน

9.ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิด Long COVID คือ เพศหญิง, สูงอายุ, น้ำหนักเกิน, สูบบุหรี่, หรือมีโรคประจำตัวต่างๆ เช่น เบาหวาน หอบหืด โรคหัวใจขาดเลือด โรคไต ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และภูมิคุ้มกันไม่ดี ทั้งนี้การได้รับวัคซีนโควิดมาก่อนตั้งแต่ 2 เข็มขึ้นไป ก็จะช่วยลดเสี่ยงที่จะเกิด Long COVID ได้ราว 40%

10. การติดเชื้อซ้ำ (Reinfection) ยิ่งมากครั้ง ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาแทรกซ้อน หรือความผิดปกติต่างๆ ในร่างกายตามมา เช่น การป่วยจนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล เบาหวาน ปัญหาการแข็งตัวของเลือด อาการอ่อนเพลีย/เหนื่อยล้า รวมถึงอาการผิดปกติทางระบบประสาท หัวใจ ทางเดินหายใจ ฯลฯ

ดังนั้น การป้องกันตัวเองใส่ใจสุขภาพ เป็นสิ่งจำเป็น ใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่างจากคนอื่น ระวังที่แออัด การฉีดวัคซีนตามมาตรฐานสำหรับกลุ่มเสี่ยงนั้นมีประโยชน์ ช่วยลดเสี่ยงป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้  หากไม่สบาย ควรหยุดพักรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง คนใกล้ชิด และคนรอบข้างในสังคม