รองผู้ว่าฯ กทม. กำชับ เฝ้าระวังอันตราย จาก กัญชา ห้ามสูบ ในที่สาธารณะ

รองผู้ว่าฯ กทม. กำชับ เขตและผู้เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังอันตราย จาก กัญชา ภายใต้ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ห้ามสูบ เสพ ในที่สาธารณะ

วันนี้ (4 ก.ค. 65) นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 11/2565 ณ อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ว่า วันนี้ที่ประชุมได้หารือถึงกรณีผู้ประกอบการถนนข้าวสาร อยากขอเป็น HUB กัญชานั้น ทุกคนจะต้องปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหากพิจารณาตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด น่าจะไม่สามารถทำได้ ส่วนการจะนำกัญชา กัญชง หรือใบกระท่อมมาขายในที่สาธารณะ นั้น อย่างแรกก่อนที่หาบเร่แผงลอยจะขายของในที่สาธารณะ จะต้องเป็นคนที่ลงทะเบียนขายในจุดนั้น และเมื่อขออนุญาตขายสินค้าใดก็ต้องขายสินค้าที่ลงทะเบียนไว้ จะนำกัญชง กัญชา หรือใบกระท่อมมาขายไม่สามารถทำได้ เพราะในอดีตไม่เคยมีการลงทะเบียนขายกัญชา กัญชง หรือใบกระท่อมไว้เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้น หาบเร่แผงลอยจะนำกัญชา กัญชง มาขายไม่ได้ หากจะเปลี่ยนประเภทสินค้าที่ขายต้องไปขออนุญาตกรรมการที่สำนักงานเขตพื้นที่ที่จะขายก่อน อย่างไรก็ตามในส่วนของกรุงเทพมหานครได้เฝ้าระวังอันตรายจากกัญชา กัญชง และใบกระท่อม โดยกำชับให้สำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าในพื้นที่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายสำหรับกัญชา กัญชง ออกมาโดยเฉพาะ กรุงเทพมหานครจะดำเนินการเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 กับผู้กระทำผิด ซึ่งในการนำกัญชามาใส่ในอาหารก็หรือเครื่องดื่มขายถือว่าผิดกฎหมาย เป็นสิ่งผิดประเภท ไม่ควรทำ ไม่ปลอดภัย และเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะกับเด็กที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี และกฎหมายก็ห้ามไม่ให้มีการเสพหรือสูบกัญชาในที่สาธารณะ และจากข้อมูลของสำนักอนามัยตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. ถึง 1 ก.ค. 65 พบว่ามีผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครจากกัญชาจำนวน 27 คน อายุระหว่าง 14-20 ปี ถือว่าอายุไม่มากและตามกฎหมายก็ห้ามใช้ในเด็กที่ต่ำกว่า 20 ปีด้วย