หลวงตา จ้างเด็ก ลองของขลัง ใช้น้ำกรดราดมือ สุดท้ายเด็กบาดเจ็บ พ่อแม่เอาเรื่อง

หลวงตา ลองของขลัง จ้างเด็ก 5 คน คนละ 200 บาท สุดท้ายเด็กบาดเจ็บ ผู้ปกครองโร่แจ้งความ ลูกศิษย์ออกหน้า รับผิดแทน

หลวงตาวัย 70 จ้างเด็กมาลองของขลัง ให้กำพระเครื่องแล้วราดน้ำกรดที่มือ แต่ของไม่ช่วยอะไร สุดท้ายเด็กบาดเจ็บ พ่อแม่แจ้งความ

เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยขึ้น โดย ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ กินเที่ยว สุโขทัย ได้โพสต์เรื่องราวว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 67 มีหลวงตารูปหนึ่ง อายุ 70 ปี อยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ใน อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ลองของวัตถุมงคล ด้วยการให้เด็ก 2 คน อายุ 13 ปี กำวัตถุมงคลเอาไว้ในมือแล้วเอาน้ำกรดราดมือ โดยให้ค่าจ้างกับเด็ก 200 บาท แลกกับการทดลองของขลังครั้งนี้ แต่กลับทำให้เด็กบาดเจ็บ จนผู้ปกครองเข้าแจ้งความ ที่ สภ.ทุ่งเสลี่ยม

โดยผู้โพสต์ได้บอกอีกว่า ในมุมมองส่วนตัวของผู้โพสต์ กรณีนี้ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดี พร้อมกับเรียกค่าเสียหายได้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะไกล่เกลี่ย ควรทำให้สังคมเกิดความตรงไปตรงมา และให้รู้ผิดชอบชั่วดีมากกว่านี้ คนทำผิดไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ ก็ควรออกมารับผิด ขอโทษด้วยตัวเอง และก็ต้องไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก หลังจากที่มีการโพสต์ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแชร์เป็นจำนวนมาก และอยากให้พระที่เป็นคนลงมือทดลองของขลัง ออกมารับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง

เมื่อตำรวจเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่า พระรูปดังกล่าวไม่ยอมออกมาพูดคุยกับผู้ปกครองเด็ก และมีลูกศิษย์มารับหน้าแทน โดยบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง ทั้งค่าเสียหาย และรักษาจนกว่ามือเด็กจะหาย แต่ผู้ปกครองเด็กต้องการให้พระรูปที่ทำ ออกมารับผิดชอบด้วยตัวเอง ตำรวจจึงได้ทำการนัดให้ผู้ก่อเหตุและผู้เสียหาย ไปพบที่ สภ.ทุ่งเสลี่ยม ในวันที่ 1 พ.ค. 67 เวลา 09.00 น.

ผู้ปกครองของเด็ก ได้กล่าวอีกว่า มีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อการลองของทั้งหมด 5 คน แต่อีก 3 คนยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความ และได้ทราบจากลูกศิษย์ของพระรูปดังกล่าว ว่า พระรูปนี้ได้ทำของขลังและมาลองกับตัวแล้ว แต่ไม่เป็นอะไร เลยให้เด็กทั้ง 5 คนมาลองของดู ซึ่งของขลังเป็นลักษณะพระผง ใส่กรอบพลาสติก ทรงคล้ายกับพระสมเด็จ ซึ่งลูกชายของตนได้รับบาดเจ็บที่หลังมือ มีรอยพุพอง ซึ่งตนเองคิดว่า การกระทำแบบนี้ไม่เหมาะสม และจะเอาเรื่องพระที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (1 พ.ค. 67) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดที่เกิดเหตุ พบว่ารอบบริเวณวัด มีกลุ่มลูกศิษย์และชาวบ้านบางส่วน จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจกับข่าวที่แชร์กันออกไป เนื่องจากถูกชาวเน็ตด่าทอให้เสียหาย โดยชาวบ้านทั้งหมดพร้อมด้วยหลวงตาพระรูปดังกล่าว ที่ตกเป็นข่าว จะเดินทางไปยัง สภ.ทุ่งเสลี่ยม ตามที่ตำรวจได้นัดหมาย

โดยเมื่อไปถึง ก็ได้พบกับผู้ปกครอง และเด็กที่ได้รับความเสียหาย จากนั้นทั้งหมดได้เข้าพูดคุยกันในห้องไกล่เกลี่ยของโรงพัก โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวติดตามเข้าไปแต่อย่างใด

ต่อมา พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.ทุ่งเสลี่ยม เปิดเผยว่า มีการพูดคุยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยหลังจากผู้ปกครองนำเด็กผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พนักงานงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานต่างๆไว้ แล้วจะประสานสหวิชาชีพเข้ามาร่วมสอบถามเด็ก ซึ่งต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง เนื่องจากผู้เสียหายมีหลายคน แต่จะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนทางด้านสงฆ์ ทางพระผู้ใหญ่ได้นำเรื่องรายงานในระดับสูงแล้วซึ่งจะมีการตั้งคณะสอบสวนเรื่องราวโดยละเอียดและดำเนินการในส่วนของสงฆ์ ทั้งหมดพึงพอใจจึงแยกย้ายกันกลับ

หนึ่งในเด็กอายุ 13 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ตนกับเพื่อนเข้าไปเล่นในวัดเนื่องจากเพื่อนบวชเป็นสามเณรอยู่ ก็ได้เจอรุ่นพี่ชักชวนว่า มีเครื่องรางของขลัง ช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัย ใครอยากลองจะมีเงินให้ 200 บาท พวกตนอยากได้เงิน จึงเข้าไปในกุฏิหลวงตาพระรูปดังกล่าว หลวงตาจึงมอบพระสมเด็จปาฏิหาริย์ ให้คนละองค์ แล้วใช้น้ำกรดราดที่หลังมือ ตนรู้สึกปวดแสบปวดร้อน และหลังมือไหม้ ต่อมาเป็นแผลพุพอง จนผู้ปกครองรู้ข่าวจึงพามาแจ้งความ

อย่างไรก็ตามบรรดาลูกศิษย์ที่เคารพศรัทธาในตัวหลวงตา กล่าวว่า เชื่อว่าเครื่องรางของหลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์จริง เนื่องจากตนก็เคยลองของแบบนี้เช่นกัน เมื่อหลายปีก่อน ก็ไม่ปรากฏบาดแผลใดๆ และตนยังคล้องคอบูชาอยู่จนทุกวันนี้

เรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ควรทำร้ายใคร ติดตามคดีนี้กันต่อไปครับ


คลิปอีจันแนะนำ

ศาสนา ไม่ใช่ปัญหาของความรัก