เด็กขาสั้น อยากเก๋า ขออยู่แก๊งเทคนิค

เด็ก นร.ขาสั้น เปิดใจ อยากเข้าแก๊งเด็กเทคนิค เพราะอยากเท่
เด็กขาสั้น อยากเก๋า ขออยู่แก๊งเทคนิค

เรื่องเล่าจากเด็กขาสั้นคนหนึ่ง  ในวัยที่ยังเดียงสา อยากใช้ชีวิตเท่ๆในแก๊งเทคนิค  กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสาย 


จันได้มีโอกาสสัมภาษณ์เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่เคยไปอยู่แก๊งต่างสถาบัน มีกิจวัติคือการเสพยาเสพติดและยกพวกตีกัน


เริ่มต้นเมื่อตอนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 1 เขาเล่าว่า ในตอนแรกมีความรู้สึกว่าอยากมีพรรคพวกที่อยู่สถานบันเทคนิค เพราะอยากมีเพื่อนและรู่้สึกเท่  เขาจึงถูกเพื่อนชักชวนไปอยู่กับกลุ่มสถาบันนั้น หลังจากที่เข้าไปในกลุ่มก็มีเพื่อนชวนไปเสพยา แต่ตอนนั้นเขายังไม่ทราบว่านั่น คือยาเสพติด   เขาได้เสพไปครั้งแรกโดยมีเพื่อนสอนวิธีการเสพว่าทำอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นเขาบอกว่าเขามีอาการหลอนเห็นยายที่ตายแล้วมาคุยด้วย และตื่นเช้ามาจำอะไรไม่ได้เลย


เมื่อเริ่มเข้าในชั้นมัธยมที่ 4 ก็เริ่มเสพมากกว่านั้น เริ่มอัพเลเวลขึ้นโดยการเสพยาม้า ยาไอซ์ และกัญชา เรียกได้ว่าเสพทุกอย่างที่เป็นยาเสพติด ซึ่งเขายังใช้คำเดิมที่ว่าตอนนั้น ไม่ทราบว่ายาเหล่านั้นคืออะไร และเขาก็ได้เสพยาเหล่านั้นมาเรื่อยๆในช่วงระยะเวลาที่ได้อยู่กับแก๊งสถาบันเทคนิค

ภาพจากอีจัน


เมื่อการเข้ามาอยู่ในแก๊งของเทคนิคแล้ว จึงมีการรับน้องของสถาบันนั้น ซึ่งเขาก็ได้ถูกรับน้องด้วยเช่นกัน โดยการรับน้องจะมีทั้งในรูปแบบรับน้องแบบนอกระบบซึ่งจะมีปี 3 เป็นตัวตั้งตัวตีในการทำกิจกรรมต่างๆ เริ่มตั้งแต่การไหว้ครูที่เขานับถือ ไปจนถึงการใช้วิธีการแบบรุนแรง มีการเจ็บตัว โดนเตะโดนต่อย ซึ่งการรับน้องแบบนอกระบบนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของอาจารย์ และจะได้รับเฟืองประทับตรงบ่าเป็นรางวัล โดยการประทับเฟืองจะใช้เหล็กรนไฟให้ร้อน และจี้ไปที่บ่าประมาณ 3 วินาที ส่วนการรับน้องแบบในระบบจะรับด้วยวิธีเบาๆ เช่นการทาแป้ง เป็นต้น แต่เขาเหล่านั้น รู้สึกว่าการรับน้องแบบนอกระบบจะรู้สึกเท่มากกว่า ทำให้พวกเขามีพรรคพวกเพื่อนฝูง มีรุ่นพี่คอยปกป้องดูแล ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย


เขาเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งให้ฟังว่า หลังจากที่เขาได้เข้ามาอยู่ในแก๊งเด็กเทคนิคอย่างเต็มตัว วันหนึ่งมีคนต่างสถาบันมาเช็คว่าเขาเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นหรือไม่ เขาจึงได้มาฟ้องรุ่นพี่ รุ่นพี่เขาจึงบอกว่า เดี๋ยวจะไปเคลียร์ให้ ซึ่งการไปเคลียร์ของรุ่นพี่เขาคือการไปถามว่า ใครเช็ครุ่นน้องของเขาไหม เมื่อมีการตอบรับว่ามี การปะทะจึงเริ่มขึ้น


เขาเคยยกพวกตีกันมาประมาณ 5 ครั้ง มีการเจ็บตัวบ้าง ถูกฟันที่กลางหลังบ้าง ซึ่งมีร่องรอยโดนฟันถูกเย็บไปกว่า 10 เข็ม โดนไม้ฟาดเข้าหัวจนหัวแตก ซึ่งเขาก็ยอมรับว่า ระหว่างที่มีเรื่องก็รู้สึกกลัวเช่นกัน พอเห็นเพื่อนเจ็บก็กลัว ได้แต่คิดว่าเขานั้นจะมีแผลบาดเจ็บในส่วนไหน เวลาที่ตีกันทีไร เขาจะอยู่ด้านหลังของแก๊งตลอด เพื่อหวังว่าจะได้รับแรงปะทะน้อยที่สุด

ภาพจากอีจัน


เขาใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้นกว่า 3 ปี ตั้งแต่ ม.4 – ม.6 แต่หลังจากที่เข้ามหาวิทยาลัยมาก็เริ่มห่างและออกมาจากจุดนั้นได้ เพราะเขารู้สึกว่า การที่ทำแบบนั้นมันไม่ได้อะไร พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่า ทำไปทำไม? ซึ่งตอนนี้เขาดีใจมาก ที่แผลรอยเฟืองของเขาที่เคยถูกประทับได้จางหายไป เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์

นอกจากนี้ เขายังฝากถึงคนที่ใช้ชีวิตในรูปแบบนี้อยู่ว่า  อยากให้เลิก ชีวิตที่ถูกต้องดีกว่าไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ


No stories found.
อีจัน
www.ejan.co