ตัดสินทุจริต สจล. มาราธอน 15 ชม อ่วมคุก 203 ปี อ.ถวิล รอด!!

ตัดสินทุจริต สจล. มาราธอน 15 ชม อ่วมคุก 203 ปี   อ.ถวิล รอด!!

ศาลมีนบุรี อ่านคำพิพากษามาราธอน 15 ชม. คดีทุจริตเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) -ฟอกเงิน ร่วม 100 ล้าน ตั้งแต่ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงตี 1 ที่ผ่านมา พิพากษาลงโทษจำคุก “ทรงกลด ศรีประสงค์” อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล. กับพวกรวม 12 คน จำคุกตั้งแต่ 203 ปี - 4 ปี 6 เดือน ส่วน อ.ถวิล พึ่งมา อดีตอธิการ สจล. รอด ศาลยกฟ้อง


ที่ศาลจังหวัดมีนบุรีตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (25 ธ.ค.61) ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 3 สำนวน ที่พนักงานอัยการคดีอาญาจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ จำเลยที่ 1 / น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล. จำเลยที่ 2 / นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ จำเลยที่ 3 / น.ส. จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ จำเลยที่ 4 / นายสมบัติ โสประดิษฐ์ จำเลยที่ 5 / นางระดม มัทธุจัด จำเลยที่ 6 / นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ จำเลยที่ 7 / นายภาดา บัวขาว จำเลยที่ 8 / นายถวิล พึ่งมา อดีตอธก.สจล.จำเลยที่ 9 / นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผช.อธก. จำเลยที่ 10 / นายสลุต ราชบุรี จำเลยที่ 11 / นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด จำเลยที่ 12 / นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ จำเลยที่ 13 และนายธวัชชัย ยิ้มเจริญ จำเลยที่ 14
ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ , ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ,ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม , เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ,ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือผู้อื่นโดยทุจริต ,เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด , ร่วมกันฟอกเงิน , สนับสนุนพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต ,สนับสนุนพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน พ.ศ. 2542


จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.- 12 พ.ย.55 ต่อเนื่องในปี 2557 พวกจำเลยได้ร่วมกันยักยอกทรัพย์เบียดบังทรัพย์ 689 ล้านบาทเศษ ของ สจล.ไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต และยังร่วมกันฟอกเงิน 303 ล้านบาทเศษด้วย ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน


โดยนายถวิล และกลุ่ม อาจารย์ สจล. รวม 3 คน ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี ขณะที่บรรยากาศการอ่านคำพิพากษานั้น ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งชาย-หญิงที่ถูกคุมขัง มาจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี ส่วนจำเลยที่ได้ประกันตัว ก็มาศาลครบทั้งหมด โดย ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษายาวนานที่สุดของศาลจังหวัดมีนบุนีที่เคยมีมา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ธ.ค. นี้ โดยเนื้อหาคำพิพากษา ความหนา 572 หน้า ซึ่งใช้องค์คณะผลัดเปลี่ยนหมุนอ่านคำพิพากษาต่อเนื่อง 12 คน

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน

ขณะที่ศาลได้พักเบรคเพื่อให้จำเลย-ญาติ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานคดี ได้รับประทานอาหารช่วงเที่ยง เวลา 12.00-13.00 น. เศษ และช่วงเย็นอีกเมื่ิอเวลา 18.00 น.เป็นเวลานานราว 50 นาที จึงได้เริ่มอ่านคำพิพากษาต่อทั้งหมด โดย ศาลได้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ของนายทรงกลด อดีตผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ จำเลยที่ 1 และ น.ส.อำพร ผอ.ส่วนการคลัง สจล.จำเลยที่ 2 ซึ่งศาลรับฟังพยานหลักฐานอัยการโจทก์ และ สจล.โจทก์ร่วม แล้วรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันใช้ทั้งอำนาจในหน้าที่และในฐานะส่วนตัวฉ้อฉล ลักทรัพย์เงินจากบัญชี สจล.ไปเมื่อเดือน ธ.ค.57 ยอดแรกกว่า 80 ล้านบาท และยังร่วมกับนายพูนศักดิ์ จำเลยที่ 3 ฟอกเงินที่จำเลยที่ 3 ได้เปิดบัญชีรับฝากเงินไว้แล้วมีการโอนเงินยอด 55 ล้านบาท ไปเพื่อประโยชน์ของพวกตนเอง



ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยทั้ง 14 คนนำสืบหักล้างกันแล้ว จึงให้จำคุกจำเลยรวม 11 คน ยกฟ้อง 3 คน โดยเห็นว่า การกระทำของ นายทรงกลดจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามฟ้องฐานลักทรัพย์ของนายจ้าง , ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม , ปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม กับฟอกเงิน จำคุกรวม 193 ปี 8 เดือน คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุก 145 ปี 3 เดือน โดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 10 ปี ดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 50 ปี โดยให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืน สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ตามแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 80 ล้านบาท และคืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีกกว่า 636 ล้านบาท

ส่วน นส.อำพรอดีต ผอ.ส่วนการคลัง สจล. จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรฯ ด้วย มาตรา 4,8 รวมจำคุกทั้งสิ้น 203 ปี ลดโทษ 1 ใน 4 คงจำคุก 152 ปี 3 เดือนโดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 10 ปี ดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 50 ปี โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมจำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืน สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ตามแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 80 ล้านบาท และคืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีก 600 ล้านกว่าบาท

ส่วนนายพูนศักดิ์ จำเลยที่ 3 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี น.ส.จันทร์จิรา จำเลยที่ 4 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน นางระดม มัทธุจัด จำเลยที่ 6 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 18 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 13 ปี 6 เดือน นายจริวัฒน์ จำเลยที่ 7 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี นายสรรพสิทธิ์ อดีตผช.อธก. จำเลยที่ 10 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 33 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 24 ปี 9 เดือน และให้ร่วมจำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนเงิน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีกกว่า 50 ล้านบาท นายสลุต จำเลยที่ 11 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด กก.บริษัทมัทธุจัด จก.ที่ 12 ที่รับโอนเงินจากการฉ้อฉลเข้าบัญชี ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 36 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 27 ปี โดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี ดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 20 ปี นายสมพงษ์ จำเลยที่ 13 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน และนายธวัชชัย ที่ 14 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน


ขณะที่ "ศาล" มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องในส่วนนายสมบัติ จำเลยที่ 5 , นายภาดา จำเลยที่ 8 , นายถวิล พึ่งมา อดีตอธก.สจล.จำเลยที่ 9

ภายหลังฟังคำพิพากษา "นายถวิล พึ่งมา" อดีต อธิการ สจล . กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังนั่งฟังคำพิพากษายาวนานกว่า 15 ชม. ว่า รู้สึกโอเค ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม ซึ่งตนไม่ได้กระทำผิด หากอัยการจะยื่นอุทธรณ์ ก็พร้อมสู้คดี ส่วนคดีที่ตน กับพวกถูกอัยการยื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนั้น ฐานยักยอกทรัพย์ สจล. และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานในองค์การของรัฐตนก็ไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะตนไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ "นายถวิล" เดินทางกลับพร้อมครอบครัวบุตรชายและบุตรสาว ขณะที่จำเลยทั้ง 11 คนที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก ญาติของจำเลยรวม 8 คน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวทันที โดยจำเลยที่ 1,2,3 ยังไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่ง"นายอภิชาติ เทพหนู" ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี พิจารณาแล้วจึงเห็นควรให้ส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป

โดย "นายอภิชาติ" ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี กล่าวย้ำว่า การพิจารณาคำร้องก็เน้นในเรื่องสิทธิเสรีภาพของจำเลย ในคืนนี้จึงได้แจ้งกับญาติจำเลยทุกคนให้ทราบว่าถึงสิทธิการยื่นประกัน ซึ่งตามขั้นตอนก็จะส่งสำนวนคดีพร้อมคำพิพากษาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาทันทีเช้าวันที่ 26 ธ.ค.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 21.30 น. ระหว่างอ่านคำพิพากษา "นายอภิชาติ" ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี ได้ลงตรวจความเรียบร้อยบริเวณห้องพิจารณา และการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยที่สับเปลี่ยนชุดกันตั้งแต่ช่วงกลาง-ค่ำ โดย "นายอภิชาติ" ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี ยังเปิดเผยถึงขั้นตอนการยื่นประกันตัวของจำเลยภายหลังมีการอ่านคำพิพากษาแล้วว่า ไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาในทางใด จำเลยที่ถูกพิพากษาลงโทษให้จำคุก ญาติสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ภายในคืนนี้ระหว่างรออุทธรณ์คดี โดยตนในฐานะผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี ผู้บังคับบัญชาสูงสุด ได้อยู่พิจารณาคำร้องด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติ และความเป็นธรรมของจำเลยทุกคนที่ได้โอกาสเท่าเทียมกันในการที่ใช้สิทธิขอปล่อยชั่วคราว

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co