สั่งย้ายแล้ว! หัวหน้า ขสป.คลองพระยา เอี่ยวบุกรุกที่ป่า

อธิบดีกรมอุทยาน สั่งย้ายด่วน! หัวหน้า ขสป.คลองพระยา หลัง พญาเสือ ขุดรากถอนโคนพบเอี่ยวบุกรุกที่ป่า

จากกรณีที่ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ พร้อม พญาเสือ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง จับกุม นายมงคล (สงวนนามสกุล) ลักลอบแผ้วถางพื้นที่ป่าธรรมชาติ เพื่อทำการปลูกปาล์มน้ำมัน ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา จ.กระบี่ 

ซึ่งภายหลังได้มีการสืบทราบว่า การบุกรุกพื้นที่ป่าดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเอี่ยวด้วยและไม่ใช่ใครอื่นไกล กลับเป็น หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา  

ความคืบหน้าล่าสุด (6 มิถุนายน 2567) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการปฏิบัติงานของนายโสภณ (สงวนนามสกุล) หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา จ.กระบี่ โดยมีผู้นำชุมชนตลอดจนเจ้าหน้าที่ซึ่งรับไม่ได้กับพฤติกรรมของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา ที่มีการปล่อยปละละเลยให้มีการบุกรุก ยึดถือครอบครองที่ดินจำนวนหลายแปลง รวมถึงปล่อยให้มีการตัดโค่นไม้ยางพารา ซึ่งตามกฎหมายยังไม่สามารถดำเนินการได้ และยังปล่อยให้มีการเก็บหาประโยชน์ ในพื้นที่แปลงที่มีการดำเนินคดีแล้ว ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา 

ซึ่งในระหว่างวันที่ 3 – 5 มิถุนายน 2567 นายชัยวัฒน์ ร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อตรวจสอบกรณีการร้องเรียนดังกล่าว และพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงตามการร้องเรียน ดังนี้ 

1. มีการปล่อยให้มีการเข้าบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินภายในเขต ขสป.คลองพระยา จริง ซึ่งขณะที่คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบว่า มีผู้กระทำความผิด จำนวน 3 ราย กำลังเข้าดำเนินการแผ้วถางพื้นที่ป่าธรรมชาติ เพื่อทำการปลูกปาล์มน้ำมัน และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้กระทำความผิด  2 ใน 3 คน เคยเป็นผู้กระทำความผิดในการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เขต เคยได้ทำการควบคุมตัวไว้ พร้อมทั้งรายงานให้ หัวหน้า ขสป.คลองพระยา ทราบแเล้ว แต่ หัวหน้า ขสป.คลองพระยา สั่งให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไป  

และจากการตรวจสอบข้อมูลการโทรย้อนหลังพบว่า ผู้กระทำความผิด ได้มีการติดต่อกับ หัวหน้า ขสป.คลองพระยา จำนวนหลายครั้ง 

2. จากการตรวจสอบภาพถ่ายและวิดีโอที่ได้รับจากการร้องเรียน พบว่า มีตำแหน่งที่ตั้งตรงกันจริง ทั้งสภาพพื้นที่ ตำแหน่งของต้นไม้ที่โดนตัดโค่น ที่พบในพื้นที่ พบว่าตรงกันจริง 

3. จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่แปลงยางพารา พบว่า มีการปล่อยให้ราษฎรที่ได้รับการสำรวจตาม ม.121 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ตัดโค่นไม้ยางพาราออกจากพื้นที่จริง ซึ่งเป็นความผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (6) ฐานกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ โดยเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงมีการเรียกรับเงินจากผู้กระทำความผิด 

4. จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่แปลงปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นแปลงที่ได้มีการดำเนินคดีแล้ว แต่พบว่ามีร่องรอยการเข้าเก็บหา ประโยชน์ จากผลปาล์ม อยู่จริง และจากการสืบสวนพบว่า หากบุคคลใดต้องการเข้าเก็บผลปาล์มในพื้นที่จะต้องมีการจ่ายเป็นเงิน 

พฤติการณ์ ดังกล่าว ของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา เข้าข่ายในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือให้ผู้อื่นกระทำความผิด 

รายงานระบุว่า นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หลังจากได้รับรายงานจากนายชัยวัฒน์ และชุดเฉพาะกิจพญาเสือแล้ว จึงมีคำสั่งให้ย้ายนายโสภณ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา ออกจากพื้นที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป