ปภ. และ หน่วยซีล ร่วมกันปฏิบัติการเก็บกู้อุปกรณ์ ในถ้ำหลวงนางนอน เกือบหมดแล้ว

ปภ. และ หน่วยซีล ร่วมกันปฏิบัติการเก็บกู้อุปกรณ์ ในถ้ำหลวงนางนอน เกือบหมดแล้ว

วานนี้ (20 มี.ค. 62) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ หรือหน่วยชีล นำกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนกว่า 110 นาย เข้าไปปฏิบัติการเก็บกู้อุปกรณ์ที่ค้างอยู่ในถ้ำหลวง อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนจากปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 13 คน เมื่อกลางปี 61 ที่ผ่านมา

ภาพจากอีจัน


ล่าสุดการขนย้ายอุปกรณ์หลักๆ จากภายในถ้ำส่วนลึกที่สุด ประมาณ 2.30 กิโลเมตร ตั้งแต่ก่อนถึงหาดพัทยาบีช สามแยก และโถงที่ 1-3 เสร็จแล้ว ซึ่งพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่น้ำแห้งแล้ว เหลือแค่ที่สามแยก ยังมีน้ำท่วมอยู่บ้าง และพื้นที่ตอนในของหาดพัทยาบีชลึกประมาณ 2.150 เมตรหรือห่างจากสามแยกภายในถ้ำประมาณ 150 เมตรยังมีตะกอนทรายอุดตัน

ภาพจากอีจัน


โดยครั้งนี้ถือเป็นการอำลาปฏิบัติการขนย้ายที่ถ้ำหลวง เนื่องจากปฏิบัติที่กองอำนวยการฯ จะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 26-29 มี.ค. 62 โดยจะเป็นหน่วยพลเรือนนำโดย ปภ. และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งจะไม่มีหน่วยชีลเข้าไปนำร่องเหมือนที่ผ่านมา

ด้านนายไพฑูรย์ นาคแท้ ผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
(ปภ.) เขต 15 กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ที่หน่วยชีลนำร่องเข้าไปเพราะแม้จะมีการสำรวจที่ตั้งอุปกรณ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 62 แล้ว แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนไปสภาพภายในถ้ำก็ยังคงอันตราย ซึ่งบางจุดสามารถเข้าไปได้ก็มีทรายทับถม บางจุดเคยปีนป่ายได้แต่ปัจจุบันกลายเป็นหน้าผาไปแล้ว แต่ก็สามารถนำอุปกรณ์ออกมาตามเป้า
หมายได้ คืออุปกรณ์การสื่อสาร ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน คือวิทยุสื่อสาร 3 ชนิดที่มีการใช้การเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์อินเตอร์คอม ทำให้สามารถเชื่อมความถี่ถึงกันได้

ภาพจากอีจัน


ตลอดระยะเวลาปฏิบัติการช่วยเหลือ และการเก็บกู้อุปกรณ์ครั้งนี้ สามารถสื่อสารตั้งแต่ภายนอกถ้ำไปจนถึงสามแยกภายในถ้ำได้ นอกจากนี้มีเสาอากาศชนิดสะท้อนเสียง 45 องศาที่มีความอ่อนตัวสามารถไปตามแนว โค้งในถ้ำได้


นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์มหัศจรรย์ คือหลอดไฟส่องสว่างด้วยถ่านไฟฉายขนาดเล็ก ซึ่งใช้ห้อยตามผนังถ้ำได้นาน 5 วัน ใช้แก้ปัญหาหากมีน้ำท่วมภายในถ้ำไม่สามารถต่อสายไฟฟ้าปกติเข้าไปได้ เพราะอาจเกิดอันตรายได้โดยหลอดไฟเล็กดังกล่าวใช้ห้อยโยงกันเป็นแถวทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานได้โดยไม่เกิดอันตราย ที่เหลือเป็น สายไฟ เชือกและอื่นๆ

ภาพจากอีจัน


สำหรับถังอ๊อกซิเจนที่คงค้างอยู่ภายในมีจำนวนเกือบ 400 ถัง สามารถเอาออกมาได้ 337 ถัง และยังคงค้างอยู่ภายในประมาณ 40 ถัง เพราะไม่สามารถนำออกมาได้เพราะถูกทรายทับถม


สำหรับภารกิจช่วงที่ 2 ที่จะปฏิบัติในวันที่ 26-29 มี.ค. 62นี้ จะเป็น หน้าที่ของหน่วยงานพลเรือนเป็นหลักซึ่งจะเป็นการเข้าไปเอาอุปกรณ์อิเล็ค ทรอนิคส์ เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กว่า 10 เครื่องแต่ละเครื่องต้องใช้กำลังคน นับ 10 คน ซึ่งไม่นับรวมเครื่องขนาดเล็กอีกนับไม่ถ้วน ท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งในด้านกำลังพลนั้นไม่มีปัญหาเพราะสามารถระดมกันไปได้อยู่แล้ว แต่ ปัญหาคือด้านเทคนิคและความปลอดภัยซึ่ง ยังไม่แน่ใจว่าระยะเวลา 4 วันดังกล่าว จะเสร็จหรือไม่


ขณะเดียวกัน ยังมีอีกภารกิจ คือสำรวจพื้นที่ตอนในตั้งแต่พัทยาบีชที่เจ้าหน้าที่เดินหน้าต่อไปอีก 50-80 เมตรจะถึงเนินนมสาวที่เด็กๆ ทีมหมูป่าเคยติดอยู่เพราะจากการเข้าไปครั้งนี้พบว่า มีเนินทรายทับถมอยู่ ทำให้มีอุปกรณ์บางอย่าง ยังคงอยู่ข้างใน ซึ่งการสำรวจคงจะค่อยเป็นค่อยไป และเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co