พี่สาว บุ้งทะลุวัง มอบอำนาจทนาย ขอประวัติรักษาน้องสาว หลังโดนเลื่อนมา 7 ครั้ง  

พี่สาว บุ้งทะลุวัง มอบอำนาจทีมทนายความรับประวัติการรักษาย้อนหลังน้องสาว 5 วัน หลังถูกเลื่อนมาแล้ว 7 ครั้ง ด้านราชทัณฑ์อ้างหนังสือรับมอบอำนาจมีปัญหา

หลังจากที่ บุ้งทะลุงวัง หรือ นางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง เสียงชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวง จากสาเหตุการตั้งใจอดอาหารนั้น ก่อนที่เวลาต่อผลการชันสูตรของ รพ.ธรรมศาสตร์ จะระบุว่า บุ้งทะลุง เสียชีวิตก่อนที่จะเดินทางมาถึง รพ.พยาบาลแล้ว ซึ่งทางทนายและครอบครัวของบุ้งทะลุวัง ก็ติดใจเคลือบแคลงสงสัยถึงวิธีการปฐมพยาบาล ดูแลรักษาบุ้ง ตลอดการพักอยู่ใน รพ.ราชทัณฑ์ ว่าได้รับการดูแลอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยได้มีการยืนเรื่องขอประวัติการรักษา แต่ก็ถูกทางกรมราชทัณฑ์เลื่อนการมอบเอกสารมาแล้วถึง 7 ครั้ง  

ล่าสุดวันนี้ นางสาววีรดา คงธนกุลโรจน์ หนึ่งในทีมทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากครอบครัว นางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ทะลุวัง ได้เดินทางมาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อขอประวัติการรักษานางสาวเนติพรย้อนหลัง 5 วัน ก่อนเสียชีวิต ซึ่งทางราชทัณฑ์แจ้งเลื่อนมอบประวัติการรักษามาแล้วถึง 7 ครั้ง โดยนางสาววีรดาระบุว่าก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อจาก พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ สายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่าให้มารับเอกสารวันนี้ ซึ่งเคยแจ้งกับทางราชทัณฑ์ไว้แล้วว่าได้รับมอบอำนาจจากครอบครัวนางสาวเนติพรให้มารับเอกสารตามที่แจ้งไว้

แต่พอมาถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ถามถึงพี่สาวของนาวสาวเนติพรและแจ้งว่าหนังสือรับมอบอำนาจไม่ถูกต้องตามที่แจ้ง ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ใช่คนอื่น ตนเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากพี่สาวของนางสาวเนติพรจริง ซึ่งวันนี้ถ้ายังไม่ได้เอกสารอีกจะถือว่าเลื่อนเป็นครั้งที่ 8 ตามที่ทนายกฤษฎางค์ นุสจรัส กล่าวอ้าง ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากพันตำรวจเอกทวีและนายสหการณ์ว่า ให้ทีมทนายความมารับเอกสารได้เลย ซึ่งตนมารอตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็นก็ยังไม่ได้รับเอกสาร ส่วนที่พี่สาวของนางสาวนิติพรไม่ได้เดินทางไปรับเอกสารด้วยตนเองวันนี้ เนื่องจากยังไม่แล้วเสร็จภารกิจงานศพของนางสาวเนติพร จึงมอบอำนาจให้ทีมทนายความมารับเอกสาร 

นางสาววีรดาบอกอีกว่านายสหการณ์เป็นผู้รับปากกับทีมทนายความเอง จึงอยากถามกลับว่าถ้าเป็นแบบนี้ใครจะเป็นผู้ให้คำตอบและความชัดเจนได้ เพราะที่ผ่านมาทำทุกอย่างอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด และปกติประตูทางเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่เคยปิด สามารถเดินเข้าไปได้เลย 

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลื่อนออกไปหลายครั้งแบบนี้มองว่าเป็นการปาหี่หรือไม่ สำหรับทีมทนายความมองว่าไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะที่ผ่านมาเคยถามกรมราชทัณฑ์ว่าติดปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าไม่ได้ติดปัญหาอะไร อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสาร ซึ่งตนมองว่าไม่ควรใช้เวลานานขนาดนี้ เพราะเป็นบันทึกการรักษาที่โรงพยาบาลต้องมีอยู่แล้ว และทางโรงพยาบาลก็ยืนยันว่าส่งมอบให้ทันตามที่แจ้งไว้ และส่วนตัวก็รู้สึกว่า ไม่รู้ว่ากรมราชทัณฑ์เล่นอะไรอยู่ หากมีปัญหาเรื่องการมอบอำนาจจริงทำไมไม่แจ้งแต่วันแรก หลังให้สัมภาษณ์จบ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้เชิญให้นางสาววีรดาเข้าไปด้านใน โดยให้เพื่อนที่มาด้วยรออยู่ด้านนอก