ราชทัณฑ์พาสื่อดูอาคารผู้ป่วยนักโทษหญิง สำรวจห้องพักบุ้ง-ตะวัน

กรมราชทัณฑ์นำสื่อมวลชนเข้าดูอาคารผู้ป่วยนักโทษหญิง สำรวจห้องพัก บุ้งทะลุวัง และ ตะวัน พบมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบ ส่วนห้อง ICU และลำดับเหตุการณ์วันเกิดเหตุเป็นไปตามที่ผู้บริหารแถลง

ยังคงมีประเด็นให้พูดถึงและตั้งคำถามกันอย่างต่อเนื่องระหว่างครอบครัว และทนายความของ บุ้งทะลุวัง หลังการเสียชีวิตของเจ้าตัวด้วยอาการหัวใจล้มเหลว เนื่องจากการอดอาหาร ก่อนที่เวลาต่อมาจะมีการตั้งคำถามไปถึงกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการดูแล ปฐมพยาบาล บุ้ง และเมื่อรวมกับผลชันสูตรของ รพ.ธรรมศาสตร์ ที่ระบุว่า บุ้ง เสียชีวิต ตั้งแต่ก่อนจะมาถึง รพ.แล้ว ทำให้หลายฝ่ายเกิดความเคลือบแคลงสงสัยถึงการทำงานของกรมราชทัณฑ์หลายจุด  

ล่าสุด วันนี้ 20 พ.ค. 67 กรมราชทัณฑ์ได้นำสื่อมวลชนเข้าดูอาคารผู้ป่วยนักโทษหญิง ภายในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งสื่อมวลชนที่เข้าไปจะต้องถูกเก็บเครื่องมืออุปกรณ์สื่อสารเข้าไปได้เพียงแต่ตัว เมื่อผ่านเครื่องคัดกรองก็จะเจอสองอาคารด้านซ้ายเป็นอาคารผู้ป่วยชาย สูง 9 ชั้น  ด้านซ้ายเป็นอาคารผู้ป่วยหญิงสูง 2 ชั้น สำหรับจำนวนนักโทษที่ต้องรักษาภายในโรงพยาบาลมีทั้งสิ้น 424 คนชาย 370 คนหญิง 54 คน (อัปเดต วันที่ 20 พฤษภาคม)  

โดยหน้าประตูเข้าแดนผู้ป่วยหญิงมีถนนและทางลาดเข้าตัวอาคาร ชั้น 1 ของอาคารเป็นห้องขนาดใหญ่ และซอยแบ่งเป็นห้องพักแพทย์ ห้องเก็บอุปกรณ์ ห้อง ICU ห้อง treatment ห้องเฝ้าระวัง และทางเดินด้านหน้าเพื่อเข้าห้องต่างๆ

สำหรับห้อง ICU นั้น จากการประเมินด้วยสายตา มีความกว้างประมาณ 2.5 เมตร ยาวประมาณ 3 เมตร ภายในห้องจากคำบอกของเจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์สำหรับกู้ชีพฉุกเฉิน ได้แก่ เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ หรือ Defibrillator, เครื่องตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจของหัวใจผู้ป่วย หรือ EKG Monitor ซึ่งจะใช้วัดทุก 3 นาที, กล่อง Magic box, ยาทุกชนิดสำหรับการรักษาภาวะวิกฤตฉุกเฉิน, สารอื่นในการขยายหลอดเลือดช่วยการเต้นของหัวใจ เช่น กลูโคส อะดรีนาลีน, เครื่องวัดความดัน, เครื่องคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจ, ท่อช่วยหายใจ, กล่องอุปกรณ์ข่วยหายใจ หรือ Ambu Bag เป็นต้น และมีเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำ 6-7 คน แพทย์ 2 คน ตามเวลาราชการ แต่หากหลังจากนั้นจะเหลือพยาบาลเพียง 2 คน  และแพทย์ 1 คน ส่วนกล้องวงจรปิดนั้นพบว่า มีอยู่ 4 ตัว แบ่งเป็น ทางเดินด้านนอก 2 ตัว และภายในห้องกระจก 2 ตัว อยู่ที่มุมซ้าย-ขวา 

สำหรับทางเดินหน้าห้องกระจก กว้างประมาณ 3 เมตร แต่มีชั้นล๊อคเกอร์สูงประมาณ 80 เซนติเมตรวางตามแนวกำแพง และมีโต๊ะ วางอยู่ริมระเบียง จำนวน 3 โต๊ะ ซึ่งมีโต๊ะ 1 ตัววางอยู่ใกล้ทางขึ้นบันได ซึ่งบันไดมีขนาดความกว้างประมาณ 1.2 เมตร  

เมื่อเดินดูชั้น 2 จะมีห้องขนาดใหญ่ทั้งหมด 4 บล็อก (Blog) เลขที่ 2/1-2/4 โดยทุกห้องเป็นห้องพัดลมทั้งหมด ส่วนทางเดินหน้าห้องมีเชลฟ์วางหนังสือ 1 ตู้ ความสูง 1 เมตร และมีที่นั่งม้าหินยาวทอดริมระเบียง ขณะที่ห้องเลขที่ 2/1-2/2 พบว่ามีเตียงวางทั้งหมด 10 เตียง โดยไม่มีกระจกกั้นใด ๆ ขณะที่ห้องเลขที่ 2/3-2/4 จะถูกซอยไว้ทั้งหมด 4 ห้อง (พร้อมเตียง 4 เตียง ขนาด 3 ฟุต มีหมอน 2 ใบ คือ สีน้ำตาล 1 ใบ และสีขาว 1 ใบ ผ้าห่มสีฟ้า 1 ผืน และเตียงถูกปูด้วยผ้าปูสีขาว) และมีกระจกพร้อมติดตั้งลูกกรงสีน้ำตาล ขณะที่ในส่วนทางเดิน หรือปลายเท้าของผู้ป่วย จะเป็นเตียงนอนและที่นั่งสำหรับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำ (อสรจ.) ซึ่งจะสวมเสื้อสีฟ้า จำนวน 1 รายต่อ 1 บล็อก รวมทั้งหมดบนชั้น 2 มีเจ้าหน้าที่ อสรจ. รวม 4 ราย อีกทั้งจะมีป้ายวางบริเวณหน้าห้องผู้ป่วยแต่ละบล็อก เพื่อบอกจำนวนผู้ต้องขังป่วยภายในห้องนั้น ๆ ว่ามีกี่ราย เป็นศาสนาใดบ้าง และมีกี่รายออกไปศาล  

สำหรับห้องพักผู้ป่วยของบุ้ง กว้างประมาณ 1.1 เมตร ยาวประมาณ 2 เมตร ส่วนเตียงของบุ้งและตะวัน เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า บุ้งและตะวันนอนเตียงเดียวกันซึ่งเตียงมีขนาด 3 ฟุต และภายในห้องมีชั้นลิ้นชัก3 ชั้น ด้านบนมีการวางเครื่องวัดความดันแบบพกพา ยาแก้ปวดท้อง ยาแก้ปวดศีรษะ เจลแอลกอฮอล์ และปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล 3 แท่ง และยังมีหัวเตียงมีจ่ายออกซิเจนบนหัวเตียงอีกด้วย ซึ่งห้องของบุ้งอยู่ติดริมลูกกรงทางเดิน / ส่วนกล้องวงจรปิดจากที่สังเกตเห็นเพียงบริเวณทางเดินด้านหน้า 1 ตัว มุมกล้องหันมาที่เตียงของบุ้ง 

ประเด็นเรื่องรถนําตัวผู้ต้องขังป่วยส่งโรงพยาบาลแม่ข่าย (Ambulance) นั้น หากเกิดภาวะวิกฤติฉุกเฉินแก่ผู้ต้องขังป่วย รถประเภทดังกล่าว ซึ่งมีจำนวน 2 คัน โดย 1 ในนั้น คือ รถทะเบียน 8 กช 4837 กรุงเทพมหานคร เป็นรถที่ใช้นำตัว น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ซึ่งมีภาวะฟุบ วูบหมดสติ จับสัญญาณชีพจรด้วยมือไม่ได้ ออกจากแดนหญิง ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งรถจะขับออกมาจากลานจอดรถที่บริเวณด้านหน้าอาคารทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยมีระยะทางไม่เกิน 50 เมตร ก่อนเข้าประตูแดนหญิง และเข้าจอดเทียบบนทางลาดใต้อาคารเพื่อรับตัวผู้ป่วย ก่อนขับวนออกประตูสำหรับรถนำส่งผู้ป่วย ซึ่งเป็นประตูเหล็กม้วน ส่วนอุปกรณ์ภายในรถพยาบาล ยกตัวอย่างเช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (AED ) / หน้ากากอ๊อกซิเจน / เครื่องช่วยหายใจแบบบีบมือ (ambubag)/ ถังoxygen / เครื่องใส่ท่อช่วยหายใจ (Laryngoscope) / กระเป๋าช่วยชีวิตฉุกเฉิน  ชุดเฝือกลม ชุดล็อคศีรษะ เป็นต้น

นอกจากนี้เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามรายละเอียด ในห้อง icu แต่เจ้าหน้าที่ที่พาเดินดูไม่สามารถตอบได้ว่าภายในห้อง ICU มียาประเภทใดบ้างบอกเพียงมียาทุกประเภท และ เมื่อถามเหตุการณ์วันที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบอกได้ บอกแค่ว่าเป็นไปตามที่ผู้บริหารกระทรวงแถลง .

จุดข้อสงสัยตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงว่าหลังจากที่บุ้งลุกขึ้นมานั่งและล้มลงไปเจ้าหน้าที่ได้ยกตัวบุ้งพร้อมที่นอนลงมาจากชั้นสองมายังห้องไอซียูด้านล่างแต่ขนาดพื้นที่ที่ผู้สื่อข่าวเข้าไปดูบริเวณทางขึ้นบันไดชั้นหนึ่งมีโต๊ะกั้นอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกในการยกที่นอนที่มีร่างบุ้งอยู่ด้านบนมา ICU ได้ ขณะที่ประตูเข้าผู้ป่วย จะมีการล็อกแม่กุญแจจากด้านนอกฉะนั้นขณะขณะเกิดเหตุมีความเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ อสรจ. จะต้องตะโกนให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ขึ้นมาเปิดประตูก่อนจะยกตัวบุ้งออกไปยังห้องICU 


คลิปอีจันแนะนำ

ไทม์ไลน์ บุ้งทะลุวัง 107 วัน ในเรือนจำ