สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย! ปกป้องเด็กจากบุหรี่ไฟฟ้า ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ในวันงดสูบบุหรี่

สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย รณรงค์ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ จากปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าระบาดในเด็กและเยาวชน เผย บุหรี่ไฟฟ้าส่งปัญหาสุขภาพ ไม่เว้นแม้แต่ช่องปาก

องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนภัย! บุหรี่ไฟฟ้าระบาดหนักในเด็ก ในประเทศไทย พบเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 5.3 เท่า โดยบุหรี่ไฟฟ้า มีสารนิโคติน ส่งผลเสียต่อสุขภาพทุกด้าน ดังนั้น การป้องกันเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อวานนี้ (30 พ.ค. 67) สสส. จับมือ สพฐ. ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในโรงเรียน ปลูกฝังเยาวชนให้ “รักเพื่อน เตือนกัน ไม่สูบ” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 2567

โดย ทพ.อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ปัจจุบัน เด็กและเยาวชนไทย เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจาก บุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อสุขภาพในทุกด้าน ซึ่งการที่ สสส. จับมือ ร่วมกับ สพฐ. นั้น เพื่อเป็นการเร่งแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ของเยาวชน ทั้งในและนอกสถานศึกษา โดยการรณรงค์ในครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้คำขวัญ “ร่วมปกป้องเด็กและเยาวชน จากบุหรี่ไฟฟ้า” ซึ่งมีกิจกรรมเสริมทักษะ ให้เยาวชนรู้จักปฏิเสธบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านการจัดการประกวด โครงงาน วาดภาพระบายสี และจัดทำวิดีโอ TikTok รณรงค์งดสูบบุหรี่ ซึ่งในวันนี้มีผู้ได้รับรางวัล ประเภทละ 15 รางวัล

ทพ.อดิเรก ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบัน การจัดทำสื่อเพื่อรณรงค์ ได้ผลมากขึ้นในเยาวชน ดังนั้น การให้เยาวชนได้มีโอกาสรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์ จึงเป็นสิ่งที่ดี ทั้งยังได้เห็นความสามารถของเยาวชนอีกด้วย

ทางด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เด็กไทยที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า มากขึ้นเป็น 17.6% จากเดิมอยู่ที่ 3.3% ในปี 2558 ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 เท่า โดยพบว่านักสูบที่อายุน้อยที่สุดคือแค่ 6 ขวบเท่านั้น ซึ่งอันตรายมากๆ เนื่องจากการได้รับสารนิโคตินตั้งแต่เด็ก จะส่งผลระยะยาว เช่น ระบบประสาท ที่แม้จะช่วยให้ผ่อนคลายระยะหนึ่ง แต่เมื่อสะสมการรับนิโคตินเข้าไป นานๆ ไป อาจทำให้มีอาการเบื่อหน่าย จนก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้

สสส. จึงขับเคลื่อนนโยบาย สนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายทันตบุคลากรต้านภัยยาสูบ ซึ่งมีการบริการช่วยเลิกบุหรี่ให้แก่ประชาชน และป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นเยาวชน ซึ่งพบว่าการดำเนินการประสบผลสำเร็จ

หลายคนอาจเข้าใจว่า บุหรี่ไฟฟ้า ไม่อันตรายเท่าบุหรี่มวน ซึ่งในเรื่องนี้ ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้า มีความอันตรายเทียบเท่าบุหรี่มวน ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย สติปัญญา และสุขภาพช่องปาก โดยปัญหาที่พบในช่องปาก ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า มี 3 ข้อหลักๆ คือ 1. โรคเหงือก ส่งผลต่อสุขภาพฟัน อาจทำให้ฟันหลุดเร็ว 2. มีความสกปรก เกิดคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก ที่สะสมเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของการอักเสบในช่องปาก และทั่วร่างกาย เช่น ไขข้อ หัวใจ ตับ ปอด 3. ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ ทั้งรอยยิ้มที่หม่นหมอง สุขภาพฟัน รวมถึงจิตใจ ล้วนส่งผลเสียทั้งนั้น

โดยการติดบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและผู้ใหญ่ ส่งผลเสียเท่ากัน แต่เด็กจะยังขาดความคิดยับยั้งชั่งใจ ทำให้สูบบุหรี่บ่อยกว่า โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า ที่สามารถสูบได้ง่าย การติดบุหรี่ในเด็ก ทำให้ติดสารเสพติดและเลิกได้ยากมาก ปัญหาสุขภาพก็จะเกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย

ทางด้าน ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ สพฐ. กล่าวว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ส่งเสริมมาตรการป้องกันควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาอย่างจริงจัง และจะสนับสนุนให้เด็กรู้จักปฏิเสธการสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันปัญหานี้ต่อไป

ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าระบาดหนักในเยาวชน เป็นสิ่งที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม เพราะบุหรี่ไฟฟ้าทุกวันนี้ ผลิตออกมาให้คล้ายของเล่น รสผลไม้ ทำภาพลักษณ์ให้ดูไม่อันตราย จึงดึงดูดความสนใจของเด็กได้มาก แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น บุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลเสียหลายประการ ดังนั้น สสส.จึงอยากร่วมรณรงค์ ปกป้องเด็กไทย จากอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า