ข่าว 7 มกราคม 2561 | 19:14 น.

แก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอย นำบัตรปชช. เปิดบัญชี สาวเจ้าของบัตรซวยซ้ำ

เขียนโดย อีจัน
แก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอย นำบัตรปชช. เปิดบัญชี สาวเจ้าของบัตรซวยซ้ำ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอย นำบัตรปชช. เปิดบัญชี สาวเจ้าของบัตรซวยซ้ำ ถูกดำเนินคดี นำตัวเข้าคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว

แก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอย ฉกบัตรปชช. เปิดบัญชี สาวเจ้าของบัตรซวยซ้ำ ถูกดำเนินคดี นำตัวเข้าคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว


จากกรณีที่ นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ร้องเรียน ว่า ตัวเองถูกคนร้ายล้วงกระเป๋าเงิน ขณะนั่งรถโดยสารที่กรุงเทพฯ โดยไม่คาดคิดว่าคนร้ายได้นำบัตรประชาชนของตัวเองไปเปิดบัญชีธนาคารต่าง ๆ รวมทั้งหมด 7 แห่ง 9 บัญชี

ต่อมาทางธนาคารได้ติดต่อของข้อมูลจากนางสาวณิชา เพราะบัญชีมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ จึงทำให้ทราบว่า คนร้ายได้นำบัตรประชาชนที่หายไปของตัวเอง ไปตระเวณเปิดบัญชีหลายแห่ง  จึงได้ทำการอายัดบัญชีทั้งหมดที่เป็นชื่อตัวเอง จากนั้นนางสาวณิชาสืบหาภาพคนร้ายจากธนาคารที่คนร้ายนำบัตรไปเปิดจนได้หลักฐาน และรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย และนำปแจ้งความไว้ตามสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


จากภาพวงจรปิดที่ได้ คนร้ายเป็น ผู้หญิง รูปร่างอ้วนท้วม ผมยาว ปิดหน้าด้วยหน้ากากอนามัย ได้นำบัตรประชาชนของ นางสาวณิชา ไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร 7 แห่ง รวมแล้ว 9 บัญชี จึงนำภาพที่ได้ ไปแจ้งความเป็นหลักฐาน ก่อนที่นางสาวณิชา จะรู้ตัวว่า ตัวเองก็ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง เนื่องจากมีการโอนเงินเข้าออกผิดปกติในบัญชีที่ถูกคนร้ายนำไปเปิด

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


ทั้งนี้หนึ่งในบัญชีที่ถูกสวมรอยใช้ชื่อของ นางสาวณิชา ได้มีความเคลื่อนไหว โดยมีเงินโอนเข้าบัญชีถึง 4 ครั้ง จำนวน 305,000 บาท และโอน ผ่านธนาคาร อีกแห่ง ใน เขต สภ.เมืองตาก อีกจำนวน 1,070,000 บาท มีผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปที่ บัญชีของนางสาวณิชา คือ นางการต์สินี ยะเมา เป็นชาวจังหวัดตาก ซึ่งถูกแก๊งชาวต่างชาติ ที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก หลอกให้ร่วมลงทุนซื้อที่ดิน และตกปากรับคำกันว่า จะส่งเงินมาให้ จำนวน 30 ล้านบาท จากนั้น มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างว่าเป็นศุลกากร โทรมาติดต่อ ให้จ่ายเงินค่าภาษี โดยให้ โอนเงินไปเข้าบัญชี ชื่อ นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ และเมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไป และก่อนที่นางการต์สินี จะรู้ตัว เงินที่โอนไปก็ได้ถูกเบิกออกทั้งหมด และไม่สามาถติดต่อกับหนุ่มต่างชาติได้อีก รวมถึงปิดเฟซบุ๊คหนี นางการต์สินี จึงไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก จ.ตาก ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีหมายเรียก 2 ครั้ง แต่นางสาวณิชาไม่ได้มาพบตามหมาย ซึ่งนางสาวณิชา อ้างว่าไม่ได้รับหมายเรียกดังกล่าวจึงไม่ได้ไป

ต่อมาตำรวจกองปราบปราม ออกหมายเรียก นางสาวณิชา จึงได้ไปแสดงความบริสทธิ์ใจที่สำนักงานกองปราบปราม และถูกควบคุมตัวไว้ที่กองปราบปราม ก่อนที่จะทางตำรวจภูธร สภ.บ้านตาก อ.บ้านตาก จ.ตาก ให้มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายท้องที่ที่มีผู้เสียหายแจ้งความเอาไว้โดย นางสาวณิชา ต้องนอนในห้องขังเพื่อรอการส่งไปที่ศาลในวันรุ่งขึ้น

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2561 เวลา ประมาณ 9.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านตาก จ.ตาก ได้นำตัวนางสาวณิชา ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงออกจากที่กุมขังไปขออำนาจศาลตากฝากขังเป็นผลัดที่1 โดยมีนางกันต์สินี ผู้เป็นแม่ พร้อมด้วยนางสาวปุญญาดา พีสาว ตามมาประกันตัว และเตรียมเงินสด 100,000 บาท เอาไว้ประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากกลัวผู้ต้องหาหลบหนี เพราะมีมูลค่าความเสียหายมาก หลังทราบคำสั่งศาล ทางแม่และญาติพยายามหาทนายความมาร้องขอความเป็นธรรม เพื่อขออุธรณ์ ประกันตัวต่อไปในวันจันทร์นี้ (8 ม.ค.61)

ภาพจากอีจัน


            
ขณะที่นางกันต์สินีหงษ์ ก๊กมาศ ผู้เป็นแม่และนางสาวปุญญาดา ก๊กมาศ อายุ 33 ปี ญาติ ยืนยันว่า  บัญชีดังกล่าว ถูกแก๊งมิจฉาชีพแอบไปเปิดไว้ จึงได้ไปแจ้งความอายัดบัญชีที่ถูกแอบอ้างทั้งหมดรวมถึงประสานขอภาพวงจรปิด จากธนาคารไว้หมดแล้ว โดยมีหลักฐานว่า นางสาวณิชาไม่ได้เป็นผู้ไปเปิดบัญชี เพื่อทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายนั้นแต่อย่างใด 

สำหรับ นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ปัจจุบันทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ




ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยายนั่งขายผักเพื่อนำเงินไปไถ่ชีวิตวัว
ยายนั่งขายผักเพื่อนำเงินไปไถ่ชีวิตวัว
รวบหนุ่มคาทางด่วน หนีคดี 16 ปี ยิงอริกลางงานหมอลำ
รวบหนุ่มคาทางด่วน หนีคดี 16 ปี ยิงอริกลางงานหมอลำ
ราคาทอง ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออกบาทละ 21,800
ราคาทอง ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออกบาทละ 21,800