อีจันบันเทิง 14 มกราคม 2561 | 13:21 น.

เปิดใจบุ๋มนางงามแม่พระ รับลูกบุญธรรม 7 คน

เขียนโดย อีจันบันเทิง
เปิดใจบุ๋มนางงามแม่พระ รับลูกบุญธรรม 7 คน

#บุ๋มปนัดดา

#เปิดใจบุ๋มนางงามแม่พระ รับลูกบุญธรรม 7 คน

ภาพจากอีจัน

อีจันได้มีโอกาสสัมภาษณ์แบบเปิดใจกับ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋มดาราและพิธีกรชื่อดัง และเป็นประธานองค์กรทำดี ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเยาวสตรีและสตรีที่ได้รับความเดือดร้อน หรือถูกรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรม หลายๆคนอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่า ดร.บุ๋มนั้นรับอุปการะเด็กสาวมานานมากกว่า 10 ปี รวมทั้งหมด 7 คน ซึ่งคนล่าสุดคือน้องนิหนุ่น ที่เธอยืนมือเข้าไปช่วยเหลือเนื่องจากถูกคุณครูลงโทษเกินกว่าเหตุ แต่สิ่งที่อีจันจะหยิบยกมาพูดถึงวันนี้คือเรื่องราวของเด็กสาวอีก6คนที่เธอยังคงประทับใจและภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเด็กสาวกลุ่มนี้

ภาพจากอีจัน

อีจัน : ทำไมพี่บุ๋มถึงรับอุปการะเด็กทั้ง 7 คนนี้?
ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี : ต้องย้อนอดีตของตัวเองก่อน ซึ่งน้อยมากที่บุ๋มจะเล่าให้ใครฟัง จริงๆเห็นบุ๋มดูเป็นเจ๊สำหรับหลายต่อหลายคน ทุกวันนี้บ้านใหญ่โต 15 ห้องนอน ถ้าย้อนอดีตกลับไปได้เเละบุ๋มไม่อายที่จะบอกด้วย บ้านบุ๋มจนกันมาก่อน ห้องหนึ่งเป็นเเฟลตเล็กๆ เราอยู่กัน 6-8 อ่ะ นอนขาก่ายกัน คือญาติเเม่เยอะมาก พ่อก็จะเป็นคนหาเลี้ยงเป็นหลักๆ เเต่เป็นบ้านที่มีความสุขเเล้วก็อบอุ่นนะ เเต่ถามว่ามันลำบากไหม ลำบากมาก บุ๋มไม่เคยได้ของอะไรมากมาย ปีละชิ้นเอง ดังนั้นสิ่งที่ทำให้บุ๋มมีทุกวันนี้ได้คือ สิ่งที่พ่อกัดฟันสู้เเละให้การศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับบุ๋ม ดังนั้นบุ๋มเองพอวันหนึ่งมีชื่อเสียง เรามีโอกาสในสังคม เราสามารถที่จะเอาความรู้ของเรา ความสามารถของเราในการต่อยอด จนเราหาเงินได้เลี้ยงดูพ่อเเม่ได้ ซื้อบ้านให้พ่อเเม่อยู่ได้เเละเราก็อยากจะเเบ่งปันให้คนอื่นด้วย ดังนั้น ถ้าบางกรณีอย่างเช่น เราเห็นเด็กที่สู้ กตัญญู ความรู้สึกเหมือนเห็นภาพตัวเองสะท้อนอ่ะ ที่เราไปนั่งขายของตั้งเเต่เด็ก ที่เราไปนั่งห่อปกหนังสือหาค่าขนม เอาของจากที่หนึ่งไปขาย อย่างเช่น หนังสือสมุดฉีกหนึ่งบาทไปขายเป็นสองบาท สิ่งที่เราเห็นตัวเรา ณ วันนั้น มันไปสะท้อนกับเด็กคนอื่น เเล้วเรารู้สึกว่าเราจะช่วยดึงเขา เพราะว่าพ่อเเม่บางคนเขาก็เป็นกะเหรี่ยงบ้างหรือไม่มีพ่อเเม่บ้าง เราก็เลยคิดว่าถ้าเรายื่นมือไปช่วยเขาได้ เเล้วทำให้เขายืนด้วยสองขาของเขาได้ มันก็คงจะดีเหมือนกับที่เราเป็นในทุกวันนี้ ก็คือการศึกษาจะเป็นสะพานเชื่อมโดยเฉพาะในสังคมไทย คนมีการศึกษา คนมีโอกาสในสังคม มันก็จะได้เปรียบ มันก็จะดูเเลตัวเองได้ บุ่มก็เลยคิดว่าเราน่าจะต่อยอดให้กับคนอื่นเพราะสิ่งที่ตัวเองเคยจนมาก่อน
ภาพจากอีจัน

อีจัน : แล้วพี่บุ๋มมีหลักเกณฑ์ในการรับอุปการะเด็กอย่างไร
ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี : พูดยากค่ะ บางคนจากเรื่องราวที่เขาเป็น บางคนก็มีคนเสนอชื่อเสนอเรื่องราวมาให้ บางคนก็มาจากกรณีที่โดนข่มขืน บางคนก็อย่างน้องนิหนุ่นที่กำพร้าเเต่กตัญญูอย่างนี้ มันก็เลยเเล้วเเต่กรณี เเต่ส่วนใหญ่คือทั้ง 7 คนที่รับมา ไม่มีการเซ็นชื่อว่ารับเป็นเเม่เป็นลูกกัน เเต่เขาจะรู้ว่าทุกเดือนหรือค่าเทอมจะส่งให้ อะไรยังไงบ้าง ถ้าอย่างคนที่ 1 เป็นกะเหรี่ยง เดินวันละ 6 กิโลไปเรียนอยู่บนเขาเลย เเล้วก็ส่งจนจบปริญญาตรี เป็นคุณครู มีลูกมีผัวไปเเล้ว เราก็จบ เพราะว่าถือว่าน้องเขาดูเเลตัวเองได้ มีคนมาดูเเลเขามีลูกที่น่ารัก 10 กว่าปีมาแล้ว ตั้งเเต่เขาอยู่ประถม จนตอนนี้เป็นสาว จบปริญญาตรีไปเเล้วนะคะไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนหนึ่งที่ก้มหน้าก้มตามาเจอ เเล้วเขาจะเติบโตเป็นสาวเป็นเเม่พิมพ์ของชาติ เป็นเเม่ของลูกน้อยได้ขนาดนี้ จากเด็กตัวน้อยที่เราเจอ จนกระทั่งเด็กตัวน้อยมีลูกต่อ ฉันมีหลานเเล้ว ปลื้มใจว่าอย่างน้อย เงินที่เราทำมาหากินมาเราเเบ่งให้คนอื่นซึ่งเขาไม่ได้ใช้กันเยอะเเยะมากมายมันสามารถทำอนาคตเขาให้ดีได้

ภาพจากอีจัน

อีจัน : แล้วคนอื่นๆเรื่องราวเป็นยังไงบ้าง?
ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี : มีบางคนที่มาจากกรณีที่โดนข่มขืนบุ๋มเลยไม่ค่อยอยากพูดถึง จริงๆเเล้วอย่างที่บอกหลายคนที่บุ่มเคยออกมาไฟท์ เรื่องของการข่มขืนหรืออะไรก็ตาม ถ้าเกิดว่าคุณต่อต้านบุ๋ม คุณช่วยทำอะไรให้บุ๋มดูสักอย่างหนึ่ง เเต่บุ๋มเองเป็นคนที่ถ้าบุ๋มลงไปดูเเลเเล้วดูเเลกันยาวอ่ะ ทุกวันนี้บุ๋มก็ยังเจอะเจอเขาอยู่ ยังไลน์คุยกัน เงินขาดเงินเกินดูเเลกันตลอด หาที่เรียนให้ใหม่ ทุกอย่างเรายังดูเเลกันอยู่เหมือนลูกคนหนึ่งเพราะเขาเจอะเจออะไรเเย่ๆมากมายเเล้ว เราก็อยากดึงสิ่งดีๆให้กับเขา ฉันทำดีอย่างนี้นะ ฉันช่วยเหลืออย่างนี้นะ ดังนั้นเขาจึงจะได้รับโอกาสทางสังคม ณ วันหนึ่งเขายืน 2 ขาตัวเองได้เมื่อไหร่ เขามั่นใจว่าอนาคตเขามีดีได้เมื่อไหร่ คือบุ๋มดีใจมากเลยนะ ทุกวันนี้เขาเรียนกฎหมาย เขาบอกว่าวันนั้นกฎหมายไม่ยุติธรรมสำหรับเขา เขาจะหาความยุติธรรมให้กับตัวเองเเละเขาเรียนกฎหมายเพื่อมาช่วยงานองค์กรทำดีกับบุ๋ม ได้ใจไปเลย ดีใจที่เขาเห็นพลังหัวใจเรา แล้วเค้าเอาพลังหัวใจเรา ไปสร้างความเข้มแข็งให้กับเขา มันยากมากเลยนะกับผู้หญิงที่มาเจอะเจอเรื่องมาขนาดนั้น ผู้ชายที่มาทำร้ายเขา แล้วยังจะมาฆ่าเขาอีก กว่าเขาจะยืนด้วย 2 ขาเขาได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องมานั่งปรับสุขภาพจิตเขา ต้องมานั่งพูดคุยแบบ เฮ้ย! อะไรยังไงลูก แล้ว ณ วันนี้เขายืนด้วย 2 ขาตัวเองได้ แล้วเขามองบวก มองอนาคตไปไกลๆ มองหาความยุติธรรมในสังคม ถ้าไม่มี ไม่เป็นไร เดี๋ยวหนูหาเอง พูดคำนี้แล้วได้ใจ ได้ใจแม่บุ๋มมากเลยจริง

ภาพจากอีจัน

อีจัน : ก่อนหน้าที่จะรับน้องนิหนุ่นคือใคร?
ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี : มีอีกคนหนึ่งที่ดูแลเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นั่นคือคนที่ 6 ก่อนนิหนุ่น ชื่อน้องแพรวอยู่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเด็กเรียนดีมาก คุณครูคือคนที่เขียนจดหมายมาหาบุ๋มเอง ว่านี่คือเรื่องราวของเด็กคนหนึ่ง ที่เดินทางจากอำเภอสองพี่น้อง ห่าง 60 หรือ 80 กิโลเมตร เพื่อมาเรียนทุกวัน ที่โรงเรียนกาญจนา ในกลางใจเมืองของสุพรรณบุรีค่ะ นั่งรถตู้มาไกลมากเลยตั้งแต่ ตี 5 เลย เพื่อมาเรียนหนังสือ น้องเรียนได้ 4.00 เป็นเด็กกิจกรรมดี เป็นหัวหน้าห้อง แต่สิ่งที่เจอ คือ คุณพ่อป่วยหนักเป็นโรคไต ต้องฟอกไต เงินไม่มีหัวหน้าครอบครัวไม่มีรายได้ คุณแม่ก็ไม่ได้ทำงานอะไร เพราะคุณแม่ก็ป่วยเช่นเดียวกัน น้องกำลังจะไม่ได้เรียน ณ ตอนนั้นน้องกำลังอยู่ ม.3 น้องฝันที่จะเป็นคุณหมอ เพราะน้องเรียนเก่งมาก เราฟังเรื่องราวเขาแล้วรู้สึกว่า ฉันชอบเด็กสู้ แต่เมื่อทางสู้มันกำลังจะดับ เด็กคนนี้คงจะเครียดมากเลย มีวันหนึ่งกองถ่ายละครยกเลิกกอง บุ๋มบอกคนขับ ไปสุพรรณบุรี บุ๋มก็โผล่ไปที่โรงเรียน ถามคำแรกเลย มองหน้าเขา แล้วก็แบบ เหนื่อยมากไหมลูก เขาไม่พูดอะไรเลย ยกเว้นร้องไห้ เด็กก็คน แต่มันไม่พูด การที่ครั้งนี้มันต้องสู้ชีวิต ไม่เคยได้เสื้อผ้าสวยๆ ชุดชั้นในยังขาดๆ แล้วตั้งใจเรียนขนาดนี้ กับไฟดวงเล็กๆ ที่นั่งอ่านหนังสือทุกคืนอ่ะ เพื่อให้ได้ 4.00 แล้ววันหนึ่งที่อนาคตมันจะเป็นไปไม่ได้ พอมาเจอแสงสว่างเหมือนเราเดินไปเป็นแสงสว่างให้เขา เขาร้องไห้ ปล่อยทุกอย่าง กลางโรงเรียนเลย ไม่สนใจอะไรแล้ววันนั้น
ภาพจากอีจัน

แต่บุ๋มขอชมโรงเรียนกาญจนานะคะ ขอบคุณจริงๆ เพราะว่าหลังจากที่บุ๋มไปวันนั้น ทำให้เพื่อนๆ ทำให้ใครหลายคนรับรู้เรื่องราวของน้อง รถตู้คนรับส่งบอกว่า อ้าว ทำไมไม่บอกพี่ให้ขึ้นฟรี ขอบคุณค่ะ แล้วก็คุณป้าที่โรงอาหาร รู้เรื่องราวของน้อง ให้กินข้าวฟรี ก็ต้องขอบคุณ คือค่อยดูแลกันประคับประคอง เพื่อนก็ช่วยกันอะไรกัน อย่างน้องทุกวันนี้ ไลน์มาทุกวัน แม่วันนี้หนูต้องทำรายงานคนเดียว ไม่เป็นไรลูก หนูก็จะได้รู้คนเดียวไง ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่เป็นไร หนูลุยคนเดียว หนูก็รู้เยอะกว่าคนอื่น การเหนื่อยกว่า ตัวเองเหนื่อยกว่าคนอื่น แต่เราได้มากกว่าคนอื่นมันเรื่องปกติ เราก็ต้องคอยสอน คอยแนะนำให้กำลังใจเขา แม่คะแนนอันนี้หนูตก เขากลัวว่าเราจะเสียใจ เรื่องคะแนนตก ไม่เป็นไรลูก มันก็ต้องมียากบ้างแหละ แม่ยังเห็นอ่านไม่รู้เรื่องเลย อะไรอย่างนี้ แล้วก็ทุกครั้งที่เจอกัน หรือ เขามากรุงเทพฯ คือหนูจะติวอะไร ติวเต็มที่ หนูจะติวหมอวิชาไหนเอาเลย ครอสเรียนเท่าไหร่แม่จ่าย ดูแลแม้กระทั่ง เสื้อหนาว เสื้อใน ทุกอย่าง คือคุณพ่อคุณแม่เขาก็น่ารักมาก ไม่เคยขอเงินบุ๋มเลยนะ พ่อแม่ยังพอดูแลตัวเองได้ลูก ขอบคุณแม่บุ๋มด้วยซ้ำที่รับผิดชอบภาระ ตรงที่เป็นภาระของเขาไปทั้งหมด บุ๋มก็ได้ลูกสาวที่น่ารักมา 1 คน คือน้องแพรว ซึ่งก็ดีใจที่เขาเติบโตขึ้นมา เป็นเด็กที่น่ารักสำหรับเรา แล้วก็ตั้งใจเรียนมากจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังเดินทางไปกลับ หลาย 10 กิโลเมตร อย่างไรอย่างนั้นอยู่ ประมาณ 3 ปี จนกระทั่งเราก็ไม่ได้เรียกว่า เราก็จะต้องรับใครอีกสักคนหนึ่งแล้วนะ เพราะว่าอย่างน้องแพรว ก็ถือว่าโตมากแล้ว แล้วเราเองก็ไม่รู้อนาคตบุ๋มจะมีงานอีกสักเท่าไหร่ จะมีพลังในการดูแลคนอื่นได้อีกสักเท่าไหร่

ขอบคุณภาพจาก IG : boompanadda


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดใจบุ๋มนางงามแม่พระ รับลูกบุญธรรม 7 คน
เปิดใจบุ๋มนางงามแม่พระ รับลูกบุญธรรม 7 คน
บุ๋ม ปนัดดา ใจบุญรับ "นิหนุ่น" เป็นบุตรบุญธรรม
บุ๋ม ปนัดดา ใจบุญรับ "นิหนุ่น" เป็นบุตรบุญธรรม
พี่บุ๋ม ขอระดมทุนช่วยเหลือ น้องเฟิส โดนเพื่อนเอาดินสอปักลูกตาดำ ไร้เงินรักษา
พี่บุ๋ม ขอระดมทุนช่วยเหลือ น้องเฟิส โดนเพื่อนเอาดินสอปักลูกตาดำ ไร้เงินรักษา
รองโฆษก ตร. เผย “หนิง ปณิตา” ทำผิด 3 ข้อหา อยากให้ดาราดังมาให้ข้อมูลเพื่อความกระจ่าง!
รองโฆษก ตร. เผย “หนิง ปณิตา” ทำผิด 3 ข้อหา อยากให้ดาราดังมาให้ข้อมูลเพื่อความกระจ่าง!
ตำรวจเตรียมเรียก “หนิง” ให้ข้อมูล หลังโดนจับทำผิดจราจร ลั่น...ทำแบบนี้รู้เลยจะเอาตัง
ตำรวจเตรียมเรียก “หนิง” ให้ข้อมูล หลังโดนจับทำผิดจราจร ลั่น...ทำแบบนี้รู้เลยจะเอาตัง