อีจันบันเทิง 22 มกราคม 2561 | 14:03 น.

เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"

เขียนโดย อีจันบันเทิง
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"

#บันเทิงทอล์ก เดวิด อัศวนนท์

อีจันบันเทิงทอล์ก เดวิด อัศวนนท์

อยู่วงการนี้ต้องหนังหนา

หนุ่มหล่อเครางาม วัยต้นหลักสี่ เจ้าของรางวัลสุรัสวดี สุพรรณหงส์และชมรมวิจารณ์บันเทิง จากบทพ่อค้ายาจิตโหด ภาพยนตร์ไทยเรื่องเคาน์ดาวน์ ปี 2555

ละครเวที และละครทีวีนับสิบเรื่องที่เขาแสดง ล้วนแต่สร้างภาพจำติดตา ตั้งแต่ท่านเจ้าคุณสามีคนดีแกมร้ายในคือหัตถาครองพิภพ (2556) มาจนถึงสามีซาดิสม์ของใจเริงในเพลิงบุญ (2560)

อีจันขอข้ามข้อมูลส่วนตัวแต่เก่าก่อน มาเอนหลังนั่งคุยกับเดวิด ในค่ำคืนหนึ่ง ..ไม่ระบุสถานที่ แต่ปิดห้องมิดชิด พอที่จะพูดจากันได้แบบอันเซนเซอร์

ภาพจากอีจัน

กล้องพร้อม อารมณ์พร้อม 5..4..3..2..

เดวิด อัศวนนท์ครับ มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งนี่ละครับ ที่รักการแสดง

รักมานานรึยังคะ

แอบรักโดยที่ไม่รู้ตัว .. เป็นไงล่ะ โรแมนติกแอบรักโดยที่ไม่รู้ตัวกับการแสดง ตั้งแต่ยังเด็กๆอยู่ครับ ตอนที่ดูทีวีดูหนังแล้วก็เห็นเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น เห็นตัวละคร เห็นตัวพระเอกนางเอกเขาทำอะไรกันอยู่ เราก็มีความรู้สึกว่าเจ๋งดีอ่ะ บางทีก็เก็บเอาฉากที่เราเห็นมาเล่นเอง

หนังฝรั่งเหรอคะ

ทุกอย่างครับ หนังไทยก็ดูตอนเด็กๆ ผมเกิดทันหมด สรพงษ์ ชาตรี เนาวรัตน์ สมบัติ จารุณี 4 คนนี้ท็อปท็อปเลย ในยุคผมตอนนั้นนะครับ แต่หลังจากนั้นก็คือรุ่นป้าผมไปแล้วครับ เกิดไม่ทัน ( เดวิดเป็นหลานชายคุณอมรา อัศวนนท์ รองนางสาวไทย พ.ศ.2496 ผู้เป็นนักแสดงยอดฝีมืออีกท่านหนึ่ง -อีจัน )

บทที่เป็นที่จดจำของเดวิด ล้วนแต่เป็นบทโรคจิตทั้งนั้นเลย มันเข้ากับที่เรียนจิตวิทยามาพอดีไหม

มันเป็นอย่างนี้ครับ คนเรามันต้องมีจุดเริ่มต้นใช่ไหมฮะ คือนักแสดงทุกคนที่มันมีที่ยืนในวงการบันเทิงไม่ว่าจะที่ประเทศไหนยังไงก็แล้วแต่ มันต้องมีสปริงบอร์ดในการที่เขาโดดเด้งแล้วก็ไปถึงจุดที่คนรู้จัก แล้วก็คนก็จะใช้สอยอยู่ตลอดเวลา แล้วก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ

ไม่ใช่ว่าผมเลือกที่จะเล่นนะบทโรคจิต แต่มันเป็นบทที่เขาหยิบยื่นมาให้ผม แล้วผมก็โอเค..ได้! แล้วเราก็เล่นเต็มความสามารถที่เรามี จากบทนั้นเราก็เป็นที่รู้จักขึ้นมา หลังจากนั้นก็มีแต่คนติดต่อให้เล่นแต่แนวจิตๆอะไรอย่างนี้ค่อนข้างเยอะ

แต่ผมก็ไม่ได้เล่นบทโรคจิตอย่างเดียวนะครับ ผมก็มีบทเป็นพ่อคน ก็มีเป็นพ่อนางเอกพ่อพระเอก ก็คือเป็นคนปกติก็มีเหมือนกัน

เรื่องของการเล่นคนที่มันเป็นบทโรคจิตมันมีความสนุก มันมีความเพี้ยนความไม่เหมือนชาวบ้าน ในฐานะของนักแสดงมันจะให้เนื้อที่ในการที่เราจะเล่นมากกว่าบทปกติทั่วไป นึกออกไหมฮะ ถ้าเราจะเล่นบทปกติคนปกติ Space มันจะค่อนข้างเล็ก

มันจะมีแบบแผนอยู่

ใช่ ถ้าเป็นแนวพระเอกเก๊กหล่อ เขาจะเล่น Space นิดเดียว ขยับนิดเดียวยิ้มมุมปากก็ดูเท่แล้ว แต่ว่าพอเราได้เล่นบทที่มันมีเนื้อที่ในการเล่นได้กว้าง มันก็จะค่อนข้างเป็นอิสระในการที่เราจะเล่นนะครับ มันก็จะสนุก มันก็จะมันส์ มันก็จะมีของที่เราสามารถงัดออกมาใช้ได้ ไม่อยากใช้คำว่าท้าทายเพราะคนใช้กันเกลื่อนมาก แต่มันมีความสนุก ใช้พลังงานเยอะ มันเหมือนเวลาที่เราเหยียบคันเร่ง แล้วเราเหยียบมิดตั้งแต่กรุงเทพไปราชบุรีอะไรประมาณนี้ 180 แต่ไม่ชน

แสดงว่าตอนนี้อยู่ราชบุรี 

แฟนผมเขามีกิจการที่ราชบุรี ก็ไปไปกับกลับ


ภาพจากอีจัน

อะไรคือเสน่ห์ของงานแสดง ที่ทำให้มาอยู่ตรงนี้

เสน่ห์ของมันคือมันไม่จำเจ อาชีพของนักแสดงมันไม่จำเจ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรจำเจ มันไม่มีอาชีพอื่น ที่ไปกองหนึ่งเราเป็นมาเฟีย ไปอีกกองหนึ่งเราเป็นพ่อที่รักลูกเหลือเกิน ไปอีกกองนึงไปเป็นศาสตราจารย์ดอกเตอร์ที่แบบว่ายึดติดอยู่กับสิ่งที่ตัวเองเคยเจอมาแล้วมันเป็นปมของชีวิต ไปอีกกองหนึ่งเป็นคนโรคจิต อย่างเรื่องเพลิงบุญอย่างนี้ที่มันหื่นกามเหลือเกิน นึกออกไหมฮะ

เล่นนิดเดียวคนจำแม่นเลย

โห..มีประมาณ 7 ฉากเองมั้ง ผมก็เล่นตามบทที่เขาให้มา แต่เราพยายามไปให้มันสุดอ่ะ เพราะว่าถ้ามันไปแค่จุดจุดหนึ่ง ที่เราคิดว่า OK แค่นี้แหละ ไปไม่สุด มันก็จะไม่มันในอารมณ์ของการดู

เพราะฉะนั้นเวลาที่ผมเล่นบทไหนที่มันส่งได้ แล้วผมถีบตัวเองขึ้นไปให้มันสุดได้ผมก็จะทำ เวลาที่เล่นกับเจนนี่อะไรอย่างนี้ ตามันก็จะอยู่ที่ความคิดของตัวละครนะ ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ตอนนั้นน่ะเดินเข้ามาหาจุดประสงค์คืออะไร ต้องการจะทำอะไรกับเขามั่ง มันมีดีเทลเล็กๆน้อยๆหลายๆอย่างมาก ที่พอเรานึก ความรู้สึกมันก็มา เป็นที่มาที่ไปของคำว่าอินเนอร์ นึกแล้วรู้สึกตามนั้น มันก็จะออกมาเป็นภาษากายทางแววตา นั่นแหละครับ เสน่ห์ของการแสดง ไม่จำเจ

อีกอย่างคือเราก็เจอเพื่อนร่วมงานใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เจอคนที่น่าสนใจอยู่ตลอดเวลา บางคนก็น่าสนใจน้อยกว่าคนบางคน บางคนก็ไม่น่าสนใจเลย บางคนก็น่าขยะแขยง แต่คือมันเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน แน่นอนคนจะมาน่ารักหมดทุกคน ดีหมดทุกคนเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วบนโลกใบนี้

อย่างบางคน..บางทีบางวันก็ดีบางวันก็เลว

แต่โชคดีตรงที่ว่าจะเจอดีมากกว่า เราก็เลยแฮปปี้มีความสุขดี แล้วก็มันได้เป็นการหนีความจริง บางทีเราเห็นอะไรหลายๆอย่างในสังคมที่มันเกิดขึ้น แล้วมีความรู้สึกแบบว่าโห นี่คือ Reality เหรอ นี่คือความจริงของโลกใบนี้เหรอ นี่คือความจริงของสังคมทุกวันนี้เหรอ บางสิ่งบางอย่างมันก็ไม่น่าพิสมัยมากเท่าไหร่ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่า อาชีพนี้มันทำให้เรามีวิธีการที่จะต่อต้านสิ่งเร้าที่เข้ามาในเชิงลบ การแสดงของผมเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง ผมชอบผมชอบตรงนี้ล่ะครับ

บำบัดยังไง ขยายความนิดสิคะ

สมมุติว่า เราทำงานให้กับเจ้านายคนหนึ่งที่ไม่น่ารัก เจ้านายกดขี่ข่มเหง มันจะเกิดอะไรขึ้น มีความกดดัน พอมีความกดดันเสร็จปุ๊บ ถ้ามันไม่ได้ระบายออก มันก็จะเกิดความเครียด แล้วก็ไปลงกับอะไรก็ไม่รู้ อดหลับอดนอนกินเยอะเกินขนาด หรือว่าจะต้องไปเมาเพื่อให้ลืมมันไป การบำบัดในการแสดงคือเราได้ระบายมันออก เราถึงจุดที่ระเบิดอารมณ์ตรงนี้มันตู้ม

แต่คนบางคนเขามีความสุขกับการเสพอารมณ์ของตัวเองนะ ผมเพิ่งเจอกับนักแสดงชาวอังกฤษคนหนึ่ง ที่ผมเล่น Teaser ให้กับหนังต่างชาติเมื่อปี 2015 เขาเป็นคนที่รักการแสดงจริงๆ มี passion น่ะ ศัพท์นี้คือผมไม่อยากจะกระแดะใช้ศัพท์ทับศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่มันไม่มีคำศัพท์อะไรที่จะมาแทนคำว่า passion ได้ ..ไฟในทรวง มั้ง คือเขารักอาชีพนี้มาก แล้วพอเรามาคุยกันปุ๊บมัน tune กันเจอง่ายมาก เฮ้ย ยูก็เสพอารมณ์ ใช่เลย บางทีไม่รู้ว่างๆทำอะไร นึกถึงอดีตช่วงเวลาที่แบบชีวิตบัดซบมาก แล้วร้องไห้อยู่คนเดียว กินไวน์ร้องไห้อยู่คนเดียว เฮ้ยมึงต้องไปหาหมอโรคจิตป่ะวะ แต่นั่นคือความสุขของเขา เราเข้าใจฟีล บางทีผมก็นั่งนึกถึงนู่นถึงนี่ถึงนั่น มันจะมีอารมณ์เศร้า ที่มันเข้ามาให้เรารับรู้ว่า มันจะมีอารมณ์ของความรู้สึกเข้ามาในเหตุการณ์การที่เราเจอมา ไม่ว่าจะช้าหรือนานแล้ว เราก็รับรู้แล้วมันก็ผ่านไป


ภาพจากละคร เพลิงบุญ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

ภาพจากละคร เพลิงบุญ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

ถ้าจะแนะนำคนที่มีความรู้สึกแบบพี่เดฟ เห็นพี่เดฟในจอในทีวีแล้วหลงใหล อยากจะเข้าไปแสดงแบบนั้นบ้าง มันควรต้องเรียนไหมคะ

มันเป็นอย่างนี้..เวลาที่ผมไปสอนหรือว่าไปสัมมนาเสวนาอะไร นี่คือความจริงที่ผมจะเล่าให้ทุกคนรู้ ทุกคนที่อยากจะเข้ามา ไม่ว่าจะในวงการบันเทิงนักร้องนักเต้น หรือคนมีชื่อเสียง หรือว่านักแสดง หรืออะไรก็แล้วแต่ เขาเข้าใจว่ามาเป็นแล้วได้โน่นนี่นั่น ดูแฮปปี้จัง ได้ไปหมดทุกอย่าง ได้ทั้งความรักจากประชาชน ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งชื่อเสียง สิ่งนี้จะต้องดีแน่ๆ ..มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นนะ

อย่างแรกเลยถ้าอยากจะเข้ามา ต้องรู้นะ ว่าคนตัวตัวเป้งๆ ในประเทศไทย จะมีอยู่ประมาณ 15 คน ที่เราจะเห็นในโฆษณาบ่อยๆนั่นแหละ คือติดลมบนจริงๆ อยู่ระดับดาราหรือซุปตาร์อะไรก็แล้วแต่ การจะไปถึงตรงจุดนั้นได้เนี่ย มันเหมือนกับว่ามันต้องมีดาวมาเรียง หรือดาวประมาณ 10 ดวงเรียงเรียงเรียงเรียงเป็นเส้นตรงให้เราเดินเดินเดินไปถึงจุดสุดยอด ปัจจัยมันมีเยอะมากในการที่จะมาเป็นนักแสดงที่สามารถทำมาหากินตรงนี้ได้อย่างถาวร มันยากมาก

มันไม่ใช่แค่เก่ง 

มันไม่ใช่ฮะ องค์ประกอบเยอะมาก คือหนึ่งมันต้องมีลุคอะไรสักอย่าง ไม่ได้หมายความว่าต้องหล่อและสวยนะ แต่หน้าตามันต้องไปตรงสเปคตรง character หรืออะไรสักอย่าง มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สองคือคุณต้องเก่งคุณต้องมีฝีมือ สามถ้าคุณมีหน้าตาที่เป็นคาแรคเตอร์เฉพาะตัว คุณมีฝีมือแล้ว คุณก็ต้องหาผลงาน มันก็ต้องขึ้นอยู่กับโชค ขึ้นอยู่กับดวงว่ามีใครหยิบยื่นงานมาให้

พอได้รับโชคก็คือต้องผลิตงานออกมา ไม่ว่าจะเป็นงานร้องเพลงหรืองานการแสดงอะไรก็แล้วแต่ ผลิตงานออกมาเสร็จปุ๊บ คนต้องชอบคนต้องติดติดตาติดหูติดใจอะไรก็แล้วแต่ เสร็จแล้ว คนที่อยู่เบื้องบนคือใคร ผู้จัด โปรดิวเซอร์ ช่องหรือว่าคนทำหนัง ที่เขามีอำนาจในการที่จะชี้เลือกว่าจะเอาใครมาเล่น เนี่ย..คนกลุ่มนั้นก็ต้องชอบเราด้วย

เพราะฉะนั้นเมื่อมีองค์ประกอบเยอะมาก กว่าจะดวงดาวที่มันจะเรียงกันตรงดิ่งแล้วเราจะสามารถกระโดดดึ๋งดึ๋งดึ๋งดึ๋งไปถึงจุดนั้นได้ มันไม่ง่าย มันยากมาก

อย่างตัวผมเอง ผมมาถึงจุดนี้ได้มันต้องหลายอย่างองค์ประกอบ แต่คนบางคนโชคดีเกิดมาหน้าตรงกับตลาด ก็มีคนที่หิ้วมา แล้วก็วางแผนคุณจะต้องดังตู้ม! ไม่ต้องเอ่ยชื่อมีอยู่ประมาณ 3-4 คนในประเทศ ที่อยู่ดีๆเคยดังมาจากไหนวะ หล่อจังสวยจัง แต่ว่าโดยส่วนใหญ่ก็ต้องฝ่าฟัน ต้องเริ่มจากการเป็น Extra มาก่อน ผมก็เคยทำ

พอเรามาถึงจุดที่มีคนเริ่มรู้จักปุ๊ป ก็มีเรื่องของจรรยาบรรณในการทำงาน มาตรงเวลา อย่าทำตัวปัญญาอ่อน อย่าเรื่องเยอะ เป็นมิตรกับทุกคน เอ็นเตอร์เท็นคนในกองได้ และเล่นในรูปแบบที่เรารักษามาตรฐาน ที่คนเขาชอบไว้ ทุกคนก็จะได้แฮปปี้มีความสุข มันมีองค์ประกอบมันเยอะมาก ปัจจัยเยอะมากในการที่จะทำให้คนๆหนึ่งมาใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้และมีคนเรียกใช้อยู่เรื่อยๆ 

มันไม่ใช่เข้าไปเรียนการแสดงแล้วออกมาเรียงเป็นผลิตภัณฑ์

ใช่ คือเข้าใจอย่างหนึ่งแหละ ถ้าอยากจะเข้ามา เราก็ต้องมีศาสตร์ เราก็ต้องไปเรียนรู้ ถ้าคุณอยากเป็นหมอผ่าตัดคุณต้องเรียนเป็นหมอ คุณก็ต้องเรียนรู้ศาสตร์ของการผ่าตัด ถ้าคุณอยากเป็นนักแสดงคุณก็ต้องเรียนรู้ศาสตร์ของการแสดง นึกออกไหมฮะ นอกจากคนบางคนที่โชคดีมาก เกิดมาโชคลาภติดมาด้วย หน้าตาขายได้ ตรงกับตลาดปุ๊ป หยิ๊บมาปุ๊ป เขาจะ Grooming ให้เลย เขาจะแต่งให้หมด ตัดผม เลือกทรงผม ศัลยกรรมหน้า มีคนมาประกบ ก็คือปั้น ก็คือโอเค ผมดีใจกับพวกเขาด้วย คือเราไม่ได้รู้สึกแย่หรือว่าอะไร เพียงแต่คนแต่ละคนมันเดินทางในชีวิตไม่เหมือนกันแค่นั้นเอง


ภาพจากอีจัน

ถ้างั้นพี่เดฟก็ยังมองว่าวงการนี้ยังน่าอยู่

ผมว่ามันแล้วแต่คน วงการบันเทิงมันมีข้อดีหลายอย่าง และมีไม่ดีอยู่หลายอย่างเหมือนกัน ผมมีความรู้สึกว่า คนเราถ้าอยากอยู่ในวงการบันเทิงได้ ต้องมีความหนังหนา มันจะมีคนบางกลุ่มจะชอบพูดนินทา มันจะมี gossip อยู่แล้วในทุกวงการ นึกออกไหม ไม่ว่าจะเป็นวงการหมอ วงการเพื่อน วงการบันเทิง หรืออะไรก็แล้วแต่ นี่เรากำลังพูดถึงวงการบันเทิง คนบางคนจะทำตัวดีขนาดไหน น่ารักขนาดไหน ถ้ามันมีคนบางคนที่ไม่ชอบหรือมีคนบางกลุ่มที่หมั่นไส้ ก็จะนินทา ก็จะเอาไปด่าหรือว่า คนบางคนพอโดนพูดถึงในทางไม่ดีก็แบบรับไม่ได้ เพราะว่าเขาบอบบางมาก เขารับไม่ได้ เขารู้สึกเสียใจ น้อยใจ หรืออะไรอย่างนี้ ก็อาจจะอยู่ได้ไม่นาน ก็มีความรู้สึกไม่เอาแล้ววงการนี้ อะไรก็ไม่รู้ ทำดีก็เสมอตัวพอ ผิดนิดหน่อยก็นู่นนี่นั่น หรือว่าขนาดทำดีแล้วยังมีคนเอาไปด่าได้ คือเขารับตรงนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันขึ้นอยู่กับคนแต่ละคน บางคนมาถึงกว่าจะมีความเป็นดาราหรือมีสเตตัสเป็นดาราได้ เขาก็ผ่านความลำบากมาเยอะเหลือเกิน มันต้องมีความอดทนเยอะมาก คนหนึ่งที่ผมพูดได้เลยพูดในเชิงที่ดีในเชิงชมก็คือ โอ๊ค กีรติ ( เขาหมายถึง กิรติ ศิวะเกื้อ นักแสดงฝีมือดีอีกคนหนึ่ง ที่เรามักเห็นการแสดงบทสมทบในละครและภาพยนตร์ แต่ตัวตนจริงๆ เป็นครูสอนการแสดง ปัจจุบันยังคงศึกษาต่อวิชาการแสดงอยู่ที่สหรัฐฯ และบินกลับมารับงานละครเป็นบางครั้ง – อีจัน )


ภาพจากละคร สาวน้อยร้อยล้าน สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

ภาพจากละคร สาวน้อยร้อยล้าน สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

โอ๊ค กีรติ เขาเริ่มจากการเป็น Extra มาก่อน เพราะมีที่มาที่ไปที่เขาค่อยๆไต่เต้าขึ้นมาในวงการอย่างเนี้ย จะมีคนรอบข้างที่เคยพูดให้เขารู้สึกไม่มั่นใจ ไปพูดขัดเขา ว่าจะไปอยู่ทำไม งานอาชีพไม่แน่นอน นู่นนี่นั่นบลาๆ คือแบบกระชากเขาจะให้ตก อาจจะหวังดีครอบครัวเขา พูดด้วยความหวังดี เฮ้ย!หาอะไรที่มันเป็นกอบเป็นกำดีกว่า หาอะไรที่มันมั่นคงดีกว่า อาชีพนี้ถ้าอยู่ดีๆคนจะลืมขึ้นมา คนไม่จ้างขึ้นมาแล้วมันจะลำบากนะ เราก็เข้าใจนะ แต่คือโอ๊คเขาก็อยู่ของเขาไปเรื่อยๆ เขาก็มีความฝันของเขา โอ๊คเดินตามเส้นทางของเขาไปเรื่อยๆจนกระทั่ง ผมถือว่าเขาประสบความสำเร็จในจุดๆหนึ่งในการเป็นนักแสดง เพราะว่าก็มีคนพูดถึงเขาเยอะ มีคนจ้างเขาตั้งเยอะแยะ ผู้จัดบางคนนี่คืออะไรก็ต้องเป็นโอ๊ค โอ๊ค โอ๊คตลอด เพราะฉะนั้นข้อดีก็มีครับ ในส่วนของผมก็คือในรูปแบบของความไม่จำเจ และก็การที่ได้เจอคนที่น่ารัก มันก็ผสมผสานกับคนที่ไม่น่ารักมันก็มี จะมีคนดีหมดทุกอย่างหมดทุกที่มันก็เป็นไปไม่ได้

อย่างไหนมากกว่ากัน

ณ ปัจจุบันผมเจอดีมากกว่าไม่ดี ผมอาจจะโชคดี เพราะว่า บางคนที่ผมร่วมงานด้วยก็จะมีคนมาฟ้องเราก่อนแล้ว เฮ้ย! เดี๋ยว! นักแสดงคนนี้ที่พี่เดฟจะร่วมงานด้วยเนี่ย เขาเป็นอย่างงี้ๆนะ ข้อเสียเต็มไปหมดเลย แต่พอเรามาร่วมงานกับเขาจริงๆ เฮ้ยเขาน่ารักว่ะ ข้อเสียมากสุดคือมาเลทอ่ะ นึกออกไหม แต่ว่าที่เหลือเขาโอเค เขาให้เกียรติเรา เขาคุย ดีกับเรา เขาไม่มีปัญหากับคนในกอง ..ผมก็โอเค

กลับไปที่ข้อที่ 1 ที่บอกว่าต้องหนังหนา

ถูกต้อง! มันต้องหนังหนาครับ ต้องทนได้ คือเวลาเราถ่ายละคร มันต้องอยู่ด้วยกัน 7 8 เดือน จะเริ่มสนิทกับคนบางคน เขาจะเล่าให้ฟังว่า ทำไมเจอตัวจริงไม่เป็นอย่างที่คนพูด ผมก็..ใครพูดอะไรเหรอ? อะไรเหรอ เค้าบอกว่าเดวิดเป็นคนอย่างนี้เป็นคนอย่างนั้น ก็คือในเชิงลบ ไปเอามาจากไหน แสดงว่าอย่างนี้คือหมั่นไส้เราแล้วแหละ ไม่ชอบหมั่นไส้ รับไม่ได้ในจริตที่เรามี ในคนที่เราเป็น ในวิธีการพูดของเรา ในมุมมองของเรา อะไรก็แล้วแต่

อาจจะเป็นเพราะว่าพี่เดฟดิบๆตรงๆ และพูดคำหยาบเป็นปกติ ยิ่งทำให้คนง่ายที่จะเชื่อว่าเป็นคนเลว

ใช่ฮะใช่ประเด็นคือคนรักที่จะตัดสินคน ผมไม่รู้ว่าตั้งแต่จุดไหนในประวัติศาสตร์ของความเป็นคน ในการศึกษาและความคิดเนี่ย ถึงได้มีความสะใจในการชอบตัดสินคนอื่น เป็นเหี้-อะไรกันมากไหม ( ถึงตอนนี้ความสนิทชิดเชื้อ พาศัพท์เทคนิคออกมาเรื่อยๆ และอีจันขอเซนเซอร์เป็นระยะๆ ..ฮา ) คือเจอกันปั๊บหนึ่ง ดูกิริยาท่าทางปุ๊บ..ตัดสินเลย อย่างนี้มึงต้องเป็นคนแบบนี้ ต้องเป็นอย่างนี้ ยกตัวอย่างตัวผมไว้ผมยาวหนวดเครา จะด้วยเพราะแคแรคเตอร์ในละคร หรือความชอบส่วนตัว จนกว่าคุณจะได้คุยกับผม และรู้ว่าผมชอบอะไรไม่ชอบอะไร เกลียดอะไร คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าผมเป็นคนแบบไหน นึกออกไหมฮะ เพราะมันมีคนแต่งสูท ดูมาดเท่ ดูดีสุภาพ ..เหี้- แม่ง 18 มงกุฎ แต่คนสักมาเต็มตัวผมยาวรุงรัง สิ่งที่เขาสักมันคือสัญลักษณ์อะไรก็แล้วแต่ของเขาอ่ะ แต่เขารักหมามาก จิตใจดีงาม รักสัตว์ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เข้าวัดอีก

คุณไม่มีทางรู้จนกว่าคุณจะได้คุยกับเขา ค่อยไปตัดสินเขา คือคำศัพท์ที่ผมพูดเนี่ย ผมมีจังหวะในการพูดของผม ผมไม่ใช่แบบโต้งๆ เดี๋ยวก็ควอ เดี๋ยวก็ควอ ควอ มันพูดไม่ได้ หรือว่าพูดได้ เดี๋ยวอีจันไปดูดเอาใช่ป่ะ สมมุติว่าจะพูดคำว่าค**คำว่าห* อ****เ******ส้นตี- โคตรพ่อโคตรแม่มึ-ตาย ระยำ เหี้- ให้อะไรอย่างนี้ คือมันเป็นจังหวะในการพูด เห็นมั้ย พอผมพูดมาปุ๊บ ก็ขำกันหมด เพราะมันมีจังหวะในการใช้ คำที่เราเลือกที่จะใช้เนี่ยมันกลั่นกรองมาแล้ว ผมมีความรู้สึกว่าถ้าคนฉลาดเลือกที่จะฟัง กรองหน่อย จะรู้ว่าผมมีจังหวะของผมเอง คือผมอยู่บนโลกใบนี้ก็จริง แต่โลกส่วนตัวของผมก็มีไง

คือไม่ได้พูดกับทุกคน

No No No ไม่ จะให้ผมไปเจอคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วผมมาพูดอย่างนี้ผมไม่พูด นึกออกไหมคะ เวลาที่เราต้องไปเจอผู้ใหญ่หรือว่าผู้กำกับฯ เราไม่มาแบบ เฮ้ยพี่ว่าไงวะ?! อะไรอย่างนี้ ไม่! ผมก็ไหว้สวัสดีครับ พี่ครับยินดีที่ได้ร่วมงานด้วยนะครับ เรามีวิธีการเคารพคนในรูปแบบของเรา แต่ไม่ใช่แบบยืนกุมไข่ มันไม่หงอขนาดนั้น คือเราก็ต้องมีความเป็นตัวของตัวเองด้วยในเวลาเดียวกัน

หรือเพราะเป็นฝรั่ง

มันไม่เกี่ยวกับฝรั่งสิ อย่าไปมองว่ามันคือฝรั่งหรือว่าไม่ฝรั่ง ทุกวันนี้ เด็กไทยที่มันตีกัน กร่าง เกรียน ซัดกันไม่ให้เกียรติผู้ใหญ่ ความมั่นใจนี้มันมาจากที่ไหน เรียนนอกมากันหมดเลยเหรอ จบนอกมากันหมดเลยเหรอ มันไม่ใช่ มีเชื้อตะวันตกหรอ มันไม่เกี่ยวหรอกครับ มันอยู่ที่มุมมอง ที่แน่ๆผมเป็นตัวของตัวเอง

อย่างแรกเลยคือผมไม่ใช่ฝรั่ง นามสกุลผมคืออัศวนนท์นะครับ นั่นหมายความว่ารากเหง้าของผมคือคนไทย เพราะฉะนั้นใบหน้าที่เป็นแบบนี้ มันไม่ใช่ต่างชาติที่พูดไทยได้ ผมเป็นคนไทยที่หน้าเป็นต่างชาติ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ว่าเป็นฝรั่งแล้วเป็นอย่างนี้ คุณปู่ผมมีภรรยาเป็นคนฝรั่งเศส คุณพ่อผมก็เป็นลูกครึ่ง แล้วแม่ผมเป็นฝรั่งเศสอีกทีหนึ่ง อันนี้เขามีรสนิยมชอบของนอก เหมือนคนไทยชอบ Louis Vuitton เพราะฉะนั้นมันไม่เกี่ยวครับ มันเป็นความมั่นใจ เพราะผมผ่านชีวิตอะไรมาค่อนข้างเยอะ ทุกวันนี้เราก็มีที่ยืนที่ชัดเจนแล้วในวงการ ผมไม่ใช่คนที่ทำตัวให้คนเกลียด ถ้าคนจะเกลียดหรือหมั่นไส้ ก็นี่ไง มันกลับมาที่ประเด็นแรก ที่เราคุยกันคือหนังหนา มันก็ต้องหนังหนา คนที่ไม่ชอบเรามันก็มีอยู่แล้ว ถ้าคุณยอมรับได้ว่า เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ มันจะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เราก็เก็บคนที่ชอบไว้สิ และคนที่ไม่ชอบก็เรื่องของเขา

ไม่ใช่ฝรั่ง และไม่ใช่คนหลงตัวเอง..

ผมอยากจะบอกว่า มันมีความแตกต่างระหว่างคนที่มั่นใจในตัวเอง กับคนที่หลงตัวเอง คนที่มั่นใจในตัวเอง เขาจะเห็นคุณค่าของตัวเอง เขามีวิธีการดำเนินชีวิตของตัวเองที่เขาชัดเจน โดยที่เขาไม่เหยียบย่ำคนอื่น ไม่ดูถูกคนอื่น ไม่ย่ำยีคนอื่น นี่คือคนที่มั่นใจในตัวเอง

คนที่ไปถึงจุดที่ว่ามองลงมาดูถูกคนหยิ่งใส่คน นั่นคือคนที่หยิ่ง มันแตกต่างกันตรงนี้ ผมไม่ใช่คนหยิ่งค่ะ คุยกับผมได้หมด ผมแค่มั่นใจในตัวเอง ก็ผมเป็นอย่างนี้ และผมไม่ได้ทำร้ายใคร ชีวิตเดียวเกิดมา เรามีสิทธิ์ที่จะเป็นตัวเราเองป่ะ โดยที่เราไม่ได้ทำร้ายใคร มันไม่ใช่ว่าผมมีนิสัยชอบเบียดเบียนคนอื่น เดี๋ยวก็ลักเล็กขโมยน้อย เดี๋ยวก็ไปจี้เค้า เดี๋ยวก็ไปขโมยเมียคนอื่นมา แล้วผมก็บอกว่าก็กูเป็นอย่างนี้ มันไม่ใช่ อันนี้คือมึงเหี้ยแล้ว แต่ผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมก็คือเราใช้ชีวิตของเรา เราก็มีขอบเขตของเรา แต่ผมก็ให้เกียรติคน


ภาพจากอีจัน

ทำให้นึกถึงคำว่าไอดอลเลยค่ะ ซึ่งปัจจุบันนี้คนจะมองหาใครสักคนเป็นไอดอล และบางทีไอดอลนั้นก็ทำเลวแล้วก็ยังหลงรักกันอยู่อย่างนี้

ผมก็ไม่เข้าใจ ไอดอล คือคนๆหนึ่งที่คนอื่นเขาเคารพบูชาหรือว่าอยากจะเป็นตัวอย่าง แล้วก็ทำไมเดี๋ยวนี้ในวงการหรือว่าในสังคมเรา ทำไมไอดอลทำตัวแย่จัง อันนี้ ผมก็ตอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว ถ้าหากว่าคุณก็เห็นอยู่ชัดเจนว่าคนที่คุณเรียกว่าไอดอลหรือใครก็แล้วแต่ที่คุณประทับใจหรือว่าชื่นใจ ทำตัวโคตรเหี้- แล้วคุณยังไปเทิดทูนเขาอยู่ มันก็บ่งบอกแล้วว่าคุณมีมุมมองแบบไหนบนโลกใบนี้ มุมมองแบบไหนในคนที่คุณเชิดชูไปเชิดชู

คนที่เขาช่วยเหลือผู้อื่นอย่างพี่ตูนนี้ ตูน Bodyslam ทำโคตรดีเลย ประเทศเรารัฐบาลเราบริหารประเทศดีมาก จนกระทั่งต้องให้ไอดอลคนหนึ่งของประเทศต้องไปวิ่งทั่วประเทศเพื่อที่จะหาเงินมาให้โรงพยาบาล ผมไม่เข้าใจเขาบริหารประเทศเก่งมากครับ อันนี้กำลังชมอยู่นะ ไม่ต้องไปแบบว่ามันด่าอยู่หรือเปล่า ชมอยู่ อาจจะดีอยู่แล้วแต่ว่าพี่ตูนมาเสริมให้มันดีขึ้น

ดีจนเป็นแรงบันดาลใจให้พี่ตูน

ดีมากจนกระทั่งพี่ตูนต้องบอกว่าโอเคผมอยากจะคืนให้สังคมเพราะเขาดังมาก ผมเชื่อว่าเขามีเงินเป็นร้อยร้อยล้าน เขาสร้างมาจากศูนย์ เขาเริ่มมาแล้วเขาสร้าง ผมชอบเขา เคารพในตัวเขา ในสิ่งที่เขาทำ แต่เชื่อไหมกลับมาที่ประเด็นที่ผมบอก ต้องหนังหนา คนที่ไปวิพากษ์วิจารณ์เขาแม่-ยังมี ไอ่..มึงเป็นเหี้-เป็นคว-อะไรวะ ทำเองดิ ไ*** มึ-ทำได้ดีกว่านี้ป่าว มึ-ทำอย่างที่เขาทำสิ แม่- จนกล้ามเนื้อฉีก. สี่สิบกว่าแล้วนะ พี่ตูนไม่ได้เด็กแล้วนะ แล้วเขาโคตรใจเย็นโคตรรดีเลย

ผมเคยเป็นนักกีฬามาก่อน คนวิ่งมันจะมีการหายใจเข้าออกที่เป็นระบบของมัน เวลาที่มันอยู่ตัวของการวิ่งแล้ว ระดับของออกซิเจนที่มันจะต้องหาความสมดุลของตัวเอง มันต้องปรับอยู่ที่การหายใจของเรา การเปลี่ยนออกซิเจน จากคาร์บอนไดออกไซด์ในปอดของเรา แต่ละเลือดเม็ดฝอย คือระดับของมัน เขาต้องหยุดแล้วก็เซย์ฮัลโหล หยุดแล้วก็ต้องทัก แล้วก็วิ่งต่อ การสะดุดมันมีผลกับร่างกายกับสุขภาพของเขา ผมไม่รู้ว่าเป็นคนอื่นทำนี่คงแบบเฮ้ย เหี้-อะไรของมึง แต่พี่ตูนโคตรชิวเลย ..

เขาทำดีซะขนาดนั้น ยังมีคนไปว่าเขาไปติเขา จะบ้าหรือเปล่า เขากำลังช่วยรัฐบาลหาเงินให้นะ ช่วยรัฐบาลสุดยอดของประเทศเราหาเงินให้โรงพยาบาล

ถ้าเป็นพี่เดฟ มีมุมมองที่คิดว่าจะช่วยสังคมอย่างไร 

ไม่อยากพูดเอาดีเข้าตัวเองนะ ผมช่วยในกำลังที่ผมช่วยได้ คือแต่ละเดือนมันก็จะมีการหัก เงินจากบัญชีผมในการช่วยสัตว์และเด็กที่ไร้โอกาส ไอ้ตรงนี้ผมทำของผม มันอาจจะไม่ได้เยอะหรืออะไร แต่เราก็ถือว่าเราก็ได้ช่วยเท่าที่เราให้ได้ ผมคิดแบบนั้น นักแสดงไทยไม่ได้รวยมาก ต้องปรับความเข้าใจกันใหม่นักแสดงไทยไม่ได้รวย ซุปตาร์รวยเพราะซุปตาร์ได้เงินมาจากโฆษณา โฆษณานั่นแหละเป็นตัวทำเงินให้ พอมีชื่อเสียงโด่งดังเสร็จปุ๊บค่าตัวมันก็จะขึ้น คุณอยากจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับรถยี่ห้อหนึ่ง เซ็นสัญญาไป 4 ปี ถ้าคุณเป็นตัวเป้งๆ ก็เรียกไปสิ เป็นหลักสิบล้าน ปีนั้นคุณก็เซ็นสัญญา ถ่ายโฆษณา 3 วันคุณก็ได้แล้ว 10 ล้าน แต่ถ้าเป็นนักแสดงอย่างผม ก็คือเป็นนักแสดงที่ไม่ใช่ระดับพระเจ้าช่วยกล้วยทอด ที่แบบว่าเห็นใน Billboard อยู่ตลอดเวลา ผมก็ได้รับค่าตัวตามเรทที่ตั้งเอาไว้ รับเป็นตอนตามระบบของละคร รับเป็นตอนไป แล้วก็จะเล่นกี่ตอนเล่นกี่เรื่องก็แล้วแต่ ถ้าเล่นเรื่องเดียวต่อปี โผล่มาตอนน้อย ก็จะต้องไปขายตูด เป็นงานเสริมเป็นอาชีพเสริม ( อันนี้คุยเอาฮา อย่าเผลอคิดว่าจริง-อีจัน)

นักแสดงไทยที่อยู่ในระดับที่ว่าโอเคคนชื่นชม ชื่นชอบมีฝีมือหรือว่าเป็นที่รู้จัก แต่ค่าตัวไม่แพงมากจนเกินไป ผู้จัดก็จะแฮปปี้ที่จะจ้าง อยู่ในระดับราคาที่เขามีความรู้สึกว่าโอเคคุ้ม

สิ่งเดียวที่เราทำได้ก็คือรับงานเท่าที่เราจะรับได้ในช่วงเวลาหนึ่ง สมมุติว่าละครมีช่วงเวลาในการทำการผลิตประมาณ 7-8 เดือนเราก็ต้องดูว่า 4 เรื่องรับไหวไหม เราโผล่มากี่ตอนแล้วผมมาบ่อยขนาดไหนในแต่ละเรื่อง 5 เรื่องรับไหวไหม 6 เครื่องได้ไหม ถ้า 6 เรื่องโผล่มาในแต่ละเรื่องตอนน้อย ก็สามารถรับเรื่องที่ 7 ได้เรื่องที่ 8 ได้ แต่ถ้าแต่ละเรื่องเราโผล่มาเต็มเต็มๆๆ โผล่มาทุกตอนมีหลายฉาก มันก็จะลิมิตลงมาที่ประมาณ 4-5 เรื่อง ไม่เกิน 6 เรื่องต่อช่วงเวลาหนึ่ง

บริหารจัดการคิวเอง

บริหารเองหมดครับ ถ้าหากว่ามันกำลังจะปิดกล้องกันหมดและกำลังจะมีเรื่องใหม่ที่เข้ามาติดต่อ มันคาบเกี่ยวกันนิดหน่อย แล้วมันไม่ไปเบียดเบียนคิวอื่นมากเกินไป ก็จะรับเรื่องใหม่ เพราะนักแสดงไทยไม่มีทางเลือก คุณต้องรับงานเข้ามาเรื่อยๆเรื่อยๆ มันไม่เหมือนกับดาราฮอลลีวูด เล่น 2 เรื่องรวยแล้วเกษียณได้แล้ว ประเทศเขาใหญ่กว่า บุคลากรประชากรเขาเยอะกว่า เงินเขาก็เยอะกว่า ประเทศเราเล็กกว่าประชากรน้อยกว่า แล้วคนเสพตรงนี้จริงๆแล้วคนไทย 69 ล้านคน คนที่เสพตรงนี้จริงๆถึง 20 ล้านคนหรือเปล่า ใช่ไหม เพราะฉะนั้นเงินที่ไหลเวียนอยู่ในเศรษฐกิจของเรามันก็น้อยกว่า ก็ต้องเข้าใจ ก็ต้องทำความเข้าใจตรงนี้ ไปเปรียบเทียบกับตรงโน้น มันก็อันเรียลลิสติก มันก็ไม่สมจริง

เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่เราทำได้ ในการเป็นนักแสดงเมืองไทย ถ้าจะขอค่าตัวเพิ่ม เพราะคิดว่าอยู่มานานประสบการณ์เยอะผลงานเยอะมาก ก็ไม่มีใครที่เขาจะปฏิเสธหรอก แต่มันมีแต่!! แต่งานอาจจะลดน้อยลง เพราะคุณแพง เดิมสมมุติได้หมื่นบาท พอมาแจ้งอีกเรื่องหนึ่ง เพิ่มขึ้นมาอีกเป็นสองหมื่นไม่ไหวอ่ะ เอาอีกหมื่นหนึ่งไปใช้ค่าสวัสดิการค่าอาหารหรือว่าจ้างคนอื่น เขาจะคิดแบบนี้ ผมก็เข้าใจเพราะคือธุรกิจ ผมก็เข้าใจ คือผมมีความรู้สึกว่า นักแสดงไทยอาจจะมีโอกาสเติบโตน้อยในเรื่องของค่าจ้าง แต่ถ้าไม่โลภมาก ..เราไม่ควรโลภมากอยู่แล้วคนเรา เป็นกันเยอะเหลือเกินทั่วโลกทุกวันนี้ โลภมากชิบหาย ถ้าไม่โลภมากกินน้อยแต่กินยาวได้หรือเปล่า มันก็ได้นะ

คือถ้าหากว่าผมมีความรู้สึกว่าผมอยากจะได้ตอนละล้าน อาจจะมีคนจ้าง แต่มันคือได้ปีละเรื่องแล้วหายไปเลย 3 ปี

ถ้าบทนี้มันต้องเดวิด อัศวนนท์ ยอม แต่ถ้าผมแบบ..ตอนละพันนึงอ่ะพี่ถูกๆ ..ซึ่งมันไม่จริงนะครับ ไม่ได้ถูกขนาดนั้นนะคะ มันต้องโทรมาคุยกับผมนะ โทรคุยเรื่องราคา แต่รับรองว่าถูกแน่นอน ถูกและดี เพราะฉะนั้นโอเคไม่เป็นไรเราก็อยู่ด้วยราคาเท่านี้ แต่ว่าเราก็จะมีงานเข้าเรื่อยๆ คนก็จะไม่ลืม

มีหลายครั้งที่ผมหวาดเสียว เพราะว่าเราไม่ได้เป็นเด็กช่อง เราเป็น freelance เพราะฉะนั้นความหวาดเสียวก็คือทุกๆปลายปี มันจะมีใครติดต่อมาไหม จะมีงานเข้ามาไหม พอโทรมาปุ๊บ โอเคโทรมาแล้วเรื่องหนึ่งจองตัวนะคะ คอนเฟิร์มค่ะ แต่เรื่องหนึ่งมันไม่พอ นักแสดงไทย มันก็ต้องรอเรื่องที่ 2 เพราะมันต้องคำนวณ ผ่อนคอนโด ผ่อนรถ โน่นนี่นั่น มันหลายอย่าง

พอเรื่องที่ 2 โทรมาปุ๊บคอนเฟิร์มนะ โอเค เราก็เห็นตัวเลข คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นมาอีกหน่อยนึง แต่ขออีกสัก 2 เรื่องเถอะ เพื่อที่จะได้เอาเงินไปกินข้าว มันจะได้อยู่แบบ ไม่ใช่อยู่ยงคงกระพัน แบบว่าประทังชีวิตไปได้ เพื่อที่จะมีเงินเก็บ

เพราะฉะนั้นมันมีความหวาดเสียว แล้วมันต้องคิด ถ้าเราไม่ได้งานแสดงเลยเราจะทำอะไรต่อ แต่เดชะบุญผมก็มีสกิลทางด้านอื่นที่ผมเอาไปใช้ทำมาหากินได้อย่างเช่นขายตูด ( ตึ่ง โป๊ะ!)


ภาพจากอีจัน

เอาจริงๆ พี่เดฟทำอะไรอีก นอกจากการแสดง

ผมก็พูดภาษาอังกฤษได้ ภาษาฝรั่งเศสก็ได้ ผมก็เอาตรงนี้ไปทำมาหากิน ผมสอนการแสดงอะไรพวกนี้ มันก็อยู่ได้ประทังชีพไปได้

ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง ถ้าหากว่าพอคุณมีชื่อเสียงแล้วในระดับที่ว่าคนในวงการเขารู้จักคุณแล้ว หรือว่าผู้บริโภคประชาชนรู้จักแล้ว คนก็จะนึกถึงคุณ เวลาที่เขาจะให้คุณมาเล่นบทอะไรที่มันตรงกับคาแรคเตอร์ นักแสดงคนนี้ ok นะ แต่เดวิด อัศวนนท์เหมาะกว่า เอาเขามาดีกว่า พอเขาคิดถึงปุ๊บ ขอให้มีทัศนคติในการทํางานที่ดีแค่นั้นเอง มาตรงเวลา อย่าทำตัวเยอะ อย่าเรื่องมาก อย่าปัญญาอ่อน อย่ามีเรื่องกับคนในกอง อย่าหยิ่ง อย่าหลงตัวเอง สนุกกับสิ่งที่เราทำ มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน ผมว่าคนเขาก็เล็งเห็น

ผู้จัดหลายๆคน ที่ผมพูดด้วยเขาบอกว่า เดวิด บางทีมันไม่ได้เกี่ยวกับว่าเก่งสุดยอดโคตรพ่อโคตรแม่มาจากไหน นายข.อาจจะเล่นไม่เก่งเท่านายก.แต่นายข.มีทัศนคติโคตรดี มาถึงยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุข คุยกับคนนู้นคนนี้ มาตรงเวลาไม่ทำตัวปัญญาอ่อนไม่เยอะ ไม่ใช่ว่าโอ๊ยอันนี้กินไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ ซื้ออันนี้ให้หน่อยสิ ..ผมนี่ถ้าไม่ถูกปากผมไปเซเว่นก็ได้ ซื้อขนมติดรถมาเอง คือปรับตัวให้เข้าได้กับสถานการณ์ คืออย่าเยอะ แล้วคนเขาก็จะบอกว่าเฮ้ยทำงานกับคนนี้แล้วมีความสุข พอผู้จัดคนอื่นเขานึกถึงเราปุ๊บก็จะโทรคุยกันแล้ว เพราะวงการมันแคบมาก ยักษ์ใหญ่กับยักษ์ใหญ่เขาก็จะคุยกัน กำลังคิดว่าจะเอาเดวิดมาเล่นเขาเป็นยังไงบ้าง โอเคเลยน่ารัก เอาไปเถอะไม่ผิดหวัง อ๊อดอ๊อดโทรหา ชื่อสมมติผู้ช่วยใครก็ไม่รู้ โทรหาเดวิด อัศวนนท์นะ โอเคค่ะได้ค่ะเดี๋ยวโทรหานะคะ อะไรก็ว่าไป ทุกวันนี้ผมก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ เพราะว่าผมไม่ทำตัวเยอะ และไม่ได้มีสันดานเหี้-ใส่คน

แม้ว่าจะมีคน....

ก็หนังหนาไง คือถ้าจะมานั่งคิดว่าคนทุกคนต้องรักเราในชีวิตอย่างนี้ ผมว่ามันปวดหัว มันจะเป็นไปได้ยังไงให้คนทุกคนมารับรู้ว่าลึกลึกเราเป็นคนแบบนี้ จะต้องมานั่งแก้ตัวให้คนทุกคนฟังว่าคุณเข้าใจผมผิดนะ จริงๆผมเป็นคนแบบนี้ผมอยากให้ทุกคนรักผมนะ มันไม่ใช่ คือในชีวิตคุณเกิดมาคุณคิดว่า Maximum เลย อยากให้คนกลุ่มหนึ่งมารัก มีใครมั่ง พ่อแม่พี่น้องคนในครอบครัว บางทีเกลียดกันจะตายห่-คนในครอบครัวกันเอง เพื่อนรักที่เติบโตขึ้นมาด้วยกันหรือบางคนที่เลิกคบ แต่คนบางคนที่เราไปเจอระหว่างทางในการเจริญเติบโตแล้วเขามาอยู่ในชีวิตเรา เขาเห็นคนที่เราเป็นเขาชื่นชม คนที่เราเป็นจริงๆ เก็บคนพวกนี้ไว้และทำตัวให้คนพวกนี้รักเราดีกว่าไหม จะไปนั่งปวดหัวคนทุกคนต้องรักเรา รักเรามากขนาดไหน บางทีอยากให้คนรัก อยากให้คนมาทักทาย รู้สึกดี ถูกรัก รู้สึกดีจังเลย โทษนะน้องรักพี่มากไหม รักพี่ พี่ไอดอลหนูเลย รักมากเลยน้องยืมตัง 5000 หน่อยดิช่วงนี้พี่ช็อต เดี๋ยวหนูไปแล้วค่ะโชคดีนะคะ ใครเขารักมึงมากขนาดนั้นหรอวะ ต้องใช้สมองในการคิดหน่อย เรื่องของความเป็นจริง คนจะมารักเราจริงๆสักกี่คน

ไม่ต้องไปแคร์อะไรมาก คนจะมองเราอย่างไร หรือว่าคิดว่าเราโง่หรือฉลาด

คือผมคิดว่าในบางเรื่อง ควรจะแคร์ ในเรื่องของผลงาน ในเรื่องของพฤติกรรมในสังคม แต่ไม่ใช่แบบแนวตอแหล ใส่หน้ากากเต็มที่เลย เป็นตัวของตัวเราเองนี่แหละแต่ว่ามีความเคารพให้กับคน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เราควรที่จะอยู่ในสังคมอย่างถูกต้อง อยู่ด้วยความรู้สึกที่โอเค เราอยู่ร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องแคร์บ้าง แต่ในเรื่องของการแต่งตัว ในการไว้ผม สไตล์ของผมจะไปแคร์ทำไม เพราะว่านี่คือผมแต่งตัว ผมก็แต่งตัวเวลาเข้าฉากเยอะแล้ว ทำไมผมจะต้องมาแต่งตัวในชีวิตประจำวันอีก ผมไม่แต่งตัวให้คนหันมาโอ้ว้าว..แต่งตัวดีจังเลยนะนี่นั่น แต่คือมันก็คือผมไง ทุกวันนี้ผมแต่งตัวแบบนี้ครับ เสื้อยืดกางเกงวอร์มหรือไม่ก็กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ บางทีผมเดินไปในห้าง คนจำหน้าได้ เฮ้ยไอ้นี่ไอ้นั่นเดวิด อัศวนนท์แล้วมองหัวจรดเท้า เจอบ่อยมาก ทำไมเค้าแต่งตัวแบบนี้อ่ะ คือเข้าใจว่าเพราะเป็นดาราจะต้องหัวจรดเท้าเลิศเลอเพอร์เฟค มันไม่ใช่ เพราะในที่สุดแล้วคนขี้ก็ขี้ท่าเดียวกัน แดกก็แดกทางปากมึงไม่ได้ยัดใส่หู แล้วมีท่อวิเศษที่เข้ามาในกระเพาะมันไม่ใช่ เยี่ยวก็สีเหลืองเหมือนกันแหละ คือผมมองโลกในรูปแบบนี้
คนเราค่าของคนมันไม่ได้อยู่ที่การแต่งตัว เพราะว่ามึงจะเหี้-ขนาดไหน มึงเป็นคนสันดานเลวขนาดไหน มึงเอาอะไรมาแต่งตัวให้ตัวดูดีได้ มันทำได้หมด มันตบตาคนได้ แต่มันอยู่ที่สันดาน ค่าของคนมันอยู่ที่สันดาน พฤติกรรมความคิดผลงาน นี่คือค่าของมนุษย์ มันไม่ใช่ไ*******มึงขี่รถเบนซ์มาเ******ส้นตีนค**ไอดอล แต่สันดานเสีย

มันก็ยังมีอยู่คำว่ากาลเทศะ ใช่ไหม

ใช่ใช่ คือถ้าผมไปวัดพระแก้ว OK ขายาว หรือไปแถลงข่าวก็กางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ตหรือกางเกงยีนส์เสื้อยืดอย่างที่ทีมงานอยากให้ใส่ แต่คือเราก็ไม่ใช่แบบรัดติ้วไปเหมือนไปขี่จักรยานมา เราก็รู้เราไปเจอผู้ใหญ่ เราแต่งตัวตามกาลเทศะ แต่ในการใช้ชีวิตประจำวัน ผมจะไปห้าง มันมีกฎหรอคุณเข้าห้างคุณต้องหัวจรดเท้า มันไม่มี มันคือชีวิตประจำวันของเรา เราอยากจะทำอะไรก็เรื่องของเราป่ะ เพราะฉะนั้นผมมีความรู้สึกว่าผมไม่ค่อยสนใจเรื่องที่คนตัดสิน ก็คือต้องหนังหนา

คนบางคนมองด้วยสายตาที่หมั่นไส้ก็มี ไม่ชอบ เขาไม่ชอบเรา เขาไม่ชอบอะไรก็แล้วแต่ที่เราเป็นเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวการแสดง บางทีผมเข้าไปดูใน Pantip ไม่เคยเจอหน้าไม่เคยเจอตัวมาก่อนแ***ด่ากูยับไอ่******* คือเขาอาจจะไม่ชอบคนหน้าแนวนี้ก็ได้ แต่ในทางเดียวกัน สิ่งที่มันตลกคือผมก็ไม่ได้เกลียดเค้านะ ผมรู้สึกโอเคนี่คือสิ่งที่คุณรู้สึกกับผม โอเคคุณก็มีสิทธิ์ ขอให้มีความสุขนะ แต่ว่าคนที่ทัศนคติแย่แบบนี้ ปกติแล้ว ไม่ค่อยจะเจอความสุขความเจริญมากเท่าไหร่หรอก มันถ่ายทอดในสิ่งที่เขาทำ ถ้าคุณรู้สึกเกลียดชีวิต เกลียดตัวเอง เกลียดสิ่งรอบข้าง มันก็จะสะท้อนออกไปกับคนที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วย มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ผมยืนยันว่าไม่ได้หลงตัวเอง แต่ก็รู้สึกว่าเราก็โอเคตัวเอง เรารับคนที่ตัวเราเองเป็นได้ เพราะฉะนั้นเวลาที่เจอใคร เราก็จะแบบตลกโปกฮาอย่างที่ผมเป็นกับอีจันนี่แหละ บ๊องๆในสไตล์ของเรา คือเน้นตลกโปกฮาแล้วก็ relax เราอยู่ในกอง ถ้ามาในมาดเครียดคนจะทำตัวไม่ถูก จะยังไงดีจะเข้าหายังไงดี คือมันมีการเกรงใจกันเยอะมาก เพราะไม่อยากจะให้คนอีกคนรู้สึกไม่ดี สวัสดิการเป็นต้น จะต้องเข้าหาเขายังไงดี เขาชอบดื่มอะไร ผมบอกน้ำเปล่าพี่ พี่ไม่ต้องเอาน้ำมาให้ผมจนกว่าผมจะขอนะครับ ผมชิวมากผมดูแลตัวเองได้ ผมแก่แล้ว เป็นคนไม่เยอะไง ผมขอกาแฟกาแฟนี่ล่ะครับไม่ต้องอาราบิก้า 70% โรบัสต้า 30% นะครับแล้วก็ใส่ครีมครึ่งช้อนโต๊ะ แล้วก็น้ำตาลทรายแดงนะคะไม่เอาน้ำตาลเพราะมันสังเคราะห์มา ( ขอพักขำกับจริตเดวิดสักครู่ –อีจัน) นี่คือวาดภาพให้เห็นไง ว่าบางทีมันจะมีคนบางคนที่เขาจะมีความเยอะ แต่ผมเป็นคนง่ายๆสบาย ตลกโปกฮาขำๆจบ กำแพงระหว่างคนสองคนก็พังลงมา เขาก็เห็นในสิ่งที่เราเป็น แล้วก็รู้ว่าเราไม่ได้คิดร้าย เราโอเคหมดกับทุกคนก็จบ ก็กลายเป็นเพื่อนกัน

ใน 7 8 เดือนที่เราจะต้องมาเจอกัน ใครบ้างไม่อยากจะเป็นมิตรกับคนในกอง ทุกคนมันไม่มีใครอยากมีศัตรู นอกจากมึงโรคจิต มึงชอบให้คนเกลียด ก็แล้วแต่ บางคนจะเป็นก็แล้วแต่ แต่ไม่ใช่ผม


ภาพจากอีจัน

จะเป็นนักแสดงไปอีกนานเท่าไหร่

ถ้าเลือกได้ หรือว่าเป็นไปได้ ผมอยากจะเป็นนักแสดงไปเรื่อยๆ ครับ มันเป็นอาชีพที่ผมรักมาก แล้วผมก็มีความสุขกับมันมาก ตราบใดที่มีคนเล็งเห็นคุณค่าหรือว่ามีคนชอบเราปลื้มเรา แล้วก็ยังอยากจะจ้างเราไปเรื่อยๆ

ไม่มีแผนสำรอง

ไม่มีครับไม่มีแผนสำรอง คืออย่างมากถ้าหากว่าจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ก็คงจะยังอยู่ในวงการ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกำกับ แต่ว่ามันไม่ได้ง่าย มันต้องมีทีมที่พร้อม มันต้องมีเงินทุน สำคัญหลักๆเลยคือเงินทุน เป็นผู้กำกับได้ก็ดี ถ้ามันมีโอกาสเข้ามา แต่ว่าถ้าไม่เป็นงั้น ผมก็แฮปปี้กับจุดยืนของผมตอนนี้ มันยากมากกว่าจะมายืนตรงนี้ได้ มันใช้เวลาในการฝันมาเกือบทั้งชีวิต แล้วพอถึงเวลาที่มันจะต้องก้าวเข้ามาเพื่อจะเป็นให้ได้ ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้คนเห็น ว่าเรามีความสามารถพอนะ ที่จะแบกรับบทบทหนึ่งไว้ได้ แล้วก็ทำให้คนชอบ พอก้าวมาถึงจุดนั้นได้ มันก็คือรักษาประคองตัวเองให้อยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ มันไม่ง่าย องค์ประกอบมันเยอะ กว่าจะมาถึง มันก็สุดยอดแล้วในชีวิต

อีกอย่างหนึ่ง ผมมีความรู้สึกว่า ถ้าคุณมีสเตตัสว่าดาราหรือเป็นนักแสดงที่คนอื่นรู้จัก คุณควรที่จะสำเหนียกตัวเอง มนุษย์เรามี 7,000 ล้านคน ร้อยล้านหรือพันล้านคน ผมเชื่อว่ามีคนเป็นหลักร้อยล้านหลักพันล้านคนบนโลกใบนี้ ที่เวลาเขาดูหนัง เขาเห็นนักแสดงเล่น คนเขาก็คิดว่าเราอยากทำบ้างจัง นึกออกไหมฮะ แล้วในกลุ่มคนกลุ่มนั้น เราเป็นหนึ่งที่ได้โอกาสมาอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีโอกาสดีมากกว่าคนอื่น

เพราะฉะนั้นอย่าทำตัวเหี้ย อย่าทำตัวเลว อย่าหยิ่งอย่าทรนง อย่าหลงตัวเอง อย่าคิดว่ามีชื่อเสียงโด่งดัง หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วเหยียบย่ำคนอื่น หรือคุณดูถูกคนอื่น ผมเกลียดคนแบบนี้มาก ผมมีความรู้สึกว่า คุณยิ่งอยู่ในจุดที่สูงขึ้น คุณยิ่งต้องทำตัวให้เล็กลง นึกออกไหมเวลาคนมาหาผม ผมจะแบบคือเห็นผมคุยกับอีจันแบบนี้ มันส์ๆโน่นนี่นั่น แต่เวลาคนอื่นเดินเข้ามาผมก็จะแบบ อ๋อครับขอบคุณครับ ไหล่แม่งงุ้มขึ้นมา คือแบบปกป้องตัวเอง body language ภาษากายเรามันฟ้องว่าผมตัวเล็กนะ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากเลยนะครับ ทำตัวไม่ถูก เราไม่ใช่แบบว่า ( ทำท่ายืด เก๊กหล่อ ) เฮ่ย..แน่นอนอยู่แล้วน้อง มามามา นี่เป็นเพราะพี่ใจดีนะถึงได้ถ่ายรูปด้วย โอเคๆ คนต่อไปมา เอาสวยๆมานี่หน่อยดิ อะไรแบบนี้มันไม่ใช่ ..ผมจะแบบ ครับได้ครับ ขอบคุณมากนะคะขอบคุณที่จำได้ ประโยคที่ผมพูดประจำ ขอบคุณที่จำกันได้นะครับ ขอบคุณที่จำได้นะครับ ขอบคุณ

คือผมจะคิดแบบนี้ว่า เราโชคดีไม่ต้องรวยเป็นเศรษฐี โอโหเป็นพีเซ็นเตอร์ตัวละ 40 ล้านบาท คือ ไม่อยากไปโฟกัสอะไรๆก็เงิน มันไม่ใช่ เราถือว่าเราเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ ในจุดที่คนฝันอยากจะมีกันจะตาย เราถึงตรงนั้นแล้ว ไม่ได้รวยแต่เงินก็ไม่ได้ขาด นึกออกไหมฮะ ถ้าบริหารเงินให้ถูกต้อง ทำตัววางตัวให้ถูก แล้วก็ทำตัวให้น่ารักเดี๋ยวคนก็นึกถึงเรา เดี๋ยวเขาก็จะหยิบยื่นงานมาให้ แล้วก็ไม่กดค่าตัวเว่อจนเกินไป ค่าตัวผมก็ชิวชิวเลยครับ ผู้จัดยิ้มเลยอ่ะ

เพราะว่าหลายครั้งมากที่ผู้จัดโทรมาหรือผู้ช่วยผู้จัด อ๊อดชื่อสมมุติ โทรมาคือราคาที่เท่าไหร่อย่าแพงมากนะคะ จะคิดว่าสูงมาก พอเราบอกราคาไปปุ๊บ “อุ้ยแค่นี้เองเหรอคะ?!” ( ป้องปาก ) มึงใช้คำว่าแค่นี้หรอ แค่นี้เองเหรอคะ “ โอเคค่ะ เดี๋ยวจะนำเสนอชื่อนะคะ บ๊ายบายค่ะ” .. ถูกเกินคาด คือมันถูกและดี กินน้อยแต่กินยาวไงครับ อย่าโลภมาก อยู่ของเราไป ติดต่อได้ ติดต่อผ่านอีจันนะครับ เรียบร้อยใช่ไหมฮะ ขอบคุณมากครับพี่ โชคดีนะครับทุกท่าน

_________________________________________________________________________

บันเทิงทอล์ก กับเดวิด อัศวนนท์ : อยู่วงการบันเทิง ต้องหนังหนา

ออนไลน์ : อีจันบันเทิง 22 มกราคม 2561



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
แอ ภัทราริน  ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
แอ ภัทราริน ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"