อีจันบันเทิง 28 มกราคม 2561 | 15:43 น.

แอ ภัทราริน ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..

เขียนโดย อีจันบันเทิง
แอ ภัทราริน  ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..

#บันเทิงทอล์ก แอ ภัทราริน

อีจันบันเทิงทอล์ก แอ ภัทราริน

สืบเนื่องจาก "อยากเป็นดารา อย่าโดนหลอก " ที่ออนไลน์ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2561
อีจันบันเทิงยังมีบทสัมภาษณ์อีกส่วนหนึ่ง ที่บอกเล่าตัวตน ณ ปัจจุบันของผู้หญิงคนนี้..

แอ ภัทราริน นักแสดงตัวเล็ก เสียงเล็ก หลายคนรู้จักเธอจากหนังไทยเรื่ององค์บาก (2546) วนเวียนอยู่หน้าจอทีวีมานานกว่า 20 ปี ตอนนี้กำลังสนุกกับละครเวที ที่กำลังจะแสดงอีกเรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่อง White Breath ที่โรงละคร Baffalo Gallery สะพานควาย 8-18 มีนาคม 2561 คุยกันวันนี้ วันที่เธอเป็นครูสอนการแสดง เป็นผู้ใหญ่สมวัย แต่ยังเสียงเล็กเหมือนเดิม.. กล้องพร้อม แอพร้อม เริ่มค่ะ 

สวัสดีค่ะ แอ ภัทราริน ปัญญานุตธรรม ชื่อเดิมที่หลายๆ คนรู้จัก ก็น่าจะเป็น ภุมวารี ยอดกมล ค่ะ คนจะมองว่าแอหายไป จริงๆ แอเล่นละครตอนเย็นอยู่บ้างค่ะ ประปราย ซึ่งก็จะมีกลุ่มคนที่ดูละครตอนเย็นถึงจะเห็น

ภาพจากอีจัน


เริ่มต้นมาทำงานเป็นครูสอนการแสดงได้อย่างไรคะ

เริ่มต้นในวงการนี้ ตัวแอเองไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนเลยค่ะ เขาให้ทำอะไรก็ทำ ด้วยความที่ไม่เข้าใจอะไร บอกให้ท่องบทเราก็ท่อง ได้บทมาเราก็ทำการบ้าน ท่องจำ ทำความเข้าใจ เอออันนี้มันน่าจะอารมณ์เป็นยังไงนะ อ่านเนื้อเรื่องทั้งหมดก่อน แล้วก็มาอ่านเฉพาะของตัวเองเพื่อจำบทพูด แล้วพอไปถึงหน้างานก็แล้วแต่ผู้กำกับเขาสั่งว่าจะให้เล่นแบบไหน ก็เล่นตามไปโดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว

นานมาหลายปีเข้า จนช่วงที่เราก็เริ่มว่างๆ ก็มีคนมาชวนไปเป็นครูสอนการแสดง ตอนนั้นแอก็ออกตัวว่าแอไม่เคยเรียนเลยนะ จะสอนการแสดงจริงๆ จังๆ ได้หรือเปล่า แต่ส่วนตัวในเรื่องการสอนคิดว่าตัวเองไม่ค่อยมีปัญหา เพราะว่าเป็นลูกสาวคนโตชอบสั่งชอบสอนชอบดุอยู่แล้ว เขาก็เลยบอกให้เราแชร์ประสบการณ์ของตัวเองให้น้องๆ เราก็โอเค..ได้!

ตอนแรกก็เข้าไปแชร์ก่อน เข้าไปคุยว่าวงการบันเทิงเป็นยังไง ควรจะวางตัวยังไง ควรจะทำอะไรบ้าง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ควรจะต้องอ่อนน้อมถ่อมตนนะ ไปเจอใครก็ต้องไหว้ ไหว้ไปเถอะ ไหว้ตั้งแต่ ช่างไฟ ผู้กำกับ ช่างหน้า ช่างผม หรือใครก็ตาม สวัสดีให้หมดนะ ไปให้ตรงเวลา คือเราก็จะสอนเรื่องพวกนี้ก่อน แชร์ประสบการณ์ แล้วที่เราเคยเล่นหนังเล่นละคร บางครั้งมันมี workshop ค่ะ ก็จะเอาแบบฝึกหัด workshop มาสอนน้องๆ

จนถึงจุดหนึ่งที่เรารู้สึกว่าถ้าเราวนลูปการสอนแบบนี้ เรารู้สึกว่าตัวเองมันก็อยู่กับทีที่เดิมละ ก็คิดว่าต้องเอาตัวเองนี่แหละเข้าไปเรียน เรียนใหม่เลย เรียนตั้งแต่พื้นฐานเลย เพราะแอเชื่อว่า สุดท้ายแล้วพื้นฐานนั้นสำคัญ เหมือนเราจะทำอะไรพื้นฐานมันต้องมี คงไม่มีใครที่เกิดมาแล้วอยู่ดีๆ ไปเรียนป.6 ทุกคนต้องเรียนอนุบาล แล้วก็ ป.1 ป.2 ไปตามลำดับ อยู่ดีๆ เราจะมาบอกว่าเรามีประสบการณ์เยอะแล้ว เราจะเรียน ป.6 เลยได้ไหม เราเรียนมัธยม เรียนมหาวิทยาลัยเลยได้ไหม อ้าวแล้วแค่หนึ่งบวกหนึ่งคุณยังตอบไม่ได้แล้วจะยังไง

แอก็เลยเอาตัวเองมาเรียนพื้นฐานการแสดง ประกอบกับที่เรามีความรู้สึกว่า เราอยากเป็นแบบนักกีฬา นักกีฬาเวลาเขาฝึกฝน เขาต้องคอยฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลา แอเชื่อว่าศิลปะการแสดงก็เหมือนกัน มันก็ต้องฝึกฝนมันก็ต้องพัฒนา มันก็ต้องมองโลกให้กว้าง ต้องเห็นอะไรให้เยอะๆ เพราะบางครั้ง จริงอยู่ว่าแอมีประสบการณ์เยอะ แต่ว่าโลกมันเปลี่ยนค่ะ มันพัฒนา ของเก่าที่เราเคยเล่นมาเมื่อ 10 ปีที่แล้วมันก็ไม่ update แล้ว เดี๋ยวนี้กล้องก็เปลี่ยน จากกล้องเมื่อก่อนเราถ่ายกล้องตัวใหญ่ๆ เดี๋ยวนี้กล้องเหลือตัวแค่นี้ถ่ายหนังได้แล้ว เดี๋ยวนี้เป็น 4k หรือว่าวิธีการทำงาน เดี๋ยวนี้ไม่มีรถที่จะตัด switching อะไรแล้ว การถ่ายแบบภาพยนตร์เริ่มกลับมาใช้ในซีรีส์ในละครมากขึ้น นอกจากเรียนการแสดงเพิ่มแล้ว แอก็ต้องคอย update ตัวเองค่ะ

ภาพจากอีจัน

บ้านเรานี่ มีที่ให้เรียนการแสดงที่ไหนบ้าง

จริงๆ ก็มีหลายๆ ที่ ที่สอนดี อย่างแอ แอก็ไม่ได้จบมหาวิทยาลัยทางด้านการแสดงอะไรมา แอเรียนออกแบบมา เราก็ไม่รู้หรอกว่าที่ไหนดีที่ไหนไม่ดี เราก็เข้าไปแล้วก็ลองดูว่าครูใครเป็นคนสอน เขามีประสบการณ์ยังไง เขาจบอะไรมา แล้วแนวทางการทำงานของเขาตรงกับสิ่งที่เราต้องการมั้ย อย่างเช่น ที่แอเข้าไปเรียนของที่ Spark Drama Studio แอเห็นจากครูร่ม (ครูร่ม ร่มฉัตร ธนาลาภพิพัฒน์) ค่ะ เขาโค้ชเรื่องฉลาดเกมส์โกง แอดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วชอบการแสดงในภาพยนตร์เรื่องอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าอยากจะเรียนรู้กับเขา ก็เลยเข้าไปเรียนที่ Spark แล้วก็โชคดีมากที่เราได้มาเรียนที่นี่

ภาพจากอีจัน

คือว่าตัวแอเองก็เคยสอนมาหลายที่ แล้วหลายๆ ที่ ที่แอเลิกสอนไปเพราะว่า...ด้วยความที่คนอยากเข้าวงการมาก มันทำให้เกิดธุรกิจบางอย่างที่ทำให้พี่แอรู้สึกว่า มันสีเทานิดๆ หรือหลอกลวงหรือเปล่า ซึ่งเราไม่แฮปปี้กับตรงนั้น แล้วเรารู้สึกว่าถ้าเราเข้าไปสอน แล้วเราไม่อยากมีส่วนร่วมในแบบนั้น เช่น ขอเก็บเงินก่อนแล้วเดี๋ยวเราจะมีงานให้ สมมติว่า เก็บเงิน แล้วแต่ฐานะทางบ้านของคนนั้น เช่น ถ้ารวยหน่อย เก็บ 20,000 หรือ 30,000 หรือหมื่นนึงไม่รู้ แล้วแต่ แล้วอ้างว่าเดี๋ยวปีนี้มีงานให้ เงินที่เก็บไปจะไปเป็นค่าดูแล ไอ้เราก็คิด เหรอ...แล้วไม่ต้องเรียนด้วยนะ เก็บตังค์แบบนี้ไม่ต้องเรียนด้วย

หรือบางที่ก็เก็บตังค์แล้วให้เรียนด้วย พอเรียนแล้วค่อยดูว่าถ้าเหมาะกับบทไหนแล้วจะให้เข้าไปเล่น สุดท้ายมันคือบท extra (ตัวประกอบ) ที่ได้เต็มที่ไม่เกิน 1,500 บาท...อ้าว แล้วถ้าเราคิดแบบธุรกิจเลย คุณลงทุน 30,000 คุณไปถ่ายครั้งหนึ่ง 1,500 คุณต้องถ่ายกี่ครั้งถ่ายกี่เรื่องถ่ายกี่วันถึงจะได้คืนทุน 30,000 บาทตรงนั้น แต่คือมันก็กลายเป็นว่า มันก็มีคนอยากเข้าวงการแล้วไม่แคร์กับเงินตรงนั้น ขอให้ฉันได้ออกทีวี พอ มันเลยทำให้ธุรกิจที่หลอกเอาเงินคนแบบนี้มันยังอยู่ มันยังมีอยู่ แล้วมันกลายเป็นว่าไอ้คนที่ไม่เดือดร้อนมันไม่แคร์ เขาได้ออกทีวีแล้วจบ แต่คนที่เดือดร้อนมันก็มีอยู่ แล้วคนที่เป็นฝั่งที่เดือดร้อน เขาก็ไม่รู้จะพึ่งทางไหน จะเอาคืนเงินยังไงก็ไม่ได้ จ่ายไปแล้ว อ้อยเข้าปากช้างแล้ว จะทำยังไง

แล้วเวลาเขาเดือดร้อน คนที่เอาเงินเขาไปเขาช่วยเหลือไหม....ก็ไม่ช่วย งานมีไหม....บางทีไม่มีเลยด้วยซ้ำ หรือบางทีไปกอง ที่แอบอกไว้ว่า 1,500 ใช่ไหม บางกองเป็น extra อย่างนี้ได้ 500 ได้ 300 บางทีก็ไม่ได้มีตังค์ด้วย เพราะโดนหักหัวคิวไปอีก ได้แค่ข้าวกล่องที่กอง แอรู้สึกเห็นใจคนพวกนี้นะ แล้วแอรู้สึกว่าถ้าใครเจอโรงเรียนที่ไหนที่เป็นลักษณะนี้ ถอนตัวออกมาดีกว่า เพราะเราก็ไม่อยากให้วงการนี้มีคนแบบนี้ ที่จะมาเอาความฝันของคนคนหนึ่ง มาหลอกหากิน เราก็รู้สึกว่าไม่แฮปปี้ แล้วถ้าเกิดว่าเราไปสอนที่ที่มีแบบนั้น เราก็ไม่อยากไปสอน เพราะเรารู้สึกว่าไม่อยากมีรู้สึกส่วนร่วมด้วย

จะบอกให้คนที่มีฝันอย่างนี้ สังเกตคนกลุ่มนี้อย่างไร จะได้ไม่ถูกหลอก

ข้อสังเกต แอว่าสังเกตยากค่ะ เพราะว่าคนกลุ่มนี้ เขาก็เคยไปกองถ่ายจริงๆ นะ แล้วเขาก็คอยถ่ายรูปบรรยากาศในกองถ่าย ถ่ายกับดาราคนนั้น ถ่ายกับดาราคนนี้ ถ่ายกับผู้กำกับ ถ่ายให้เห็นว่ามีการตั้งกล้องตั้งไฟ น่าเชื่อถือมาก เจออย่างนี้เยอะ แล้วทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่จริงๆ

เอาง่ายๆ เลยว่า แอบอกเลยนะ คนที่จะเป็นโมเดลลิ่ง...

หนึ่ง เขาจะไม่มีการหักเงินก่อนเด็ดขาด ไม่ว่าจะค่าถ่ายรูป ค่าแต่งหน้าทำผม ค่าเสื้อผ้า ทุกอย่าง คุณไม่ต้องออกสักบาท เพราะพวกนี้เป็นค่าใช้จ่ายต้นทุนของโมเดลลิ่ง เขาจะปั้นคุณ เขาก็ต้องปั้น...แล้วแต่นะ ถ้าเป็นที่ที่ดี เขาจะส่งคุณเรียนฟรีเลยด้วยซ้ำ หรือบางที ถ่ายรูปให้ คุณอาจจะต้องเอาเสื้อผ้ามาเอง แต่เขาจะไม่เก็บเงินค่าทำ port ใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าเก็บเงิน แปลว่า โดนหลอกละ เอาง่ายๆ เลย

สอง เขาจะได้เงินจากคุณก็ต่อเมื่อเขาหางานให้คุณได้แล้วเท่านั้น แล้วเขาจะหัก 30% 20% แล้วแต่ เต็มที่นะคะ ไม่เกิน 30% นะคะ จะมาหัก 50% นี่ไม่ใช่แล้วนะคะ โมเดลลิ่งจริงๆ หักไม่เกิน 30% ค่ะ ใจดีก็แค่ 10% นะคะ แล้วก็..หักเงินจากงานที่ได้แล้วเท่านั้นค่ะ

อีกอย่างคือ เขาจะต้องไปดูแลคุณที่กองถ่าย เขาจะต้องมีการดูว่า งานที่เขาบอกว่าให้ไปทำอะไรบ้าง 1 2 3 4 5 พอไปถึงหน้างาน ไปถึงหน้ากองแล้ว มันเป็นจริงอย่างที่เขาบอกหรือเปล่า 1 2 3 4 5 ถ้าไม่เป็นจริงอย่างที่เขาบอก คุณไปคุยกับโมเดลลิ่ง ว่าทำไมงานนี้ออกมาเป็นแบบนี้ ทำไมงานนี้ มี 6 7 8 เพิ่มเข้ามา กลับไปคุยใหม่ อย่าไปมองว่าเราเรื่องมากหรืออะไร มันเป็นสิทธิ์ ปกป้องสิทธิ์ประโยชน์ของเรา ถ้าเมื่อไรที่เรายอมมันก็จะมีคนแบบนี้ ที่เอาเปรียบเราไปเรื่อยๆ เข้ามาหลอกว่า มีแค่ 1 2 3 ราคาเท่านี้ เช่น ต้องทำแค่ 1 2 3 จ่าย 2,000 บาท แต่พอไปถึงหน้างาน ได้เงิน 2,000 บาทเท่าเดิม แต่กลับมีสิ่งที่ต้องทำ 4 5 6 7 8 9 10 งอกขึ้นมา...

โอเค ถ้าคุณจะมองโลกในแง่ดีว่าคุณได้ประสบการณ์เพิ่ม แต่คุณก็อาจจะโดนเอาเปรียบอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกเหนื่อยท้อคุณโทษใครไม่ได้นะ คุณต้องโทษตัวคุณเองที่คุณยอมเขาตั้งแต่แรก

เอาง่ายๆ คิดแค่นี้แหละค่ะ ว่าจะไม่มีการเก็บตังค์ก่อน ไม่ว่าจะถ่ายรูปทำโพรไฟล์ อะไรใดๆ ทั้งสิ้น เขาจะได้ตังค์คุณก็ต่อเมื่อเขาหางานให้คุณได้แล้ว มีการจ่ายตังค์แล้วหักจากค่าตัวคุณเท่านั้น ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ถ้านอกเหนือจากนี้คุณถูกหลอกค่ะ

ภาพจากอีจัน


ในเรื่องชีวิตส่วนตัว ได้ข่าวว่ามีการบนบานอะไรบางอย่างในชีวิตด้วย 

แอขอสามีค่ะ (ฮ้า!) 

คือตัวแอมีเป้าหมายในชีวิต ว่าอยากจะมีครอบครัว อยากจะมีลูก ..เป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเรื่องงานเรื่องเงินอะไรอย่างนี้ แต่แอรู้สึกว่า แออยู่ในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกัน แล้วเราก็รู้สึกว่า ..เออในวันหนึ่ง เราก็อยากจะมีครอบครัวที่เราได้เป็นแม่ แล้วเรามีสามีทำหน้าที่เป็นพ่อ แล้วเราก็มีลูกอยู่ด้วยกัน เราก็เลยตั้งเป้าหมายในชีวิตฉันอยากจะมีลูก ฉันอยากจะเป็นแม่คน

ดังนั้น ที่ว่าขอสามี คือ..

ไปบนขอมาเลยนะคะ ผู้ชายเนี่ย กล้าบนค่ะ ก็ไปขอเจ้าแม่กวนอิมตรงเยาวราช มีผลไม้หลายอย่างเลย บนว่าขอให้เจอคนที่เขารักเราคนเดียว ซื่อสัตย์กับเรา บลาๆๆ จะไม่มีคำที่ negative เลย อันนี้เคล็ดลับนะคะสาวๆ จะไม่มีคำว่าไม่เอาผู้ชายเจ้าชู้ ไม่เอาไม่เอา ให้ใช้คำว่าซื่อสัตย์นะคะ แล้วก็ได้มา ขาวจั๊วะเหมือนลูกเจ้าแม่กวนอิม เป็นแบบครอบครัวคนจีน


เดี๋ยวนะคะ ไม่ใช่อยู่ๆ เดินเข้ามาหลังจากไปขอเจ้าแม่

คืองี้...น้องสาวแนะนำให้รู้จักค่ะ น้องสาวพยายามจะแนะนำผู้ชายคนนี้มาเป็นปี บอกว่าเขาพร้อมจะแต่งงานเลยนะ เขาไม่เจ้าชู้ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ เป็นผู้ชายเรียบร้อย เหมาะกับพี่แอมากเลย แอก็แบบ..น่าเบื่อแน่ๆ เลย ไม่น่าจะเอาฉันอยู่ ก็ไม่ได้สนใจ แล้วน้องก็บอกว่าอายุน้อยกว่าแอปีนึงด้วย เราก็เลยรู้สึกว่า เราเป็นพี่คนโต เราเจอแต่น้องๆ แล้วเราต้องเลี้ยงน้องๆ เราอยากได้ผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำแล้วคุมเราได้เอาเราอยู่

นั่นแหละ ก่อนเจอก็คือโน้งเนงโน้งแกละกับผู้ชายแปลกประหลาดมาจนแบบไม่เอาละ ไม่ไหวละ หยุดละ แย่ละ จะ 30 ละ จะยังไง อยู่อย่างนี้ไม่ได้ละนะ ก็เลยบอกน้องว่า พามาเจอก็ได้ แล้วพอพามาเจอ พอลองได้คุยก็รู้สึกว่า เขาก็คุยสนุกนี่ ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เราคิด เพราะตอนแรกเราคิดว่าเขาก็คงจะเงียบๆ แบบไม่คุยอะไรก็ไม่ตลก คงไม่ทำให้เราขำ ปรากฎว่าเขาก็มีความกวนในแบบของเขา เราเลยรู้สึกว่า เราคุยกันได้ แล้วไม่ใช่ว่าเขาจะห้ามเราเสียทุกอย่าง

กลายเป็นว่าเขารับในสิ่งที่เราเป็น แอเป็นตัวของตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลย ในขณะที่คนก่อนๆ เราจะพยายามที่จะปรับตัว พยายามที่จะเข้าหา พยายามที่จะทำให้เขารัก แต่กลายเป็นว่ากับผู้ชายคนนี้ เราไม่ต้องพยายามทำอะไรเขารักเลย แล้วเราก็รู้ด้วยว่าเขารักเรามากแค่ไหน

ภาพจากอีจัน


ถ้าดีขนาดนี้ ไม่น่าเหลือรอดมาถึงเรานะ

คือตัวเขาเองก็น่าสงสารนะคะ เขาก็ดันไปเจอผู้หญิงแปลกประหลาด โดนนอกใจโดนอะไรมาบ้างเหมือนกัน แล้วมันกลายเป็นว่าคนสองคนที่หาอะไรเหมือนกัน หาคนซื่อสัตย์เหมือนกัน


เลิกคิดเรื่องสเป็กผู้ชายในฝันไปเลย 

ก็ส่วนตัว สไตล์ของตัวเอง ดั๊นชอบผู้ชายเจ้าชู้ รู้สึกว่าเขามีเสน่ห์จังเลย ดูสนุกจังเลย มันแฮปปี้แบบสนุก แต่สุดท้ายมันไม่มีความสุข มันไม่มีความสงบในชีวิตเลย จนวันหนึ่งเรารู้สึกว่า แอ แอต้องนิ่งๆ ละ แอต้องมองข้างหน้าแล้ว เป้าหมายจริงๆ ของเราคืออะไร ถ้าเรายังเลือกแบบสเปคที่เรายังชอบอยู่ ไม่มีทางที่ผู้ชายเขาจะเปลี่ยน เปลี่ยนตัวเองมั้ย ง่ายกว่า เลือกคนที่เขารักเราดีกว่า รักเราจริงๆ


แต่งงานแล้ว ชีวิตครอบครัวเป็นยังไงบ้าง

ชีวิตหลังแต่งงานก็ปกติทุกอย่างเลยค่ะ เพราะว่าบ้านสามีเขาดีมาก (สามีแอ คือคุณอาท อาทิตย์ ปัญญานุตรักษ์) คือเขาไม่จำกัดว่าเราจะต้องอยู่ช่วยธุรกิจเขานะ หรือว่าเราห้ามเล่นหนังเล่นละคร เราจะต้องอยู่บ้าน คือเขาให้อิสระแอมาก เรื่องเดียวที่เขาเตือนคือเรื่องอาหารเท่านั้นเอง ว่าแอจะต้องกินให้ครบ 3 มื้อ หลังแต่งงาน น้ำหนักขึ้นเกือบ 10 กิโล จนต้องขัดใจแม่สามีว่า แม่คะ แอไม่ได้แล้ว อ้วนขึ้นแล้ว แล้วเดี๋ยวจะมีละครเนี่ย เขาให้แอลด


สามีทำอะไรคะ

สามีทำโรงงานผลิตรองเท้าค่ะ เป็นธุรกิจครอบครัวของเขาค่ะ ซึ่งตัวเราก็เป็นสะใภ้คนเล็ก เราก็เลยรู้สึกว่าถ้ามีอะไรช่วยได้เราก็ช่วย ขอให้บอก แต่ตัวเราเองยังไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่าย ก็จะแอบ observe (สังเกตการณ์) ดูว่าเขาทำอะไร ทำยังไง เผื่อวันหนึ่งเราจะต้องช่วยกันจริงๆ เราจะได้ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์เสียทีเดียว

ภาพจากอีจัน

เราก็รู้สึกว่าพอเราคบกับเขา ตอนแรกเราก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่สเป็กเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเขาเป็นคนที่ขยันทำงาน ไม่ได้ชอบออกไปเที่ยวที่ไหน ที่ที่เขาชอบไป ชอบไปพิพิธภัณฑ์ ซึ่งไม่ใช่เราและแตกต่างจากเราโดยสิ้นเชิง แต่มันกลายเป็นว่าพอเราอยู่กับเขา เรากลับมีความสุขแล้วก็สงบ มันเป็นความสุขที่ไม่เคยเจอกับผู้ชายที่ผ่านๆ มาเลย เรารู้สึกว่าเราอยู่ไหนแล้วเราก็สบายใจ เราไม่อยู่กับเขาเราก็สบายใจ เราอยู่กับเขาเราก็สบายใจ เราก็รู้สึกว่า ก็คนนี้แหละที่จะมาที่เป็นพ่อของลูก คนนี้แหละที่ว่าพอวันหนึ่งที่เราสร้างครอบครัวกับเขาแล้ว เราจะไม่บ้านแตก เพราะเขาจะซื่อสัตย์ คำว่าซื่อสัตย์ไม่ใช่แค่ว่า ไม่ใช่แค่เรื่องมือที่สามอย่างเดียว คือซื่อสัตย์กับทุกๆ เรื่องไม่มีคำว่าโกหกเด็ดขาด

ประเภทซื้อของ 5000 บาท บอกซื้อ 200..

ไม่ได้ไม่ได้ เคยเกือบจะเลิกกันเพราะเรื่องนี้ เริ่มโกหกแค่ครั้งเดียว แล้วเป็นเรื่องแบบ.. เขาชอบจักรยานวินเทจ แล้วสายจักรยานนึกออกไหม แล้วเราก็เห็นอยู่ว่าวงการผู้ชายขี่จักรยานเนี่ยนะซื้อของมา ซื้ออะไหล่มา ซื้อ 5,000 บอก 500 ซื้อ 2,000 บอก 200 ซื้อมาหมื่นห้า บอกหมื่นเดียวงี้งั้นโง้น พอเมียจะหลอกขายก็ ขายไม่ได้ ขายไม่ได้ นี่ซื้อมาแพง หรือ ซื้อมา เอาไว้บ้านเพื่อน เนี่ยๆ บ้านพี่อาทก็จะมีของเพื่อนมาวาง เราก็เห็นพฤติกรรมแบบนี้แล้วก็เคยเตือนเขาว่า อย่าทำนะ มีอะไรบอกแอตรงๆ แอเข้าใจได้ (เสียงเย็นแบบขู่ เราฟังแล้วน่ากลัวมากกว่าจะเย็นใจ ฮ่า–อีจัน)

จนวันหนึ่งที่เขาอยากจะได้คันนี้มาก แต่เขากลัวว่าแอจะไม่ให้ เขาแอบซื้อ ทีนี้ก็ปิดแอเป็นเดือนเลยนะ จนเริ่มแปลกๆ นึกออกไหม โกหกกับไม่โกหก มันมีความเปลี่ยนบางอย่าง ก็เริ่มเอะใจ ขอดูโทรศัพท์หน่อย เกิดมาไม่เคยขอเลย ทุกครั้งที่ขอพี่อาทก็จะบอกเลยว่า เอาไปสิ แต่มาครั้งนี้บอกว่า จะดูทำไม เฮ้ย! ผิดปกติจริงๆ ด้วย พอเอามาดูปุ๊บ โอ้โห! ที่แชทคุยกับเพื่อนนี่ มันแบบ แอมือสั่นเลยนะ แล้วเราก็รู้สึกว่า ตอนนั้นน่ะมันไม่ได้แล้ว คุณโกหกมันไม่ใช่เรื่องจักรยาน มันไม่ใช่เรื่องของราคาจักรยาน มันคือเรื่องที่ฉันไว้ใจแล้วคุณโกหก มันคือเรื่องนี้

เรื่องใหญ่สำหรับแอมาก

ใช่ ตอนนั้นก็คือช็อกมาก แอกลับบ้านเลย แอกลับบ้านแอ ป๋ากับแม่เขาก็ไม่รู้เรื่องว่าแอกลับ มารู้เรื่องทีหลัง หลังจากที่แอกลับบ้านไปได้ 1-2 วันแล้ว แล้วเขาก็เหมือนซึมไป ตอนนั้นคิดถึงเรื่องหย่าเลยนะคะ แต่เราอยากมีลูก ซึ่งเราเป็นคนมีลูกยาก ก็เลยตกลงกันว่ายังไม่หย่าก็ได้ ขอให้แอมีลูกก่อน

ยังไงก็ต้องมีลูกก่อน

แอขอมีลูกก่อน ยังไม่หย่าก็ได้ แอไปเอาสเปิร์มคนอื่นก็ได้ แอบอกแบบนี้ เชื่อไหมคะ เขาให้นะ เขาให้เพราะเขารู้ว่าเราต้องการอะไร เขารู้ว่าความฝันของเราคืออะไร เพราะเขารักเรานี่แหละเขาเลยยอมให้ พอเกิดเหตุการณ์นี้ ใจอ่อนเลย เพราะเรารู้เลยว่า หาผู้ชายที่ยอมและเข้าใจเราแบบนี้มันไม่ได้ เรารู้แล้วว่าเหตุการณ์นี้ เขาเข็ดแล้วล่ะ ไม่กล้าแล้วล่ะจริงๆ

อยากรู้ชะตากรรมจักรยานคันนั้นจังเลย

ตอนแรกเขาจะขายทิ้งแล้วนะคะ จักรยานคันนั้น เพราะเขารู้สึกผิดมาก เขารู้สึกว่ามันเรื่องแค่นี้เอง ทำไมเขาพลาดไปได้ขนาดนี้ เขาเกือบจะขายทิ้ง แต่แอก็บอกว่าไม่ต้องขายหรอก ก็ทำไปนั่นแหละ ทำมาเป็นคันนั่นแหละ จริงๆ ก็ไม่แพงมากขนาดนั้น เฉพาะเฟรมก็รู้สึกจะสองหมื่นกว่าบาท แต่จักรยานวินเทจน่ะค่ะ กว่ามันจะครบเป็นคัน มันก็หลักแสนสาหัสอยู่นะคะ ซึ่งเราก็มานั่งทบทวนตัวเองด้วยแหละว่า ทำไมเขาถึงไม่กล้าบอก เราจะโทษเขาฝ่ายเดียวไม่ได้นะ เราก็ต้องทบทวนตัวเองด้วยว่า เพราะอะไร เพราะอะไรเขาถึงกลัวว่าถ้าเขาบอกเราแล้ว เราจะไม่ให้

ภาพจากอีจัน

เราก็รู้สึกว่าพอมาหลังๆ แทนที่เราจะเอาแต่มองตัวเองว่าอยากจะเก็บเงิน มองเขาบ้างสิว่า เขาชอบอะไรเขารักอะไรเขาอยากจะได้อะไร แล้วก็มาคุยกันก็ได้ หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหา แล้วอีกอย่างหนึ่งครั้งนั้นเหมือนป๋ากับแม่เขาก็ขอไว้ด้วยว่าขอให้โอกาส โอกาสรับสักครั้งนะ แล้วเราก็รู้ว่าครอบครัวเขาก็รักเรา คือเราเองก็รักครอบครัวเขาเหมือนพ่อกับแม่ แล้วเราก็รู้ว่าพ่อกับแม่เขาก็รักเราเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราก็รู้สึกว่า ชีวิตคู่มันต้องมีอะไรบ้างน่ะ ที่ว่ามันใหญ่สำหรับเรา มันใหญ่สำหรับเขา แต่ถ้าเราจะต้องอดทนอยู่ด้วยกัน มันต้องไม่ใช่เรื่องที่เขาไม่รักเราแล้ว มันเป็นสิ่งที่เขาผิดพลาด และคนเรามันผิดพลาดกันได้ ถ้าคนเราผิดพลาดกันแล้วคนจะอยู่ด้วยกัน แล้วไม่รู้จักให้อภัยกัน วันหนึ่งไม่ว่าจะเจอใคร ก็ต้องเอาแต่เลิก เลิก เลิก เลิกอยู่นั่นแหละ อยู่กับใครไม่ได้หรอก มันอยู่ที่ว่าดูสิเขารักเราหรือป่าว การที่เขายอมให้เรามีลูกแล้วค่อยหย่าเนี่ย เขารักเรามากนะ คนอื่นคงไม่ยอม...น้องแอ บ้านแอยังรู้เลย แอเล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวฉันจะไปเอาสเปิร์มแล้วฉันจะอย่างนั้นอย่างนี้ ให้ทายเขายอมไหม น้องบอก ยอม พี่อาทรักพี่แอจะตาย เฮ้ย..น้องเรายังรู้ แล้วเราอยู่ข้างๆ เขาแท้ๆ เราจะไม่เห็นเขาตรงนี้เลยหรอ เราก็เลยโอเค มันไม่มีเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว

เรื่องแบบนี้ คนอื่นอาจถือเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว

ใช่ค่ะ คือบางอาจจะมองว่าแอปัญญาอ่อนหรือเปล่า แค่เรื่องจักรยาน แต่ไม่ใช่ๆ ของเราไม่ใช่เรื่องของจักรยาน ของเราคือเรื่องของความซื่อสัตย์ แล้วต่อไปเวลาที่คุณพูดอะไรออกมาแล้วเราจะเชื่ออะไรได้อีก แล้วเราเองเราก็กลัวด้วยว่า หากเเราไม่ไว้ใจใคร เราจะอยู่ด้วยแบบไม่มีความสุข มีแต่ความระแวง แล้วเราจะกลายเป็นผู้หญิงงี่เง่า เรารู้สึกว่าเรารักเขา เราไม่อยากเป็นอย่างนั้นใส่เขา...และเราก็ไม่แฮปปี้ถ้าเราเป็นอย่างนั้นด้วย มันก็ต้องใช้เวลาประมาณนึง แต่มันรวดเร็วมากกับการให้อภัยเขาจริงๆ

สุดท้ายก็ไม่ทันได้งี่เง่าอะไรใส่กันหรอก เพราะทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม แล้วช่วงอาทิตย์นั้นที่ตัดสินใจว่าจะหย่าไม่หย่า จะกลับบ้าน จะอะไรอย่างไร มันมีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เรามั่นใจได้ว่า เออ เขาไม่ทำแล้ว เขารักเราจริงๆ

ภาพจากอีจัน

นิยามความรักของแอคืออะไรคะ

นิยามความรักหรือคะ ชีวิตคู่สำหรับแอ แอให้เรื่องความซื่อสัตย์ อดทนแบบมีเหตุมีผล แล้วสุดท้ายแล้วต้องคุยกัน คนที่เราจะรัก เราไม่ได้รักเขาที่ข้อดีของเขา แต่เราต้องยอมรับข้อเสียของเขาให้ด้วย ว่าเขานอนกรนนะ ปรับตัวยังไง บางคนอยู่ไม่ได้ แยกห้องนอน ของแอ แอคิดว่า เขานอนกรนแปลว่าเขานอนหลับ เขานอนหลับแปลว่าเขาสบายใจ คิดเสียว่าเสียงกรนของเขาเป็นเสียงกล่อมให้ฉันนอนหลับไปด้วย แค่นั้นก็จบ ทุกวันนี้ก็สบายใจ จริงๆ นะ แล้วพอเวลาที่เขายังนอนไม่หลับ เราจะรู้สึกแล้วว่าเขาเครียดหรือเปล่า เขาคิดมากเรื่องอะไรหรือเปล่า เขามีอะไรในใจหรือเปล่า ทำไมเขายังนอนไม่หลับ ปกติก็นอนหลับง่าย แต่พอเขานอนกรน โอเคนางสบายใจละ นางหลับฝันดี โอเคฉันก็นอนหลับได้สบายใจเหมือนกัน เพราะแอเป็นคนนอนหลับยาก แต่นี่ขนาดนอนหลับยากนะ เราก็ยังต้องอยู่กับคนที่นอนกรนได้

ชีวิตคู่มันคือยอมรับข้อเสียของกันและกัน ทำความเข้าใจ ต้องเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวของกันและกันด้วย คือบางที แอมักจะเจอเหตุการณ์หลายๆ อย่าง ที่ทำให้คนออกจากชีวิตแอด้วยความที่เขาไม่เข้าใจแอ เช่น แอน่ะเป็นคนขี้เล่น ขี้เล่น ขี้อำ ขี้แกล้ง แล้วตาดุด้วย คำพูดน้ำเสียงบางอย่างเหมือนจริงจัง ถ้าบางคนไม่เข้าใจ บางคนนั้นเขาก็จะว่าแอเกลียดเขา แอนิสัยไม่ดี ทำไมแอพูดจาแบบนี้ ปากหมา บลาๆๆ แต่แฟนแอนั่งขำนะ เขารู้ว่าแอไม่มีอะไรหรอก มันก็แค่เล่นสนุกไปอย่างนั้นเอง

คือเขาเชื่อว่าเราเป็นคนไม่ได้จิตใจเลวร้ายกับใคร ไม่ได้คิดร้ายกับใคร แค่เขาเข้าใจตรงนี้ มันก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว กับคนอื่นที่ไม่เข้าใจ เราก็รู้สึกว่าเขา มองสิ่งที่เราเป็นจริงๆ ชีวิตคู่ก็เหมือนกัน คุณมองสิ่งที่เขาเป็นจริงๆ สิ ไม่ใช่มองในสิ่งที่เราอยากให้เขาเป็น ไม่งั้นมันก็อยู่ไม่ได้ ถามจริงๆ อยู่แบบที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง มันจะอยู่ได้นานสักแค่ไหน แล้วสุดท้าย นอกจากคุณจะไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองแล้ว คุณไม่ซื่อสัตย์กับเขาด้วย มันอยู่กันไม่ได้ค่ะ

ภาพจากอีจัน
  
ภาพจากอีจัน
  
ภาพจากอีจัน

เห็นว่านอกจากละครโทรทัศน์แล้ว ตอนนี้ก็มีละครเวทีอยู่ด้วย

ตอนนี้เล่นละครเวทีเรื่อง White Breath ค่ะ เรื่องของโฟร์ซีซั่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ ไปทำงานที่ญี่ปุ่น แล้วก็จะเป็นสังคมเล็กๆ ว่าอยู่ด้วยกัน อาจจะมีทะเลาะกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง เข้าใจกันผิดบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเวลาคนที่อยู่ไกลบ้านไกลเมือง มันมีความเหงา สุดท้ายเราก็ต้องเกาะกลุ่มกัน จะโกรธจะทะเลาะจะเข้าใจผิดกันยังไงสุดท้ายแล้วก็กลับมาเป็นเพื่อนกันอยู่ดี เป็นละคร feel good ค่ะ

เล่นเมื่อไรคะ

จะเล่นวันที่ 8-18 มีนาคมค่ะ ที่ Buffalo Gallery ตรงสะพานควาย นอกจากแอก็จะมีโชโกะ โชโกะเป็นคนเขียนบท แล้วก็เป็นผู้กำกับ แล้วก็แสดงเองด้วย มีพี่จุ๋ม พี่จุ๋มก็เล่นละครเวทีมาเยอะ ถ้าใครเห็นก็น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตา พี่จุ๋มเก่งค่ะ มีพี่ฝน พี่ฝนก็เล่นละครเวทีมาเยอะ พี่ฝนเคยเป็นแคสติ้งด้วย แล้วก็มีพี่เก้ง พี่เก้งนี่ก็จบ ม.กรุงเทพ สายกำกับการแสดงมาเลย ก็ได้มาเล่นเรื่องนี้ แล้วก็จะมีน้องแม็กซ์ น้องแม็กซ์เองก็เป็นคนในวงการละครเวทีเหมือนกัน ละครเวทีของน้องแม็กซ์ก็เคยได้รางวัลด้วย แล้วก็มีน้องนิสิตจุฬาฯ ปี 3 น้องก้อยก็ร่วมเล่นเรื่องนี้ด้วยค่ะ

ปิดท้ายอะไรสักนิด อยากบอกอะไรเพจอีจันบันเทิงคะ

แอยังรับงานละคร ภาพยนตร์ โฆษณา ยังรับหมดทุกงานนะคะ พิธีกรก็รับค่ะ ขอบคุณค่ะ ไม่ได้ออกไปไหนนะคะ ทุกวันนี้สามีไล่ออกจากบ้านให้ไปทำงานนะคะ ขอบคุณค่ะ [email protected]

ภาพจากอีจัน
 

เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์
บางส่วนปรากฏแล้วในช่วง #บันเทิงทอล์ก ศุกร์ 26 มกราคม 2561

#อีจันบันเทิง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
แอ ภัทราริน  ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
แอ ภัทราริน ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"