ข่าว 14 กุมภาพันธ์ 2561 | 12:54 น.

สะกดรอยข้ามภาค....ยาบ้าซุกหว่างขา

เขียนโดย อีจัน
สะกดรอยข้ามภาค....ยาบ้าซุกหว่างขา

สะกดรอยข้ามภาค....ยาบ้าซุกหว่างขา

สะกดรอยข้ามภาค....ยาบ้าซุกหว่างขา

ภาพจากอีจัน


อาจเป็นครั้งแรกที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดทราบหลังมีการจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด 3 คนพร้อมของกลางยาไอซ์ 800 กรัมและยาบ้ากว่า 2 หมื่นเม็ดถูกลำเลียงผ่านคาร์โก้(การให้บริการขนส่งสินค้า)ของสายการบินแห่งหนึ่งมายังจุดหมายปลายทาง

ภาพจากอีจัน


หลังจากจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดใช้วิธีลำเลียงยาเสพติดในลักษณะนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการลำเลียงในรูปแบบใหม่โดยใช้วิธีซุกซ่อนตามร่างกายเพื่อเข้าไปในสนามบินก่อนที่จะนำออกมาใส่กระเป๋าเดินทางเพื่อถือขึ้นเครื่องบินโดยสารมายังจุดหมายปลายทาง

ง่ายสะดวกรวดเร็วไม่เจอตรวจค้นคือวิธีการที่นักค้ายาเสพติดกลุ่มของนายทนานาจ หรือ ดิม ชัยคุณธีระธนา อายุ 31 ปี น.ส.กุลภากร หรือ เจ๊แมว ไชยจิตต์ อายุ 36 ปี สามีภรรยาซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ว่าจ้างให้นายชัชชัย หรือ โจ้ เบญจพิธพรชัย และ น.ส.ฉัตรพร หรือ แนน ใจดี อายุ 28 ปี ลำเลียงยาเสพติด

ภาพจากอีจัน


ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดของ สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับชุดปราบปรามยาเสพติดของ บก.สส.ภ.9 และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดแก๊งนี้ลำเลียงยาเสพติดจากกรุงเทพฯมายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งทันทีที่ทราบชื่อนามสกุลของแก๊งนี้ชุดสืบสวนทำหนังสือถึงสายการบินภายในประเทศที่นำเครื่องบินโดยสารมาลงที่สนามบินหาดใหญ่ พบว่ามีผู้โดยสาร 4 คนที่ตรงกันมีกำหนดเดินทางมาจริง ชุดสืบสวนจึงประสานงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สังเกตตำหนิรูปพรรณแล้วสะกดรอยพฤติกรรมผู้โดยสารทั้ง 4 คนตั้งแต่เดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองผ่านการรับตั๋วโดยสารแล้วเข้ามานั่งรอที่ห้องพักผู้โดยสารเพื่อรอขึ้นเครื่อง

นายทนานาจ และ น.ส.กุลภากร พฤติกรรมปกติเหมือนผู้โดยสารทั่วไป ส่วนนายชัชชัย และ น.ส.ฉัตรพร ค่อนข้างผิดปกติเพราะหลังจากที่ น.ส.ฉัตรพร ผ่านจุดตรวจค้นแล้วลากกระเป๋าเดินเข้าห้องน้ำหญิงค่อนข้างนานหลังออกจากห้องน้ำ น.ส.ฉัตรพร เปลี่ยนชุดแต่งกายใหม่ทั้งหมดก่อนที่จะส่งกระเป๋าเดินทางให้กับนายชัชชัย

หลังจากที่เครื่องบินโดยสารกำลังเตรียมตัวออกจากสนามบิน ชุดสะกดรอยแปลกใจเมื่อพนักงานสายการบินประกาศเรียกชื่อ น.ส.ฉัตรพร เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้ขึ้นเครื่อง

ชุดสืบสวนที่รออยู่ที่สนามบินหาดใหญ่ ก็แปลกใจทันทีที่การเดินทางของแก๊งค้ายาเสพติดขาดเพียง น.ส.ฉัตรพร แต่ก็ควบคุมตัว นายทนานาจ น.ส.กุลภากร และนายชัชชัย ได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 12,000 เม็ด

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


คำรับสารภาพและพฤติการณ์ของคดีที่ถูกบันทึกไว้ด้วยคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานสำคัญทำให้นายชัชชัย ยอมรับว่า น.ส.ฉัตรพร คือแฟนสาว ไม่ได้ขึ้นเครื่องบินโดยสารมาด้วยเพราะต้องนำยาบ้าส่วนที่เหลือ 11,408 เม็ด และยาไอซ์ 52.75 กรัม ขนลงมาที่ อ.หาดใหญ่ โดยได้รับการว่าจ้างจากนายทนานาจ และ น.ส.กุลภากร ขนยาเสพติดในราคามัดละ 5,000 บาทจำนวน 12 มัด

ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบการเดินทางของ น.ส.ฉัตรพร อีกครั้งพร้อมว่ามีการซื้อตั๋วโดยสารใหม่อีกครั้งแล้วกำลังเดินทางมาที่ อ.หาดใหญ่ ทำให้ชุดสืบสวนเฝ้ารอสังเกตพฤติกรรมว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมหรือไม่

ในที่สุดเมื่อ น.ส.ฉัตรพร มาถึงจุดหมายปลายทางแล้วขึ้นรถยนต์แท็กซี่ออกจากสนามบินหาดใหญ่ ชุดสืบสวนจึงสะกดรอยตามจนกระทั่งลงจากรถยนต์แท็กซี่ จึงเข้าจับพบของกลางยาบ้าส่วนที่เหลือและยาไอซ์

ภาพจากอีจัน


น.ส.ฉัตรพร ให้ข้อมูลกับชุดสืบสวนว่าการเปลี่ยนชุดแต่งกายในห้องน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นที่สังเกตหากถูกติดตาม ซึ่งก่อนเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมือง ใช้วิธีนำยาเสพติดซุกซ่อนในกางเกงในและในเสื้อยกทรง โดยไม่มีการสวมใส่โลหะใดๆเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องตรวจค้นส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นทำการตรวจค้นร่างกาย รวมถึงเลือกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นที่คอยยืนถืออุปกรณ์ตรวจวัตถุโลหะเป็นผู้ชายเพื่อสะดวกหากถูกตรวจค้นร่างกาย

ชุดสืบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนควบคุมตัวพร้อมนำของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมาย.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนุ่มแว่นซีวิค ควงแฟนเข้าให้ปากคำ
หนุ่มแว่นซีวิค ควงแฟนเข้าให้ปากคำ
คุมตัว นศ.หนุ่ม ทำแผน บุกเดี่ยวชิงทอง ย่านลาดพร้าว-วังหิน
คุมตัว นศ.หนุ่ม ทำแผน บุกเดี่ยวชิงทอง ย่านลาดพร้าว-วังหิน
ให้ไล่ออกและถอดยศนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ให้ไล่ออกและถอดยศนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง