ข่าว 21 กุมภาพันธ์ 2561 | 15:37 น.

สืบพยานวันที่ 2 แม่ "น้องแอ๋ม” อยากให้จบโดยเร็ว

เขียนโดย อีจัน
สืบพยานวันที่ 2 แม่ "น้องแอ๋ม” อยากให้จบโดยเร็ว

นัดสืบพยาน คดี เปรี้ยวฆ่าหั่นศพ วันที่ 2 ทนาย แอ๋ม ชี้ ทุกคนร่วมกันฆ่า

นัดสืบพยาน คดี เปรี้ยวฆ่าหั่นศพ วันที่ 2 ทนาย แอ๋ม ชี้ ทุกคนร่วมกันฆ่า

เมื่อเวลา 13.00 น. (21 กุมภาพันธ์ 2561) นายนภดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ (ฝ่ายแอ๋ม) ได้เดินทางมาพร้อมนางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของน้องแอ๋ม เพื่อสอบคำให้การพยานฝ่ายโจทก์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งศาลได้สอบสอบคำให้การพยานปากสำคัญคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ต่อเนื่องจากเมื่อวานที่ผ่านมา และยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบต่อในช่วงบ่ายอีก

นายนภดล กล่าวต่อว่า การสืบพยานวันที่ 2 ก็ยังสอบในมาตรา 289 คือฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษประหารชีวิต แต่จำเลยปฏิเสธ โดยเฉพาะ น.ส.เปรี้ยว ให้การว่า เป็นการพลั้งมือจากการปิดปาก แต่มือไปปิดจมูกน้องแอ๋ม จนขาดอากาศหายใจ

ภาพจากอีจัน


ในฐานะทนายความฝ่ายโจทก์ ไม่มีความหนักใจในเรื่องที่ฝ่ายจำเลยให้การปฏิเสธในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรอง เพราะการสืบสวนเรื่องราวต่างที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพยานต่างๆและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันชัดเจนว่าเป็นการไตร่ตรองก่อน พร้อมทั้งมีหลักฐานเด็ด ที่ชี้ชัดว่าน้องแอ๋มตาย หลังจากขึ้นรถแล้ว รวมถึงคำให้การของจำเลยบางคนที่ยืนยันว่า น้องแอ๋ม ถูกล่อลวงมาขึ้นรถ และแยกที่นั่งกัน โดย น.ส.เปรี้ยวไปหลบซ่อนที่ด้านหลังรถ ในจุดที่เป็นที่เก็บของ เมื่อน้องแอ๋มขึ้นรถมาก็มีการรุมทำร้ายและใช้ถุงดำรัดคอ จนสิ้นใจ ในจุดนี้จึงไม่ใช่การพลั้งมือ แต่เป็นการวางแผนมาเป็นอย่างดี ซึ่งในช่วงที่ทำแผนให้การว่าน้องแอ๋มเสียชีวิตแล้วจึงหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ แต่ตามหลักฐานที่มีชี้ชัดว่าน้องแอ๋มยังมีชีวิตอยู่ขณะตระเวนหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งมี เชือก ถุงดำ เลื่อย

ทั้งนี้การสืบพยานโจทย์ในช่วงบ่าย ยังคงต้องสอบ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ต่อเนื่องจากช่วงเช้า จากนั้นก็จะเป็นมารดาของน้องแอ๋ม รวมถึงเพื่อนทอมที่สนิทกับน้องแอ๋ม คือ ป๊อปปี้ และ พี่สาวของ น.ส.เปรี้ยวด้วยในฐานะที่เป็นคนบอกกล่าวเรื่องราวของเปรี้ยวที่ติดต่อว่าจะมอบตัว รวมถึงการพูดคุยกันระหว่างที่เปรี้ยวหลบหนีด้วย รวมถึงคนให้เช่ารถที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ

ภาพจากอีจัน


ซึ่งคดีนี้ จำเลยกลับคำให้การแทบทั้งหมด เช่น การตาย ในช่วงการถูกจับกุม ทางจำเลยบอกว่า ตบตีกันบีบคอจนน้องแอ๋มสิ้นใจ จึงไปซื้ออุปกรณ์ที่ใช้หั่นศพบรรจุศพ แต่ในวันนี้ จำเลยกลับบอกว่า ขึ้นรถแล้วรุมทำร้ายกันในรถ แต่แอ๋มยังไม่เสียชีวิต จึงขับรถวนไปมาหลายกิโลเมตร น้องแอ๋มก็ยังมีชีวิตอยู่ จึงได้พากันไปร้านสะดวกซื้อที่บ้านโนนทัน เพื่อซื้อถุงดำ เมื่อได้ถุงดำมา น.ส.เปรี้ยวจึงใช้ถุงดำรัดคอน้องแอ๋มจนสิ้นใจ และมีเสียงตะโกนบอกกันว่า ตายแล้ว จึงได้ไปที่รีสอร์ท สถานที่หั่นศพ แยกร่างเป็น 4 ชิ้น

ภาพจากอีจัน


อีกทั้งมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว จำเลยได้กราบเท้าแม่คนตายพร้อมกับสารภาพผิดที่ได้ฆ่าน้องแอ๋ม เรื่องดังกล่าวนี้จึงไม่มีความวิตกกังวลในเรื่องที่จำเลยปฏิเสธ รวมถึงจำเลยขอสู้ในคดีแพ่งที่ฝ่ายโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายรวม 10,300,000 บาท เนื่องจากน้องแอ๋มคนตาย ทำงานมีรายได้เดือนละ 100,000 บาท ส่งให้แม่เดือนละ 30,000 บาท การที่เรียกร้องจำนวนนี้ ก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายจำเลยต้องจ่าย

ส่วนบรรยากาศการสืบพยานนัดแรก เมื่อวานนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2561) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า มีญาติของผู้ต้องหาและทนายความมาคอยให้กำลังใจและร่วมพูดคุย ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าในการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์นัดแรก ไม่มีคนในครอบครัวของ น.ส.เปรี้ยว มารับฟังการสอบคำให้การหรือเยี่ยมผู้ต้องหาแต่อย่างใด

โดยในนัดแรกของการสืบพยาน (20 กุมภาพันธ์ 2561 ) ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน แยกคำให้การในชั้นศาลดังนี้ คือ จำเลยที่ 1 น.ส.เปรี้ยว คือปฎิเสธการฆ่า น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม โดยรับสารภาพเพียงทำร้ายร่างกายเท่านั้น จำเลยที่ 2 คือ น.ส.เอิน นั้นรับสารภาพในข้อหาร่วมกันทำลายศพ จำเลยที่ 3 คือ น.ส.เบนท์ นั้น ให้การับสารภาพว่ารับของโจร ซึ่งพนักงานอัยการตั้งข้อกล่าวหานี้เพียงข้อกล่าวหาเดียว จำเลยที่ 4 คือลูกความของตนเองนั้นรับสารภาพว่าร่วมกันทำลายศพและเสพเมตแอมเฟตามีน และผู้ต้องหาคนสุดท้ายคือ นายวศิน รับสารภาพว่าร่วมกันทายศพเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ทนายฝ่ายจำเลยยังคงไม่มีการซักค้านใดๆ และหากการสอบพยานฝ่ายโจทก์มีการพาดพิงมาถึงลูกความในประเด็นใด ก็พร้อมที่จะค้านทันที

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


ทั้งนี้ในช่วงก่อนการสอบคำให้การในช่วงบ่ายนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้มีการขอมาครอบครัวของผู้ตาย อีกครั้ง จึงทำให้บรรยากาศในการสอบคำให้การวันนี้ไม่ตรึงเครียดเท่าที่ควร”

นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความของ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ กล่าวว่า แม้จำเลยที่ 3 คือ น.ส.เบนท์ จะให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจร ซึ่งเป็นข้อหาเดียวที่พนักงานอัยการแจ้งข้อกล่าวหาไปนั้น ผู้พิพากษาได้ลงบันทึกไว้และยังคงไม่มีการพิจารณาคดีในวันนี้ โดยรอให้การสอบคำให้การทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้วเสร็จจึงจะมีคำพิพากษาพร้อมกัน เนื่องจากพนักงานอัยการได้สรุปสำนวนในรูปแบบการกระทำเป็นขบวนการ ขณะที่ทางคดีแพ่งนั้น ฝ่ายโจทก์โดยทนายความ ได้ยื่นขอเรียกร้องค่าเสียหายรวม 10,300,000 บาท แยกเป็นการเลี้ยงดูและอุปการะครอบครัวรวม 10,000,000 บาทและค่าปลงศพ-ค่าทำขวัญและค่าทำศพ อีก 300,000 บาท ซึ่งศาล จ.ขอนแก่นได้ประทับรับฟ้องด้วย ในประเด็นนี้ ทีมทนายความได้หารือกันแล้วและยืนยันที่จะต่อสู้ในคดีแพ่งด้วย เนื่องจากลูกความให้การปฏิเสธและค่าเสียหายที่เรียกร้องมานั้นมากเกินไป

“ ทีมทนายความยืนยันในการไม่ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเนื่องจากพนักงานสอบสวนมีการคัดค้านการประกันตัวมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว”

ขณะที่ นางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของน้องแอ๋ม กล่าวเพียงสั้นๆว่า ขอให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว

ภาพจากอีจัน



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คดียิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา มีความคืบหน้า
คดียิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา มีความคืบหน้า
ตัวแทนกะเหรี่ยงร้อง! ให้ชัยวัฒน์และพวก ออกจากราชการ
ตัวแทนกะเหรี่ยงร้อง! ให้ชัยวัฒน์และพวก ออกจากราชการ
รวบนักแฮกเฟซบุ๊กวัย 22 หลอกโอนเงิน เข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์
รวบนักแฮกเฟซบุ๊กวัย 22 หลอกโอนเงิน เข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์