ข่าว 17 มีนาคม 2561 | 17:52 น.

ยกฟ้อง “พรชนก” คดีผลักสามีชาวญี่ปุ่นตกบันไดเสียชีวิต

เขียนโดย อีจัน
ยกฟ้อง “พรชนก” คดีผลักสามีชาวญี่ปุ่นตกบันไดเสียชีวิต

ยกฟ้อง “พรชนก” คดีผลักสามีชาวญี่ปุ่นตกบันไดเสียชีวิต

ยกฟ้อง “พรชนก” คดีผลักสามีชาวญี่ปุ่นตกบันไดเสียชีวิต

#ยังจำคดีนี้กันได้ไหม #หญิงไทยที่เกี่ยวพันกับคดีฆ่าสยองชายชาวญี่ปุ่นถึง 2 คนซ้อน #คนหนึ่งถูกฆ่าหั่นศพ #อีกคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะตกบันได แต่เรื่องพลิกเมื่อสืบภายหลัง ชายชาวญี่ปุ่นถูกทำให้ตกบันไดตาย


มาย้อนเรื่องราวของคดีไปพร้อมๆ กันกับเพจอีจัน


ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่นชื่อ นายโยนิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2557 ทำให้ นายเท็ตสึโอะ ชิมาโตะ ลูกชายของนายโยนิโนริ เดินทางมายังประเทศไทยตามหาพ่อ และเข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


ตำรวจสืบหาไม่นานก็พบความเชื่อมโยง นาย โยชิโนริ ชิมาโตะ มีความสนิทสนมกับหญิงไทยชื่อ นางพรชนก ทานากะ

ภาพจากอีจัน

และหลังจากที่นายโยชิโนริ หายตัวไป พบนางพรชนกนำบัตรเอทีเอ็มของนายโยชิโนริไปกดเงินจำนวน 7 แสนบาท ในวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ตำรวจจึงควบคุมตัวนางพรชนกมาสอบสวน พร้อมสามีชื่อนายสมชาย แก้วบางยาง จนกระทั้งทั้งคู่ยอมรับสารภาพว่า ตนเองและนายสมชาย สามี นำศพนายโยชิโนริ มาชำแหละในบ้านพัก ที่หมู่บ้านออร์คิด แบ่งชิ้นส่วนใส่กระสอบปุ๋ย 4 กระสอบ และเททรายลงไปเพื่อถ่วงศพ โดยนำชิ้นส่วนใส่รถแท็กซี่ไปโยนทิ้งใต้สะพาน คลองนาง ซอยมหาวิทยาลัยเอแบค อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพื่ออำพรางคดี

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


ภายหลังจากที่ทั้งคู่สารภาพ ตำรวจได้ระดมกำลัง พร้อมชุดนักประดาน้ำ ลงพื้นที่คลองนางทิ้ม ภายในซอยนวมินทร์ 16 ถนนบางนาตราด ต.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ทำการค้นหาชิ้นส่วนศพตามคำให้การของผู้ต้องหา และพบกระสอบปุ๋ยตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ


ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


โดยถุงแรก เป็นชิ้นส่วนอวัยวะภายใน มีดินกับหินถ่วงอยู่ ส่วนถุงที่ 2 เป็น ชิ้นส่วนของฝ่ามือ เท้า และศีรษะ ถูกแยกบรรจุอยู่ในถุงดำ 2 ถุง และในวันต่อมาก็พบถุงที่ 3 และ 4 ตามคำให้การ 


ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ม.ค.2559 ในคดีฆ่าหั่นศพ นาย โยชิโนริ ชิมาโตะ เพื่ออำพรางคดี ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต นายสมชาย แก้วบางยาง ส่วนนางพรชนก ไชยะปะ ถูกจำคุก 48 ปี ฐานร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพ

ภาพจากอีจัน



ขณะที่ตำรวจกำลังคลี่คลายปมคดีฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ นางเค็กโกะ มัตตะ ลูกสาวชายชาวญี่ปุ่นที่เคยเป็นอดีตสามีอีกรายของ นางพรชนกก็ปรากฎตัวขึ้น ที่ สภ.บางเสาธง พร้อมกับขอให้ตำรวจช่วยรื้อฟื้นคดีการเสียชีวิตของผู้พ่อ ที่ชื่อนายคัทซึโตชิ ทานากะ

ภาพจากอีจัน


ตำรวจจึงเริ่มตรวจสอบประวัติของหญิงชื่อ พรชนก คนนี้ พบเคยพัวพันกับชายชาวญี่ปุ่นหลายราย หนึ่งในนั้นคือ นายคาชึโตชิ ทานากะ ตามที่ลูกสาวมาร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งนางพรชนกเคยอยู่กิน จนกระทั่งมีลูกสาว 1 คน แต่นายคาชึโตชิ ทานากะ ก็จบชีวิตลงจากอุบัติตกบันได ด้วยผลข้างเคียงจากโรคประจำตัว ในปี 2546 แม้ในขณะนั้นทางญาติของนายคาชึโตชิ ไม่ปักเชื่อว่าเป็นอุบัติก็ตาม แต่คดีนี้ก็ปิดไปพร้อมกับที่นางพรชนกได้เงินประกันจำนวน 3 ล้านบาท

ภาพจากอีจัน


การตายของนายคาชึโตชิ ทานากะ นั้นนางพรชนก ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา มีเพียงแต่ นายสมชาย ที่ยอมรับสารภาพเพียงแต่ผู้เดียว โดยให้เหตุผลว่า ทำไปเพราะความหึงหวง

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (16 มีนาคม 2561)เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ชั้น 2 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดำเลขที่ 4571/60 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ กับ นายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 51 ปี จำเลยที่ 1 และนางเพ็ญศรี หรือ พรชนก ทานากะ หรือ ไชยะปะ อายุ 51 ปี จำเลยที่2 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ในคดีการเสียชีวิตของนายคาชึโตชิ ทานากะ ที่ถูกผลักตกจากบันไตจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ภาพจากอีจัน


โดยศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสมชาย จำเลยที่ 1 ได้รับสารภาพในชั้นสอบสวน ว่าก่อเหตุฆ่านายทานากะ เนื่องจากเกิดความหึงหวง เพราะเคยมีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับนางพรชนก จำเลยที่ 2 มาก่อน ส่วนข้อต่อสู้ที่ระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพนั้น ตอนสอบสวนได้มีทนายนั่งฟังด้วยและไม่ปรากฏว่ามีการเกลี้ยกล่อมแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่พยานทางฝั่งจำเลย ให้การในชั้นศาลว่า ในวันเกิดเหตุที่นายคาซิโตชิ ทานากะ ผู้เสียชีวิต ได้ว่าจ้างให้นายสมชาย ขับแท็กซี่ไปส่งของที่ต่างจังหวัด เนื่องจากรถของตนเองประสบอุบัติเหตุนั้น ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าในวันดังกล่าวมีเหตุเกิดขึ้นจริง รวมถึงคำให้การดังกล่าวไม่มีในชั้นสอบสวน

ทั้งนี้จึงพิเคราะห์ตามหลักฐานดังกล่าว มีความแน่นหนามั่นคง เพียงพอที่จะเชื่อได้ว่า นายสมชาย ได้ฆ่านายคาซิโตชิ ทานากะ จริง เพราะความหึงหวง ประกอบกับ โจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานให้เชื่อมโยงได้ว่านายสมชาย วางแผนฆ่านายคาซึโตชิ ทานากะ เพื่อครอบครองธุรกิจและวางแผนเอาเงินประกัน จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย

ศาลจึงพิพากษาตัดสิน นายสมชาย ในข้อหาฆ่าผู้อื่น ลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีลดลง 1 ใน 3 คงเหลือ จำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยให้นับต่อจากคดีแดงเลขที่ 90 / 2559

ส่วนนางพรชนก จำเลยที่ 2 โจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องและโจทก์ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 รู้ว่านาย คาซึโตชิ ทานากะ มีเงินประกันมาก่อน ถึงแม้จะมีข้อพิรุธเรื่องการสั่งไม่ให้คนอื่นบอกว่า นายสมชาย อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่จากการสืบพยานก็เป็นหลังจากนายคาซึโตชิ ทานากะ เสียชีวิตแล้ว จึงไม่มีข้อพิสูจน์ถึงแรงจูงใจในการฆ่าได้ ประกอบกับ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย ศาลยกฟ้องนาง พรชนก ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง

ด้านนางจินตนา ณะสุโห อายุ 63 ปี มารดานางเค็กโกะ เปิดเผยว่า หลังฟังคำพิพากษา ว่าส่วนหนึ่งรู้สึกพอใจ แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ต้องรอพูดคุยปรึกษากับบุตรสาวคือ นางเค็กโกะ มัตตะ ก่อน เพราะตอนนี้บุตรสาวเดินทางไปต่างประเทศ

ภาพจากอีจัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใกล้วันหวยออก! ชาวบ้านแห่ส่องขันน้ำมนต์ แม่แก้วเรือนทอง
ใกล้วันหวยออก! ชาวบ้านแห่ส่องขันน้ำมนต์ แม่แก้วเรือนทอง
อึ้งทั้งบ้าน ค่าน้ำปะปาบานตะไท เดือนเดียว 2 ล้านบาท
อึ้งทั้งบ้าน ค่าน้ำปะปาบานตะไท เดือนเดียว 2 ล้านบาท
“นรกเด็กหญิง” วังวนกามบังคับค้ายาสเพติด
“นรกเด็กหญิง” วังวนกามบังคับค้ายาสเพติด