ข่าว 27 มีนาคม 2561 | 20:49 น.

ส่องด่วน รถใครหาย รถใครจำนำไว้ไม่รู้ชะตากรรม มาดูที่นี่

เขียนโดย อีจัน
ส่องด่วน รถใครหาย รถใครจำนำไว้ไม่รู้ชะตากรรม มาดูที่นี่

ส่องด่วน รถใครหาย รถใครจำนำไว้ไม่รู้ชะตากรรม มาดูที่นี่

ส่องด่วน รถใครหาย รถใครจำนำไว้ไม่รู้ชะตากรรม มาดูที่นี่

หลังจากที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่ตรวจยึดรถเถื่อน 46 คัน ที่จอดเรียงรายอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าพระ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 โดยชุดสืบได้จับสัญญาณ GPS ของรถเช่า รถเก๋งเช่ายี่ห้อ นิสสัน สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน กษ- 1088 อุดรธานี ซึ่งบริษัทผู้ให้เช่า ที่มี น.ส.กมลลักษณ์ พงษ์ฉัตรแก้ว อายุ 37 ปี ชาว จ.อุดรธานี และ น.ส.เอมอร กำเนิดขอนแก่น อายุ 30 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของบริษัทให้เช่ารถยนต์แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าพระ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีคนมาเช่าไปตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา แล้วขาดส่งมาประมาณ 3 วัน แต่ยังตรวจพบสัญญาณ GPS ที่ติดกับรถยนต์ พบว่ามาอยู่ในทุ่งนาดังกล่าว

ภาพจากอีจัน


หลังได้รับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่สืบสวน กระทั่งทราบว่า สถานที่ดังกล่าวมีรถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่หลายคัน และมีลักษณะมีพิรุธหลายอย่าง จึงได้วางแผนสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวตามสัญญาณ GPS

ภาพจากอีจัน

จนกระทั่งเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 มี.ค.2561 พลตำรวจโทสุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พันเอกพิทักษ์พล ชูศรีหัวหน้าฝ่ายข่าวกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดขอนแก่น มณฑ,ทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร พันตำรวจเอกสุรศักดิ์ มโนทัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าพระ นำกำลังทหาร ตำรวจ 50 นาย เข้าตรวจสอบที่ดินที่ดัดแปลงเป็นโกดังเก็บของบนเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ ที่คุ้มตชด. บ้านหนองแวง ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

ภาพจากอีจัน


เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุถึงกับตะลึง เมื่อพบรถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะ หลากหลายยี่ห้อ จำนวนทั้งสิ้น 46 คัน แต่ละคันอยู่ในสภาพทั้งเก่าและใหม่ นอกจากนี้ภายในที่ดินดังกล่าว ยังพบไม้พะยูงแปรรูปอีกจำนวนมากวางกองทับกันอยู่

ภาพจากอีจัน


จากการสอบถามนายภูมิพัฒน์ พัฒนะสกุลเจริญ เจ้าของที่ดินที่ซุกซ่อนรถยนต์ ขณะเข้าตรวจค้นกำลังดูแลสวนไผ่อยู่ภายในที่ดินดังกล่าว บอกว่า เมื่อประมาณ 8 เดือนที่ผ่านมา ได้มีนายแซม ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 30 ปี ชาว จ.ราชบุรี ที่มีศักดิ์เป็นน้องเขย มีอาชีพขายหมูมาขอเช่าที่ดินของตนในราคาเดือนละ 1 หมื่นบาท โดยไม่มีการทำสัญญา หลังจากนั้นนายแซม ก็เอารถยนต์ปิคอัพ รถยนต์เก๋ง เข้ามาจอด บางวันก็ขับรถออกไป โดยไม่ทราบว่าไปที่ไหน ซึ่งนายแซมจะจ้างคนดูแล 1 คน เพื่อเก็บกุญแจรถไว้ และคอยดูแลสภาพรถที่มาจอดในที่ดินดังกล่าว ส่วนไม้พะยูงที่มีอยู่ในที่ดินของตนตนเองได้ซื้อมานานมากกว่า 10 ปีแล้ว โดยไม่ทราบว่าเป็นไม้พะยูง เพื่อนำมาสร้างบ้านในที่ดินดังกล่าวในอนาคต
ภาพจากอีจัน


ด้านพล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า รถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะทั้งหมดมีประมาณ 46 คัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมดเพื่อให้ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรภาค 4 ตรวจสอบว่า เป็นรถยนต์ที่ถูกขโมยมาหรือไม่ ถ้าเป็นรถยนต์ที่โจรกรรมมาผู้ที่รับจำนำไว้ก็ต้องมีความผิดฐานรับของโจรด้วย ส่วนไม้พะยูงก็ต้องรอเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาตรวจสอบว่าเป็นไม้ชนิดใดแน่ ประมาณเท่าไร ถ้าเป็นไม้พะยูงผู้ครอบครองก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และในส่วนของนายแซม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะติดตามตัวมาสอบสวน หากเข้าข่ายความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากพบว่ามีการทำเป็นขบวนการ ก็จะได้ติดตามตรวจสอบขยายผลทั้งระบบต่อไป

ขณะที่วันนี้ ( 27 มีนาคม 2561 )ที่สภ.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีเจ้าของรถ และเจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์ เดินทางมาตรวจสอบรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณที่จอดรถของกลาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดมาจากโกดังเก็บของในพื้นที่บ้านหนองแวง ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีทั้งรถยนต์เก๋ง กระบะ จำนวน 46 คัน

ภาพจากอีจัน


นางอุบล เนื่องรินทร์ อายุ 52 ปี อยู่อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ปรีดา ใสเลิศ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าพระ เพื่อขอดูรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน บพ- 4704 มหาสารคาม ซึ่งรวมอยู่ในรถของกลางที่ยึดมาได้

นางอุบล กล่าวว่า มีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยว ส้มตำในหมู่บ้าน มีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงได้นำรถยนต์กระบะซึ่งยังอยู่ในช่วงเช่าซื้อและผ่อนกับไฟแนนซ์บริษัทธนชาติ ไปจำนำจอดกับนายแซม ซึ่งเป็นนายทุนเงินกู้ที่บ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 จำนวน 60,000บาทแต่ได้รับเงินไม่เต็มจำนวน เพราะนายแซมหักค่าจอดรถ 2,000บาท และหักดอกเบี้ย 6,000บาท รับเงินกลับบ้านเพียง 52,000บาท เอกสารสัญญาจำนำรถมีเพียงการเซ็นชื่อในสัญญา ส่วนสัญญานายแซมไม่ให้ จากนั้นก็มีเพียงการจ่ายดอกเบี้ยมาตลอด ทั้งยังมีใบสั่งตรวจจับความเร็วจาก สภ.ประจักษ์ จ.อุดรธานี และ สภ.เมืองขอนแก่น ส่งไปที่บ้าน และมีข่าวการตรวจยึดรถยนต์จากโกดังเก็บรถ จึงรีบมาตรวจสอบและพบรถตัวเองจอดอยู่ จึงติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอรับรถคืน


ภาพจากอีจัน


ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ได้เข้าไปตรวจสอบรถยนต์ที่สภ.ท่าพระเช่นเดียวกันและก็เจอรถยนต์ของลูกค้า ที่ขาดส่งค่างวดไปหลายงวด เจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะทำการดาวน์รถยนต์จากเต้นรถมือสองแล้วเอาไปจำนำกับตลาดมืด หรือการจำนำนอกระบบ ซึ่งในจุดนี้บริษัทไฟแนนซ์หลายแห่งรู้ๆกัน แต่ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ เพราะลูกค้าบางรายเอาไปจำนำจริง แต่ยังผ่อนชำระค่างวดกับไฟแนนซ์ แต่บางรายที่จำนำแล้วไม่ส่งค่างวด ทั้งยังถูกส่งขายรถไปเป็นทอดๆอีก เมื่อถึงเวลาไถ่ถอนรถคืน หารถไม่เจอ คนรับจำนำก็หายตัว เข้าสู่การแจ้งความร้องทุกข์ ไฟแนนซ์ถึงจะทราบเรื่อง ซึ่งตลาดมืดในจังหวัดขอนแก่นมีจุดใหญ่ๆอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น บ้านไผ่ ชุมแพ เพราะถ้ารถคันไหนหลุดรอดเข้าไปในตลาดมืดทั้ง3 แห่งนี้แล้วจะตามหายากมาก

ร.ต.อ.ปรีดา ใสเลิศ กล่าวว่า สำหรับรถ 46 คันที่ยึดมานั้น ได้จอดอยู่เต็มลานจอดรถของสภ.ท่าพระ และแต่ละวันก็จะมีประชาชนมาสอบถามหารถจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรถติดไฟแนนซ์ ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลจะได้คำตอบว่า เอารถไปจำนำนอกระบบแล้วขาดส่งค่างวด ซึ่งในจุดนี้ค่างวดนั้นเป็นเรื่องของผู้เช่าซื้อกับไฟแนนซ์ต้องไปเคลียร์กันเอง แต่ถ้าจะรับรถคืน ตัวแทนบริษัทไฟแนนซ์กับผู้เช่าซื้อต้องมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมเอกสารสัญญาที่เกี่ยวกับรถคันดังกล่าว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการคืนรถใดๆทั้งสิ้น ส่วนการสืบสวนหาตัวผู้เกี่ยวข้องกับการรับจำนำรถนอกระบบอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสถานที่ที่ใช้เป็นโกดังจอดรถนั้น เป็นเพียงการให้เช่าที่ดินเท่านั้น




ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ แผ่นดินไหว
ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ แผ่นดินไหว
พา "อ๊อฟ" กลับบ้านครั้งสุดท้าย
พา "อ๊อฟ" กลับบ้านครั้งสุดท้าย
พยาบาลสาว ส่งข้อความหาแฟน “จะรอคนรัก ที่สะพานคลองแสนแสบ” ก่อนพบเป็นศพลอยน้ำ
พยาบาลสาว ส่งข้อความหาแฟน “จะรอคนรัก ที่สะพานคลองแสนแสบ” ก่อนพบเป็นศพลอยน้ำ