ข่าว 18 เมษายน 2561 | 18:27 น.

ย้อนคดี “นกฮูก” ค้ากามน้ำเพียงดิน

เขียนโดย อีจัน
ย้อนคดี “นกฮูก” ค้ากามน้ำเพียงดิน

ย้อนคดี “นกฮูก” ค้ากามน้ำเพียงดิน

ย้อนคดี “นกฮูก” ค้ากามน้ำเพียงดิน

ภาพจากอีจัน

คดีค้ากามในความทรงจำหลาย ๆ คนที่ไม่อาจลืม เมื่อเรื่องราวของเด็กสาวเกือบ 20 คนในพื้นที่ บ้านน้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ถูกปิดโปงถึงเบื้องหลังของวงการอุบาทว์ ค้ากาม ที่นำเด็กสาวมาบำเรอ ข้าราชการระดับสูง แขกบ้านแขกเมือง โดยในแต่ละครั้งที่พาเด็กสาวเหล่านั้นมาสังเวยพวกตัณหากลับ มักจะมีนายตำรวจดาบยุทธเป็นคนพามา และ เกือบทุกครั้งจะใช้รถตราโล่ห์ของสถานีตำรวจแห่งหนึ่งเป็นพาหนะนำเด็กสาวมาส่ง
ภาพจากอีจัน

นางน้ำเพชร แม่ของเด็กสาวรายหนึ่งในเหยื่อค้ากาม ออกมาต่อสู้ ด้วยความชอกช้ำ เมื่อลูกในไส้ของตัวเองต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ เธอถึงช๊อกเมื่อเห็นภาพลูกสาวของตัวเอง ปรากฏอยู่ในกลุ่มเด็กสาวไซด์ไลน์ ซึ่งตำรวจที่รู้จักกันนำภาพกลุ่มเด็กไซด์ไลน์มาให้ดู
ภาพจากอีจัน

สุดช้ำ ล่อซื้อลูกสาวตัวเอง

หลังจากช๊อก กับภาพตรงหน้า ไม่นาน นางน้ำเพชร แม่ของเหยื่อ จึงไม่รอช้า เริ่มวางแผนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อ “ล่อซื้อลูกสาวตัวเอง” โดยนางน้ำเพชร คุ้นเคยในการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว เพราะตัวเองก็เคยเป็นสาย ยาเสพติด ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ครั้งนี้ มันบีบหัวใจแม่ เมื่อเธอต้อง ให้ตำรวจ “ล่อซื้อลูกตัวเอง”

ลูกสาวปรากฏตัว ในคราบของสาวค้าบริการ มันเป็นเรื่องจริงที่เธอปฏิเสธไม่ได้ นางน้ำเพชร เค้นความจริงจากลูก ถึงสาเหตุที่ต้องไปทำเรื่องแบบนั้น ทั้งที่ฐานะของตนก็ไม่ได้ยากจนแต่อย่างใด สุดท้ายลูกสาวสารภาพว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบีบบังคับให้ค้าประเวณี โดยแอบถ่ายคลิป ตอนที่ลูกสาวเสพยา ไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง หากไม่ยอมไปบริการให้ผู้หลักผู้ใหญ่ ก็จะถูกจับข้อหาเสพยาเสพติด ทำให้ลูกสาวต้องอยู่ในภาวะจำยอม

ซึ่งลูกสาวของนางน้ำเพชร จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน บังคับให้ค้าประเวณีให้กับผู้ใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีทั้ง ตำรวจ ครู แขวงการทาง

เรื่องราวที่ได้ฟังจากปากลูกสาวทำให้เธอ เดินหน้า แจ้งความดำเนินคดี เพื่อเอาผิดกับขบวนการค้ากาม ที่ล่อลวงลูกสาวเธอให้ตกเป็นเหยื่อ ที่สุดเอาผิดได้แค่แม่เล้าและเด็ก แต่กลับไม่เอาผิดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่บีบบังคับให้เด็กไปค้าประเวณี

นางน้ำเพชร จึงเดินหน้าต่อสู้ด้วยตนเอง ด้วยการนำเด็กอีก 2 คนที่ถูกบังคับให้ค้าประเวณี ไปแจ้งความต่อ เจ้าหน้าที่ ปคม.ที่ กรุงเทพอีกครั้ง คราวนี้เธอออกโรงแฉขบวนการค้ากามน้ำเพียงดิน จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อปี 2560

แฉ กลลวงหลอกเด็กตกเป็นเหยื่อค้ากาม

ขบวนการของตำรวจที่บังคับให้เด็กสาวในแม่ฮ่องสอน ตกเป็นเหยื่อ เริ่มจากการให้เด็กวัยรุ่นด้วยกัน ไปทำร้าย และจากนั้นจะมีการจัดฉาก ด้วยการมีคนเป็นแม่เล้าคนหนึ่ง มาให้การช่วยเหลือ และชักนำไปเสพยาบ้า ซึ่งขณะที่เสพยาบ้านั้น ได้มีการแอบถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ ก็เป็นเด็กในสังกัดของตำรวจนั่นเอง จากนั้น ก็จะมีการนำไปสู่การบังคับให้ค้าประเวณี หากไม่ยอมก็จะนำคลิปการเสพยามาข่มขู่และซ้อมจนบาดเจ็บ ทำให้เด็กที่หลงเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และตกอยู่ในวังวนการค้าประเวณีอย่างต่อเนื่อง

แฉ...รถตราโล่ห์นำเด็กสาวสังเวยข้าราชการระดับสูง

นางน้ำเพชร แม่ของเหยื่อ เดินหน้าแฉแหลกแบบไม่กลัวอิทธิพล โดยเธอระบุว่า กลุ่มผู้ที่ใช้บริการเด็ก ในตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนใหญ่ จะมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน , ข้าราชการในศาลากลาง , ครูของสถาบันใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัด และรวมไปถึง เจ้าหน้าที่ระดับสูงในแขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน โดยใช้สถานที่เปลี่ยนวนเวียนไปหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับหรูใหญ่สุดของจังหวัด เกสเฮ้าท์ชื่อดังต่าง ๆ และรวมไปถึงบ้านพักข้าราชการในสำนักงานหลายแห่ง

และในแต่ละครั้งที่มีการนำเด็กสาวไปบำเรอกามข้าราชการระดับสูง จะมีการใช้รถตราโล่ห์ของ สภ.แห่งหนึ่ง ไปส่ง ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟลต ตร.หลังโรงพัก , บ้านพักข้าราชการในแขวงการทาง และ รีสอร์ทต่าง ๆ
ภาพจากอีจัน

แฉ “นกฮูก”สัญลักษณ์ เด็กในเครือข่าย
เด็กที่ถูกบังคับให้ค้าประเวณี จะมีจำนวนทั้งหมด เกือบ 20 คน โดยเด็กส่วนใหญ่ จะมีการถูกบังคับให้สักที่บริเวณหน้าอก เป็นรูปนกฮูก หรือนกเค้าแมว สีดำบนเนินอก ซึ่งบางคนอาจจะสักตัวเล็ก และบางคนก็อาจจะสักเป็นตัวใหญ่ โดยสัญลักษณ์ นกฮูก หรือ นกเค้าแมว จะเป็นสิ่งที่ประกาศศักดาความเป็นเจ้าของว่า “เด็กข้าใครอย่าแตะ”

จากความกลัว กลายเป็นความโกรธ
ระหว่างต่อสู้ นางน้ำเพชร แม่ของเหยื่อเด็กสาวค้ากาม บอกว่า ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นเจ้านายของนายดาบคนหนึ่ง ได้ติดต่อผ่านคนกลางมาเพื่อขอเสนอเงินจำนวน 1 ล้านบาทเพื่อขอไม่ให้เดินเรื่อง ให้เป็นคดีค้ามนุษย์ ขอเป็นแค่การค้าประเวณีเท่านั้น แต่ตนไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากตนถึงแม้จะไม่ร่ำรวยหรือมีอำนาจ อิทธิพลเหมือนข้าราชการระดับสูง แต่ตนก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากพอ และไม่เห็นแก่เงินใดใด หลังจากนั้นตนยังถูกข่มขู่จากคนมีสี ว่า จะมีชีวิตต่อไปอีกได้ไม่นาน ซึ่งในตอนแรกตนกลัวมาก แต่เมื่อถูกข่มขู่หนักขึ้น จากความกลัวกลายเป็นความโกรธและคิดว่าต้องต่อสู่กับกลุ่มอิทธิพลมืดให้ได้ จึงกล้าเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน

“เหตุที่ตนต้องการให้มีการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกลุ่มข้าราชการระดับสูงที่ใช้บริการเด็กในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เนื่องจากต้องการตัดวงจรอุบาทว์ในพื้นที่ออกไปจากสังคมในเมืองแม่ฮ่องสอน เพราะการชักนำเด็ก ไปค้าประเวณี มีการกระทำเป็นขบวนการ ซึ่งในปัจจุบัน มีกลุ่มแม่เล้าเด็ก อยู่ในพื้นที่จำนวนประมาณ 11 กลุ่ม โดยที่เด็กสาวเหล่านั้น ที่ตกเข้าสู่วงการอุบาทว์ดังกล่าว จะไม่รู้เท่าทันเกมของ กลุ่มเจ้าหน้าที่ ที่แสวงประโยชน์จากเด็ก และพยายามให้เพื่อน ๆ ของเด็กที่ตกเป็นเป้าหมาย เข้าไปตีสนิทและมอบสิ่งของกำนัล ได้แก่มือถือรุ่นฮิต ราคาแพง รวมไปถึงการชักชวนให้เสพยาบ้า และลักลอบถ่ายวีดีโอคลิปไว้เพื่อ แบลคเมย์ หากไม่ยอมทำตามคำสั่ง”

ถึงแม้ว่าจะมีเด็กสาวบางคนเต็มใจที่จะทำ แต่ก็มาจากเงินที่ใช้ในการหลอกล่อ ประกอบกับครอบครัวของเด็กมีฐานะยากจน และเด็กไซด์ไลน์ ที่รับงานมักคิดว่า การที่ไปนอนกับผู้หลักผู้ใหญ่ข้าราชการระดับสูง จะไม่ถูกเปิดเผยให้เด็กเสียอนาคต โดยเด็กสาวที่รับงานส่วนมากกำลังเรียนอยู่ในวิทยาลัย หรือโรงเรียนในพื้นที่ของตัวจังหวัด หากเด็กสาวคนไหนมีมือถือไอโฟนรุ่นใหม่ ๆ ใช้ ร้อยละ 90 จะเป็นเด็กที่ค้าประเวณีแทบทั้งสิ้น
ภาพจากอีจัน

จนกระทั่ง วันที่ 25 เมษายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) , ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้ควบคุมตัว ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ผบ.หมู่ สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ช่วยราชการ บก.ภ.จว.แพร่ , น.ส.ปิยะวรรณ หรือ ‘เมย์’ สุขมา และ น.ส.ปิยะทัศน์ หรือ ‘ฟ้า’ เทียนสุวรรณ เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เพื่อสอบปากคำ ก่อนส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน บก.ปคม. ดำเนินการตามกฎหมาย ในความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปค้ามนุษย์ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยได้ทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปี
ภาพจากอีจัน

ในวันนั้น ด.ต.ยุทธชัย กล่าวว่า ตนขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะรวบรวมพยานหลักฐานต่อสู้คดี ส่วน น.ส.เมย์ และ น.ส.ฟ้า ตนรู้จัก ซึ่งก่อนถูกย้าย ตนทำงานในพื้นที่ สภ.น้ำเพียงดิน ได้ทำงานปราบปรามยาเสพติด จึงไม่รู้ว่ามีขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่ ส่วนที่ถูกดำเนินคดีน่าจะเป็นการกลั่นแกล้งจากผู้อื่น

พร้อมปฏิเสธรูปที่ปรากฏตามโซเชียลมีเดียว่าเป็นคนจัดหาเด็กนั้น ตัวเองไม่ทราบเรื่อง อาจมีบุคคลอื่นเข้าไปเอารูปในเฟซบุ๊กของตนที่ปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้ว

ด.ต.ยุทธชัย ยังอธิบายในวันที่ถูกสอบสวน ว่า ตนเองเป็นหนึ่งในชุดจับกุม น.ส.ฟ้า แม่เล้า โดยจับกุมฐานจัดหาเด็ก เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 59 และปฏิเสธข่าวลือที่มีการลงขันเพื่อจบคดีนี้ ไม่เป็นความจริง

ต่อมาในวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม 5 ราย ที่เกี่ยวข้องกับ คดีค้ากามน้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน คือ นางสาวกัลยา วัฒคุณ, นางสาวขวัญหทัย ฤกษ์อุดม, นางสาวปัทมาพร อิ่มแก้ว, นางสาวกนกวรรณ รัตนภักดี และนายมงคล เกียรติภักดีพงศ์ ในข้อหาค้าประเวณี และเป็นธุระจัดหา ซึ่งผู้เสียหายให้การซัดทอดว่า ทั้งหมดเป็นแม่เล้า และผู้จัดหาเด็กไปค้าประเวณีให้กับบุคคลต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ภาพจากอีจัน

ศาลฯ สั่งจำคุก 320 ปี ด.ต.ยุทธชัย
ผ่านมา 1 ปีเต็ม ล่าสุดวันนี้ (18 เมษายน 2561) ศาลสั่งจำคุก ด.ต.ยุทธชัย คดี ค้ากามน้ำเพียงดินแม่ฮ่องสอน 320 ปี ลดโทษเหลือ 50 ปี จำเลยอีก 7 คนโดนโทษ 8-176 ปี
ภาพจากอีจัน

โดยศาลอาญา รัชดา อ่านคำพิพากษาคดีค้ากาม "น้ำเพียงดิน" ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 3 เป็นโจทก์ฟ้องน.ส.ปิยะวรรณ หรือเมย์ สุขมาก อายุ 27 ปี น.ส.ปิยทัศน์ หรือฟ้า ภาพเทียนสุวรรณ อายุ 31 ปี ด.ต.ยุทธชัย หรือดาบยุทธ ทองชาติ อายุ 43 ปี สังกัด สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน กับพวกรวม 8 คนเป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันค้ามนุษย์ เพื่อการค้าประเวณี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ,พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539

จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 1 ก.พ - 31ธ.ค.2557 พวกจำเลยได้ร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปเพื่อการค้ามนุษย์ ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อค้าประเวณี โดย พรากน.ส.เปิ้ล นามสมมุติอายุ 14 ปีไปจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง เพื่อการค้าประเวณีเพื่อหากำไร และเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยได้รับส่วนแบ่งค่านายหน้า บังคับให้ผู้เสียหายค้าประเวณีเหตุเกิดที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดย จำเลยทั้งหมดปฏิเสธ
วันนี้ (18 เมษายน 2561) ศาลสั่งเบิกตัว จำเลย 3 คนมาจากเรือนจำ ส่วนอีก 5 คน ได้รับการประกันตัวเดินทางมาฟังคำพิพากษา ครบทุกคน
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์ สั่งลงโทษ จำคุกจำเลย ทุกคนตามอัตราโทษ ดังนี้ ให้จำคุก จำเลย ที่ 1 คือ น.ส.ปิยะวรรณ หรือเมย์ สุขมาก ศาลสั่งลงโทษจำคุก 167 ปี
จำเลยที่2 คือ น.ส.ปิยทัศน์ หรือฟ้า ภาพเทียนสุวรรณ ศาลสั่งลงโทษจำคุก 176 ปี
และ จำเลยที่ 3 ด.ต.ยุทธชัย หรือดาบยุทธ ทองชาติ อดีตตำรวจ สังกัด สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ศาลสั่งจำคุก 320 ปี
แต่ตามกฎหมายให้จำคุกจำเลยได้ไม่เกิน50 ปี จึงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1-3 ไว้คนละ 50 ปี
ภาพจากอีจัน

ส่วนจำเลยที่4 คือนายมงคล หรือแป๊ะ เกียรติภัคดิพงศ์ ศาลสั่งจำคุก 19 ปี
จำเลยที่ 5 คือ น.ส.ปัทมพร หรืออึง อิ่นแก้ว สั่งจำคุก 12 ปี
จำเลยที่ 6 คือ น.ส.กนกวรรณ หรือละม่อม รัตนภักดี ศาล สั่งจำคุก 8ปี
จำเลยที่ 7 คือ น.ส.ขวัญหทัย หรือตั๊ก ฤกษ์อุดม สั่งจำคุก 32 ปี
และ จำเลยที่ 8 คือ น.ส.กัลยา หรือจอย วุฒิคุณ ศาล สั่งจำคุก 36 ปี
พร้อมให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

น้ำตาลูกผู้ชาย ในวันพบญาติพลทหารใหม่
น้ำตาลูกผู้ชาย ในวันพบญาติพลทหารใหม่
เตือนชาวนา ระวังโจรขโมยข้าวเปลือก
เตือนชาวนา ระวังโจรขโมยข้าวเปลือก
กระบะขนคนงานฝ่าไฟแดง พุ่งชนฟอร์จูนเนอร์ ดับ 1 เจ็บอื้อ!
กระบะขนคนงานฝ่าไฟแดง พุ่งชนฟอร์จูนเนอร์ ดับ 1 เจ็บอื้อ!