ข่าว 19 เมษายน 2561 | 21:44 น.

คดีแอปเปิ้ลเดินทางมาถึงความกระจ่างแล้ว!!! ตอนจบ

เขียนโดย อีจัน
คดีแอปเปิ้ลเดินทางมาถึงความกระจ่างแล้ว!!! ตอนจบ

พลิกปูมคดีแอปเปิ้ล ก่อนจะถึงวันพิพากษา คดีแอปเปิ้ลเดินทางมาถึงความกระจ่างแล้ว!!! ตอนจบ

พลิกปูมคดีแอปเปิ้ล ก่อนจะถึงวันพิพากษา
คดีแอปเปิ้ลเดินทางมาถึงความกระจ่างแล้ว!!! ตอนจบ


วันที่ 19 เมษายน 2561 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแทงน้องแอปเปิ้ล 17 แผล ที่ จ.ระนอง
ทีมอีจันบินไปรอทำข่าวนี้ก่อน 1 คืน บรรยากาศที่ศาลค่อนข้างเงียบ มีสื่อท้องถิ่นมาติดตาม 2-3 ค่าย มีครอบครัวฝ่ายจำเลยมาหลายครอบครัว

ภาพจากอีจัน


     เนื่องด้วยคดีนี้มีจำเลยเป็นเยาวชน 2 คน คือ โม ซิน อ่าว และ จอ โซ วิน เราจึงต้องไปฟัง คำพิพากษาที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ระนองก่อน แต่ศาลไม่อนุญาตให้ สื่อเข้าฟังได้ จึงรอลุ้นอยู่หน้าห้อง นั่งรอสักพัก

ได้เห็นแม่ของแอปเปิ้ลและสนุ๊กพี่สาวมาถึงห้องพิจารณา สีหน้าของทั้งสองคนมีความเศร้าอยู่ลึกๆ ทั้งคู่เดินเข้าไปนั่งฟัง ประตูห้องพิจารณาปิด เหลือเพียงคนไม่เกี่ยวข้องนั่งรออยู่ด้านนอก ภาพผ่านกระจกห้องพิจารณาตอนนั้น

เราเห็นภาพเด็กชาย 2 คน สวมชุดนักเรียน เสื้อขาว กางเกงดำ ซึ่งทราบต่อมาว่าทั้งคู่ คือ โม ซิน อ่าว และ จอ โซ วิน ซึ่งหน้าตารูปร่างวันนี้ผิดไปจากภาพวันที่เราเห็น เขาทำแผนประกอบคำรับสารภาพมาก จนเราจำเขาแทบไม่ได้


ภาพจากอีจัน


      จำเลยทั้งสองคนมีแม่ยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าของแม่มีทั้งความกังวลและไม่สบายใจเต็มเปี่ยม แม่ของ โม ซิน อ่าว แอบซับน้ำตาบ่อยครั้ง

ถัดจากแม่ของจำเลยเป็นแม่ของแอปเปิ้ล ซึ่งยืนฟังคำพิพากษาอย่างตั้งใจ ความรู้สึกของทุกคนคงแตกต่างกันไป ฝ่ายหนึ่งก็เชื่อว่า ลูกบริสุทธิ์ ขณะที่ฝ่ายผู้สูญเสียก็หวังเพียงให้ลูกสาวที่ถูกกระทำอย่างโหดร้ายได้รับความเป็นธรรม ส่วนจำเลย หนุ่มน้อยผมรองทรงในชุดนักเรียน ก็ยืนฟังสีหน้าเครียดพอสมควร ซึ่งในห้องนี้ ต้องถือว่า มีเพียงเขาสองคนเท่านั้นที่รู้ดีว่า ความจริง คือ อะไร ?

เวลาผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ศาลเปิดประตูและบอกว่า ท่านอ่านเสร็จแล้ว เมื่อเราส่งสายตาเป็นคำถามว่าผลเป็นอย่างไร เขาให้เราเข้าไปถามเอง คนข้างนอกต่างรีบเข้าไปตามผล เมื่อได้สบตากับทนายฝ่ายจำเลยก็รู้ผลทันที

ภาพจากอีจัน


ศาลพิพากษาให้ โม ซิน อ่าว มีความผิดฐานฆ่าคนตาย ให้จำคุก 4 ปี ส่วน จอ โซ วิน มีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย คือ ได้ต่อยผู้ตาย 1-2 ครั้ง ให้จำคุก 2 ปี

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน



หลังทราบผลคร่าวๆ ทุกคนในห้องเว้นจำเลย ก็ย้ายตัวไปยังศาลจังหวัดระนอง ซึ่งอยู่ปีกหลังของตึกเพื่อไปฟังคำพิพากษาของจำเลยอีก 2 คนคือ ไซ กะ เดา และ ซอ เล

ภาพจากอีจัน


ภาพจากอีจัน

คราวนี้ศาลยินยอมให้สื่อได้ฟังคำพิพากษา อีจันจึงได้รายละเอียดมาเล่าให้ฟัง

ก่อนที่ศาลขึ้นบัลลังก์ จำเลยก็เดินออกมารอฟังคำตัดสิน สภาพของทั้งสองคนนี้ก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้เหมือนกัน เขาผอมลง และผิวคล้ำขึ้นทั้งคู่ 

เมื่อถึงเวลา ผู้พิพากษาก็อ่านคำพิพากษา

คดีนี้เนื่องจากไม่มีประจักษ์พยานแต่มีพยานแวดล้อมทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ

ศาลจึงพิจารณาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจากร้านเจ๊ดา ที่เห็นภาพผู้ตายมีอาการหวาดระแวง เกิดความกลัว

เมื่อสอบถามจำเลย จำเลยยอมรับในช่วงแรกว่า ผู้ตายได้ด่าทอจำเลย

ภาพจากอีจัน


      พยานใกล้ที่เกิดเหตุ คือ นางข่าย ซึ่งอยู่ใกล้แค่กำแพงกั้น บอกว่าได้ยินเสียง คนสวมรองเท้าแตะ วิ่งหลายคน มีเสียงช่วยด้วยๆ มีเสียงตีด้วยของแข็ง 1 ครั้ง และมีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ขับผ่าน 2 คัน เข้าหรือออกไม่แน่ใจ

ซึ่งเมื่อพิจารณาจากคำให้การของพยานปากนี้ในชั้นสืบสวน นางข่ายเคยให้การครั้งแรกว่า หลังเสียงเงียบไปประมาณ 1 นาที จึงได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ผ่าน ซึ่งเสียงไม่ผิดปกติ แต่ไม่รู้ทิศทางว่าไปทางไหน

ประเด็นนี้ ศาลพิจารณาจากพยาน คือ คนขับรถซาเล้ง ซึ่งเข้าไปในซอยก่อนผู้ตายมาถึง 30 วินาที 2 นาทีหลังจากนั้น มีรถซีอาร์วีและรถจักรยานยนต์ขับเข้าไปตามภาพ

ต่อมามีพยานในสำนักสงฆ์ให้การว่า ได้ยินเสียงสุนัขเห่า เห็นชายร่างเล็ก 4 คน วิ่งไปทางประตูเล็ก

จนกระทั่งตำรวจได้ตัว โม ซิน อ่าว ซึ่งมีรอยแผลที่ใบหน้า และต่อมา โม ซิน อ่าวก็ยอมรับสารภาพ

ภาพจากอีจัน


     โม ซิน อ่าว เขาเล่าประวัติของตนเองให้ตำรวจฟัง ว่าอยู่ที่ไหน มาทำงานได้อย่างไร เล่าถึงเรื่องส่วนตัวที่ยากจะมีบุคคลทั่วไปรู้ ซึ่งข้อมูลนี้ยากที่ตำรวจจะปรุงแต่งขึ้นมาได้

ดูจากภาพคลิปวีดีโอประกอบ ซึ่งเป็นภาพตอนที่ โม ซิน อ่าว สารภาพกับตำรวจ เห็นได้ว่า เขาพูดและตอบคำถามเป็นภาษาไทยได้ และขณะสอบสวนก็มีล่าม ซึ่งจำเลยมีท่าทางแสดงความไว้ใจ และให้ข้อมูลโดยสมัครใจ

การอ้างว่าถูกทำร้าย ฟังและพูดภาษาไทยไม่เข้าใจ จึงไร้เหตุผลเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใดตำรวจจึงได้ข้อมูลมากมาย รวมถึงการที่ยอมบอกเรื่องจุดทิ้งมีด ซึ่งถ้า โม ซิน อ่าว ไม่ให้ข้อมูลโดยสมัครใจ ย่อมยากที่ตำรวจจะหามีดเจอ

ส่วน จอ โซ วิน ก็ยอมรับสารภาพก็ยอมเล่าประวัติส่วนตัว และเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งคำสารภาพ สอดคล้องกับ โม ซิน อ่าว และข้อมูลส่วนที่รู้ จอ โซ วิน ก็บอกเฉพาะที่รู้ส่วนที่ไม่รู้ เช่น ช่วงแยกกันหนี หรือ จุดทิ้งมีด ก็บอกไม่รู้

และเมื่อนำข้อเท็จจริงมาประติดประต่อต่อกัน ก็สอดคล้อง ทั้งกล้องวงจรปิดและคำรับสารภาพ


ส่วนเหตุการณ์ที่พูดคุยกับตำรวจ เริ่มจากทั้ง 4 คนไปงานศพที่สำนักสงฆ์ จอ โซ วิน แซว ผู้ตายว่า “น้องสาวสบายดีมั้ย”

ผู้ตายด่ากลับด้วยถ้อยคำรุนแรง จากนั้นทั้ง 4 ก็พากันวิ่งไปดักที่ประตูข้างสำนักสงฆ์ จำเลยนั่งลงกับพื้น บอกว่า “มันมาแล้ว”

ให้มานั่งเรียงกันตรงทางออกสำนักสงฆ์ จนกระทั่งเจอผู้ตาย โม ซิน อ่าว ถาม “เฮ้ย ด่าใคร ล้อเล่นไม่ได้เหรอ”

ผู้ตาย ด่าว่า “ด่ามึงนั่นแหล่ะ”

จอ โซ วิน บอก “ผมต่อยครั้งนึง ผู้หญิงจะวิ่ง ผมจับมือไว้”

ไซ กะ เดา แสดงท่าตีด้วยไม้ โม ซิน อ่าว แสดงท่าจับคอเสื้อ ผู้หญิงจึงข่วนที่ใบหน้า “ผมเลยเอามีดแทงหลายครั้ง” และแสดงท่าทาง ว่าผู้ตายล้มลงแล้วร้อง “ช่วยด้วย” 4 ครั้ง

โม ซิน อ่าว ก็ยังแสดงท่าว่า แทงเข้าที่มือ แทงเข้าที่หลัง ตอนนั้น ไซ กะ เดา บอกให้วิ่ง โม ซิน อ่าว บอก “ผมวิ่งเป็นคนสุดท้าย”

เมื่อคนใดพูดข้ามขั้นตอน คนอื่นก็จะมีการช่วยกันแก้ไขให้ข้อมูลให้สมบูรณ์ ซึ่งคำให้การนี้ตรงกับการนำชี้ และสอดคล้องกับบาดแผล ที่เกิดขึ้นที่ ทั้งที่กกหู ลำตัว หลัง และข้อพับขา


ภาพจากอีจัน


    ส่วนข้อต่อสู้ที่อ้างว่า ตำรวจวาดภาพขึ้นก่อน แล้วให้จำเลยวาดตามนั้น ดูจากคลิป แล้วไม่มีการทำให้ดูตัวอย่างการลบ จำเลยก็ลบเอง ไม่มีการบอกผิด หรือ ถูก พิจารณาแล้วไม่มีบังคับใดๆ

กรณีรอยข่วนที่แก้มซ้ายนั้นจำเลยอ้างว่า เกิดจาก รถจักรยานยนต์ล้มกระแทก แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นแผลที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ลักษณะแผลเป็นทาง ยาว 7.5 ซม. จากใบหน้าถึงลำคอ แผลมีสีซีด

เริ่มจากใหญ่และเรียวลงเล็ก ซึ่ง โม ซิน อ่าว ให้การตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม ผ่านล่ามว่า แผลเกิดจากถูกผู้ตายข่วน แต่ต่อมากลับคำให้การ อ้างว่ารถล้ม เชื่อว่าจำเลยคงมีเวลาคิดทบทวน จึงกลับคำให้การ

บาดแผลที่มีลักษณะใหญ่และปลายเรียวลง แพทย์บอกว่า ต้องเกิดจากรอยกดอย่างแรง เพราะเข้าลึกถึงชั้นหนังแท้ และรอยยาวไล่ไปถึงคอ ซึ่งถ้าเป็น รถจักรยานยนต์ ล้ม แผลจะไม่เป็นลักษณะนี้ ต้องมีรอยถลอกและยาวไล่ไปถึงคอไม่ได้ แต่ถ้าเกิดจากนิ้วคนเป็นไปได้ 

    ประเด็นสำคัญอีกประเด็น คือ การไม่พบ DNA ของผู้ต้องหาที่ซอกเล็บผู้ตาย พิจารณาจากคำให้การของแพทย์ ผู้ผ่าชันสูตรศพ ให้การว่า ในวันเกิดเหตุร่างผู้ตายมีเลือดออกจำนวนมากจึงต้องชำระล้างร่างผู้ตายเพื่อให้เห็น

รอยแผลจากภาพแรก เห็นชัดว่า ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด มือยังมีเล็บครบถ้วน ต่อมามีการชำระล้างตัวสะอาด มือสะอาด และยังไม่มีการตัดเล็บ การเก็บดีเอ็นเอจึงอาจมีความคลาดเคลื่อน

ส่วนประเด็นบาดแผลที่ไม่สอดคล้องกับมีด แพทย์มีความเห็นว่า เชื่อว่า ผู้ตายต้องต่อสู้ดิ้นรน ทำให้เกิดรอยแผลบางส่วนกว้างน้อยกว่ามีดได้ ถือว่าไม่ขัดแย้ง

ภาพจากอีจัน


    การไม่พบรอยนิ้วมือแฝงที่ไม้ไผ่ เนื่องจากลักษณะผิวไม้ไผ่ขรุขระไม่เรียบ การไม่พบลายนิ้วมือแฝงจึงไม่ผิดปกติ

ฟังแล้วคำให้การของพยานและหลักฐานจึงมีน้ำหนักเพียงพอ ฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำแค่ตีที่ข้างหู 1 ครั้ง และที่ข้อพับ 1 ครั้ง ส่วน โม ซิน อ่าว แม้ไม่มีความโกรธแค้นมาแต่ก่อน

แต่ด้วยเหตุที่ถูกข่วนหน้า โม ซิน อ่าว จึงแทง ถือเป็นการกระทำจากเกิดอารมณ์ชั่ววูบ การข่วนเป็นเหตุแทรกแซง ที่จำเลยทั้งสองไม่คาดหมาย จึงเชื่อว่า มีเจตนาเพียง ทำร้ายผู้ตายเท่านั้น

ศาลจึงพิพากษาให้ ไซ กะ เดา และ ซอ เล มีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ให้จำคุกคนละ 6 ปี แต่ ไซ กะ เดา เคยต้องโทษในคดียาเสพติดและเข้าเมืองผิดกฎหมายแต่ศาลรอลงอาญา

ถือว่าทำความผิดแล้วไม่หลาบจำ ให้นำโทษมาเพิ่มโทษอีก 2 ปี ไซ กะ เดา จึงต้องจำคุก 8 ปี


หลังฟังคำพิพากษา ทนายจำเลยแจ้งว่า จำเลยขออุทธรณ์คดี สู้ต่อ


ภาพจากอีจัน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! รถการไฟฟ้า ทับสามล้อคนพิการดับ คาดสามล้อเสียหลักขณะออกตัว
สลด! รถการไฟฟ้า ทับสามล้อคนพิการดับ คาดสามล้อเสียหลักขณะออกตัว
เปิดพื้นที่รับฟังแก้ปัญหายาเสพติด
เปิดพื้นที่รับฟังแก้ปัญหายาเสพติด
ยายวัย 60 ขับเก๋งเสียหลัก เจอข้าวเปลือกเกลื่อนถนน พุ่งชนต้นไม้ สาหัส
ยายวัย 60 ขับเก๋งเสียหลัก เจอข้าวเปลือกเกลื่อนถนน พุ่งชนต้นไม้ สาหัส