ข่าว 3 พฤษภาคม 2561 | 13:16 น.

ย้อนคดีฆ่าปาดคอหนุ่มลาว พบร่วมแก๊งยาเสพติด เพื่อนสนิทเป็นคนลงมือ

เขียนโดย อีจัน
ย้อนคดีฆ่าปาดคอหนุ่มลาว พบร่วมแก๊งยาเสพติด เพื่อนสนิทเป็นคนลงมือ

ย้อนคดีฆ่าปาดคอหนุ่มลาว พบร่วมแก๊งยาเสพติด เพื่อนสนิทเป็นคนลงมือ

ย้อนคดีฆ่าปาดคอหนุ่มลาว พบร่วมแก๊งยาเสพติด เพื่อนสนิทเป็นคนลงมือ

พบศพชายมีรอยสักปริศนา

ภาพจากอีจัน


29 เมษายน 2561 เวลา 13.00 น.วันที่ พบศพชายมีรอยสักปริศนาเสียชีวิตบริเวณ ปากท่อระบายน้ำ ข้างถนนแนวป่าชุมชนห่างจากบ้านขุนด่านประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพศพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อแขนยาว ลายสก๊อตสีเหลืองดำ กางเกงยีนส์ขายาว รัดเข็มขัดหนัง สวมรองเท้าผ้าใบ ที่ลำคอถูกปาดด้วยของมีคมหวิดขาด
ภาพจากอีจัน

ลำตัวมีรอยสักเต็มแผ่นหลัง สูงประมาณ 170-175 เซนติเมตร ตัดผมรองทรง หน้าผากล้าน ในร่างกายไม่พบหลักฐานแสดงว่าเป็นใครมาจากไหน คาดว่าถูกฆ่าตายมาแล้วประมาณ 2-3 วัน 


ผู้ตายเป็นใคร ?
หลังจากตรวจที่เกิดเหตุ มีเครือข่ายกู้ชีพ กู้ภัย ได้แชร์ภาพคนตาย เพื่อตามหาญาติพี่น้อง ปรากฏว่า 17.30 น.วันเดียวกันภรรยาผู้ตายเข้าพบตำรวจแจ้งว่า คนตายชื่อ สุทัด ทัดจันดา อายุ 49 ปี เป็นชาวลาว แต่งงานอยู่กินกันมาหลายปี มีบ้านพักอยู่ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ก่อนจะเสียชีวิตสามีได้พาภรรยามา เช่าบ้านอยู่ในเขตเทศบาลอุบลรัตน์

ภาพจากอีจัน


แต่ในคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะผู้ตายนอนพักในห้องเช่ากับภรรยา เพื่อนผู้ตาย
โทรศัพท์มาหาที่ห้อง ชวนออกไปหาปลาที่เขื่อนอุบลรัตน์ ผู้ตายจึงขับรถยนต์ กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน กม-9329 ขอนแก่น ออกไปหาเพื่อน จากนั้นก็หายตัวไปเลย ก่อนมาพบกลายเป็นศพ

ภาพจากอีจัน

สอบสวนภรรยาผู้ตาย ในเบื้องต้นสามีไม่มีปัญหากับผู้ใด อยู่กันมาก็ยึดอาชีพรับเหมาก่อสร้างเรื่อยมา ส่วนสาเหตุการตายนั้นภรรยายืนยันว่าไม่ทราบสาเหตุ
ภาพจากอีจัน

พบรถยนต์ผู้ตายถูกเผา

ภาพจากอีจัน


ระหว่างนั้นก็ได้รับแจ้งจากตำรวจ สภ.เขาสวนกวางว่า พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้าย ทะเบียน ถูกเผาทำลายไปประมาณ 80% ในพื้นที่บ้านดงเย็น ต.นางิ้ว อ.เขาสวนกวาง ตรวจสอบ เบื้องต้น น่าจะเป็นของผู้ตาย ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า การฆาตกรรมครั้งนี้ คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำ กว่า 2 คน ส่วนเหตุการฆ่า อาจมาจากความแค้นส่วนตัว หรือพัวพันกับสิ่ง ผิดกฏหมาย

เจอตัวผู้ต้องสงสัย
ภาพจากอีจัน

พ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน ผกก.สภ.อุบลรัตน์ เปิดเผยความคืบหน้าว่า “ตอนนี้ได้ควบคุมตัวผู้ ต้องสงสัยไว้แล้ว 1 คน เป็นชาย อายุ 40 ปี มีบ้านพักในพื้นที่ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ มีที่ดินใกล้กับจุดที่พบศพคนตาย มีความสนิทสนมกับผู้ตายและครอบครัวเป็นอย่างดี เพื่อนสนิทของผู้ตายรายนี้ เคยถูกจับในคดีปล้นทรัพย์ คดียาเสพติด และคดีอาวุธปืน ขณะนี้มีหลักฐานที่จะเอาผิดผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ แต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะต้องรอพยาน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์”

คนร้ายต้องมีไม่ต่ำกว่า 2 คน

จากการสืบสวนของตำรวจ เชื่อว่า การตายของนายสุทัดครั้งนี้ คนร้ายไม่น่าลงมือคนเดียว อย่างน้อย ต้องมีคนคอยช่วยเหลืออีก 1-2 คน เพราะผู้ตายเป็นคนรูปร่างใหญ่ ผู้ต้องสงสัยจะลงมือคนเดียว คงยากพอสมควร

ภาพจากอีจัน


อีกทั้งคนร้ายกลุ่มนี้ต้องเป็นคนในพื้นที่ ที่รู้จักเส้นทางและจุดทิ้งศพ รู้เส้นทางลัดระหว่างพื้นที่อำเภอ อุบลรัตน์ไปอำเภอเขาสวนกวาง รู้จุดที่นำรถยนต์ของผู้ตายไปเผา ที่บ้านดงเย็น ต.นางิ้ว อ.เขาสวนกวาง

ภาพจากอีจัน


ยิ่งสืบยิ่งพบความไม่ชอบมาพากล

การสืบสวนกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ ก็พบข้อมูลว่า ผู้ตายมีส่วนพัวพันกับยาเสพติด ในข้อมูลของตำรวจ สภ.น้ำพองที่ผู้ตายมีชื่อในบัญชีผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ โดยผู้ตายกับผู้ต้องสงสัยอยู่ในกลุ่มแก๊งเดียวกัน
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นผู้สนิทกับผู้ตาย ในข้อหาเสพยาเสพติดด้วย ซึ่งผู้ต้องหา ก็รับสารภาพว่าทั้งเสพ ทั้งขาย ยาเสพติดให้กับผู้ใช้แรงงานในพื้นที่อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพองและ อำเภอเขาสวนกวาง

แต่การสอบสวนในเรื่องที่ผู้ตายถูกฆ่าปาดคอนั้น ผู้ต้องสงสัยยอมรับเพียงว่า ได้โทรศัพท์หาผู้ตายจริง แต่ชวนออกไปหาปลา ตามปกติ ปฏิเสธ ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการตายของเพื่อนแต่อย่างใด

สามีหาย ไม่แจ้งความคนหาย ?

ภาพจากอีจัน

ภรรยาของผู้ตายยืนยันว่า รถที่ถูกเผาเป็นรถที่สามีขับออกไปก่อนจะถูกฆ่าตาย เธอยอมรับว่า หลังสามีหายออกจากบ้านเธอไม่ได้แจ้งความคนหาย แต่ออกตามหาตามบ้านเพื่อน จนเพื่อนบอกว่า เห็นผู้ตายไปกับเพื่อนสนิท ( ผู้ต้องสงสัย ) เพื่อนจึงให้เบอร์โทรพร้อมชื่อเฟสบุ๊ก ทำให้ ภรรยาผู้ตายสามารถติดต่อกับเพื่อนสนิทของสามีได้ด้วยการทักแชทผ่านเฟสบุ๊ก และเมื่อถามถึงผู้ตาย เขาปฏิเสธว่าไม่เห็นผู้ตายและไม่ได้ไปด้วยกัน

เพื่อนสนิทของสามียังอาสาที่จะพาภรรยาผู้ตายไปหาหมอดู เพื่อให้หมอดู ดูดวงในการตามหาผู้ตาย โดยนัดหมายกันที่หน้ารพ.อุบลรัตน์ เมื่อภรรยาผู้ตายมาพบตามนัด กลับเห็นเขามาพร้อม กระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ พร้อมๆกับมีตำรวจเข้าคุมตัว

กักขังภรรยา

ผู้สื่อข่าวได้พบกับญาติ ที่มีความสนิทสนมกับภรรยาผู้ตาย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ ผู้ตายอยู่กินกับภรรยา มีปัญหากันตลอด ผู้ตายเป็นคนพูดเสียงดัง อารมณ์ร้อน มีเรื่องทำร้ายร่างกาย และการข่มขู่เอาชีวิต จนมีการแจ้งความกันที่ สภ.น้ำพองมาหลายครั้ง

อีกทั้งผู้ตายมักจะออกจากบ้านในเวลากลางคืน โดยแทบทุกครั้ง ผู้ตายจะขังภรรยาไว้ในบ้าน และล็อคกุญแจจากด้านนอก เมื่อถึงเวลากลับบ้านก็จะเปิดประตูเข้าบ้านเอง
ส่วนรถยนต์คันที่ถูกเผา ภรรยาขอร้องให้บุตรสาวที่เป็นลูกติดจากสามีเก่า ดาวน์ให้ เพื่อจะให้ผู้ตาย มีรถใช้ และการหายตัวไปของผู้ตาย ภรรยาเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะผู้ตายไปไหนไม่เคยบอก ส่วนการ พัวพันกับยาเสพติดนั้น ทราบว่าผู้ตายเคยถูกเรียกตรวจปัสสาวะและเคยถูกเรียกไปทำประวัติ


ภาพจากอีจัน


ทูตลาวลงพื้นที่ติดตามคดีฆ่าปาดคอหนุ่มลาว
วันที่ 1 พ.ค.2561 เวลา 10.00 น. ที่ สภ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายคำไพ พันธุ์ทองดี รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น ประเทศไทยลงพื้นที่และประชุมร่วมตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง เพื่อเร่งรัดติดตามคดีคนร้ายก่อเหตุฆ่าปาดคอนายสุทัด ทัดจำปา ชาวเมืองปากงึม นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว


น.ส.ไพรรัตน์ คมขำ อายุ 44 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งหารือ เรื่องการฌาปนกิจศพของผู้เสียชีวิตเนื่องจากเป็นชาวต่างชาติที่มาเกิดเหตุ เสียชีวิตในประเทศไทย การดำเนินการก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน และข้อกฎหมายร่วม ระหว่างประเทศ โดยใช้เวลาใน การประชุมและพูดคุยกันนานกว่า 2 ชม.

พ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน ผกก.สภ.อุบลรัตน์ ได้รายงานให้รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ทราบว่า คนตายอยู่ที่ประเทศไทยนาน 10 กว่าปี และมาอยู่กับภรรยาชาวไทยที่ อ.น้ำพอง ร่วม 5 ปี ยึดอาชีพรับเหมาก่อสร้าง และแจ้งให้ทราบว่า ผู้ตายมีประวัติพัวพันกับยาเสพติด ส่วนสาเหตุการตาย ก็มาจากความขัดแย้งในเรื่องยาเสพติด ซึ่งในจุดนี้ก็แจ้งกับรองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ว่า ประวัติต่างๆ นั้นเราก็เก็บเป็นข้อมูล แต่คดีที่ผู้ตายถูกฆ่าปาดคอนั้นก็ต้องแยกออกมา และทำความกระจ่างชัดด้วย การสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้

ซึ่งผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวขณะนี้ ถูกตำรวจ สภ.อุบลรัตน์ จับกุม ในข้อหาเสพยาบ้าในขณะขับรถ ถูกควบคุมตัวไว้และจะครบ 48 ชม. ในเวลา 21.00 น.คืนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องฝากขัง ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถ ฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น 4 ครั้งๆละ 12 วัน รวม 48 วัน และในระหว่างที่ฝากขังนั้น ตำรวจก็จะรวบรวมพยาน หลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ในข้อหาฆ่าผู้อื่น

ทางด้าน นายคำไพ พันธุ์ทองดี รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ผู้ตาย คือ ประชาชนชาวลาว รัฐบาลลาวและพี่น้องชาวลาว รวมถึงพ่อ แม่ญาติพี่น้องคนตายก็ต้องการทราบรายละเอียด การทำงานของเจ้าหน้าที่ ว่าจะสามารถ ตามหา คนผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับคนตาย และหวังว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆนี้ ซึ่งทราบว่าการสืบสวนสอบสวนคืบหน้าไปมาก เชื่อว่าอีกไม่นานก็จับคนร้ายได้

หาหลักฐานมัดคนร้าย

ภาพจากอีจัน

พ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน ผกก.สภ.อุบลรัตน์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ตามเส้นทางที่ คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะสัญจรผ่าน เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ที่อาจจะเป็นหลักฐาน เพิ่มเติมได้ ขณะเดียวกันได้ส่งเส้นผมของผู้ต้องสงสัย พร้อมขวดเบียร์ที่พบในจุดที่พบศพผู้ตายและขวดเบียร์ที่อยู่ในห้องผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเบียร์ยี่ห้อ เดียวกัน นำส่ง ศพฐ.4เพื่อ ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอและลายนิ้วมือ ว่าเป็นของคนคนเดียวกันหรือ ของผู้ต้องสงสัยหรือไม่ ถ้าใช่ก็จะจับกุมทันทีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และข้อหาเผา ทำลายทรัพย์ รวมทั้งข้อหา ซ่อนเร้นอำพราง และเชื่อว่าการลงมือฆ่าผู้ตายไม่ได้ทำเพียงคนเดียว ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1-2 คน ซึ่งถ้าผลตรวจของศพฐ.4 ออกมาก็จะสามารถขยายผลจับ กุมบุคคลที่เกี่ยวข้องในข้อหาเดียวกันเพิ่มอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายคำไพ พันธุ์ทองดี รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น ประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่พบศพ ซึ่งเป็นบริเวณเปลี่ยว และลึกห่าง จากถนนเส้นทางสายหลักหลาย กิโลเมตร โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านจะใช้ใน การลำเลียง ผลผลิตทางการเกษตรและหาของป่า โดยคณะกงสุลใหญ่ฯ ได้ทำการสอบถามถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับพนักงานสอบสวน รวมทั้งการยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต 


มีรายงานข่าวแจ้งว่า
คดีนี้คนร้ายลวงผู้ตายออกมาพบที่ช่องเขาขาด พื้นที่ต.บ้านดง ในคืนวันที่ 27 เมษายน ซึ่งจุดดังกล่าว เป็นเส้นทางที่จะไป อ.โนนสังข์ จ.หนองบัวลำภู จากนั้นได้ลงมือฆ่าผู้ตายในรถยนต์ แล้วนำศพไปทิ้ง หนองน้ำ ก่อนขับรถผู้ตายไปเช่ารีสอร์ทพัก กระทั่งวันที่ 28 เมษายน คนร้ายขับรถออกจากรีสอร์ท มุ่งหน้าไป อ.เขาสวนกวาง แต่รถตกถนน ชาวบ้านจึงมาช่วยยกรถขึ้น และคืนวันที่ 28 เมษายน ชาวบ้านก็ เห็นไฟลุกท่วมในจุดที่มีการเผารถยนต์ของผู้ตายทิ้ง


ผู้ต้องหาคนที่ 2 นายแข่ว
เวลา 19.00 น.วันที่ 2 พฤษภาคม2561 ตำรวจชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจ ภูธรภาค 4 ตำรวจ สภ.อุบลรัตน์ ควบคุมตัวนายแข่วหรือนายวิรัตน์ สังข์เภา อายุ 30 ปี ชาว ต.นาคำ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ชี้จุดที่ซื้อน้ำมันเบนซิน ที่บ้านโคกกลาง ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และจุดที่ทิ้งป้ายทะเบียนรถ รวมทั้งจุดที่เผารถยนต์ที่ชายป่า ในพื้นที่บ้างดงเย็น ม.5 นางิ้ว อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ประมาณ 2 ชม. จึงแล้วเสร็จ จากนั้นชุดสืบสวนได้ควบคุมตัว นายแข่วกลับไปที่ กก.สส.ภ.4 เพื่อสอบปากคำทันที


ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน

พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ ผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวน สอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าเบื้องต้นชุดสืบสวน สภ.อุบลรัตน์ได้ควบคุมตัวนายมืดหรือนายวิญญู จันตะพต อายุ 33 ปี ผู้ต้องสงสัยรายแรกได้ที่หน้ารพ.อุบลรัตน์ มีประวัติพัวพันยาเสพติด จึงมีการตรวจปัสสาวะ พบว่าเป็นสีม่วง จึงถูกแจ้งข้อหา เสพยาเสพติด ขณะนี้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น
และในส่วนของนายแข่วนั้น คือ ผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ที่มีพยานเห็นอยู่กับนายมืด ตำรวจสืบทางลึก จนทราบว่า นายแข่วไปเยี่ยมญาติที่เรือนจำกลางขอนแก่น จึงไปเชิญตัวมาสอบสวน ซึ่งในการสอบสวนเบื้องต้น นายแข่วรับสารภาพว่า รู้จักกับนายมืด ในคืนวันที่ 28 เมษายน นายมืดสั่งให้ซื้อน้ำมันเบนซิน 3 ขวด และให้มายืนรอที่ข้างทางในหมู่บ้านโคกกลาง จากนั้นนายมืด ก็ขับรถยนต์มารับและขับมุ่งหน้าไปในพื้นที่อ.เขาสวนกวาง ระหว่างทางได้ทิ้ง ทะเบียนรถ รวมทั้งขับรถไป ในจุดที่เผา โดยลงมือราดน้ำมันรถและเผาทันที โดยมีเพื่อนของนายมืด ขี่รถจักรยานยนต์ ไปรับออกจากจุดที่เผารถยนต์มาส่งที่บ้านพัก จากนั้นก็แยกย้ายกัน กระทั่งมาถูกควบคุมตัว โดยที่ไม่รู้ว่านายมืดก่อเหตุฆ่าคนตาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าปาดคอชาวลาว

ผู้ต้องหาคนที่ 3 นายอาร์ต

พ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน ผกก.สภ.อุบลรัตน์ เปิดเผยว่า ตอนนี้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ได้แล้ว 3 ราย คือ นายมืด นายแข่ว และนายอาร์ต ซึ่งนายอาร์ตนั้นยอมรับว่า ถูกนายมืด เรียกให้ไปช่วย ยกรถขึ้นจาก ข้างทางในคืนวันที่ 28 ก่อนที่รถจะถูกเผา โดยไม่ทราบเรื่องที่นายมืดก่อเหตุฆ่าคนลาวแต่อย่างใด
ตำรวจมีพยานบุคคลที่เห็นนายมืดขับรถผู้ตายในคืนวันที่ 27 และคืนวันที่ 28 และพยานยืนยัน ถึงเสื้อผ้า ได้ชัดเจน และพยานชี้ตัวบุคคลชัดเจน รวมทั้งกล้องซีซีทีวีที่บันทึกภาพขณะนายมืด ขับรถยนต์ผู้ตายผ่านไว้ด้วย

ในส่วนของนายแข่วและนายอาร์ตนั้น พนักงานสอบสวน ต้องสอบสวนเพิ่มเติม จากนั้นจะขอศาล ออกหมายจับทั้ง 3 คน ส่วนใครจะถูกแจ้งข้อหาใดบ้างนั้น ต้องสรุป จากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนว่า ใครเกี่ยวข้องในจุดใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. อนุมัติงบช่วยชาวนา !!
ครม. อนุมัติงบช่วยชาวนา !!
“นวดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้
“นวดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้
เร่งไขคดี กลิ่นเกสรตายปริศนา
เร่งไขคดี กลิ่นเกสรตายปริศนา