ข่าว 26 พฤษภาคม 2561 | 18:48 น.

เจ้างาเดียวถึงมือหมอเเล้ว

เขียนโดย อีจัน
เจ้างาเดียวถึงมือหมอเเล้ว

เรื่องราวดีๆ ช่วยเจ้างาเดียวบาดเจ็บ ตอนนี้ถึงมือหมอเเล้ว

#เจ้างาเดียวสู้ๆ #ถึงมือหมอแล้ว

เรื่องราวดีๆนี้เริ่มจาก พบช้างงาเดียวบาดเจ็บกลางเขตรักษาพันธ์ภูวัว

ทีมสำรวจจำนวนประชากรช้างเพื่อวิจัยสัตว์ป่า (ช้างป่าภูวัว) ตรวจภาพถ่ายจากกล้องวันที่ 20 พ.ค.61 พบช้างขาขวาบาดเจ็บ ด้านขาขวาหลัง มีร่องรอย เป็นจุดเหมือนรอยเจาะเข้าไปในเนื้อ มีจุดขนาดใหญ่กว่า ลูกกอล์ฟ ไม่น้อยกว่า 2 จุด และเห็นว่ามีอาการบวม บริเวณขาหลัง เมื่อดูจากกล้องดักถ่าย ยังเห็นอีกว่า การเดินของพลายช้างงาเดินผิดรูป และเดินลากขา ทั้งขาซ้ายและขวา โดยเฉพาะขาขวา จะมีอาการมากกว่าขาซ้าย จึงได้ประสานทีม ขสป ภูวัว ขอติดตามอาการและรัศมีการเดินหากิน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

เริ่มติดตาม สังเกตการณ์ตั้งแต่ วันที่ 21-24 พ.ค. 61

พบว่า ตั้งแต่วันที่ 21-24 พ.ค. 61 การเดินหากินของเจ้างาเดียว ลดระยะลงทุกวัน คือ 800 เมตร 600 เมตร 400 เมตร และ 400 เมตร กองขี้ช้างมีขนาดเล็กกว่าตัวช้างที่เห็น

ภาพจากอีจัน

ประเมินอายุช้าง ได้ประมาณ 10-15 ปี ซึ่งเป็นช้างที่สมบูรณ์ สันนิษฐานต่อว่าน่าจะกินอาหารน้อยลงทุกวัน เนื่องจากบาดเจ็บ แต่ลักษณะ การย่อยที่สมบูรณ์ไม่ผิดปกติ นี่คือ การบ่งบอกอาการเริ่มต้นว่า ช้างบาดเจ็บ เพียงภายนอกเท่านั้น และประเมินความสูงที่ 2.30 เมตร น้ำหนัก ประมาณ 3.5 - 4 ตัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ชุดติดตามดังกล่าว สังเกตการณ์ติดตาม เพื่อหาพิกัดสุดท้าย คือ กลางพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บนพื้นที่ยอดภูเป็นป่าไผ่สลับป่าเด็งรัง การติดตามเพื่อรอ ทีมสัตวแพทย์ จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักบริการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรเป็นการรักษาและเพื่อการตัดสินใจ ในการที่จะยิงยาซึมในภารกิจ
ภาพจากอีจัน


วันที่ 25 พฤษภาคม :
ในช่วงเวลา 9.50 น. ทุกนายในภารกิจพร้อม โดยจัดชุดทำงานตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ จำนวน 3 ชุด
- ชุดที่ 1 ติดตามแกะรอยช้างป่า
- ชุดที่ 2 ชุดยิงยาซึม
- ชุดที่ 3 ชุดทีมสัตวแพทย์และทีม จนท.
จากการรายงานจากชุดติดตาม ทีมสัตวแพทย์ จึงได้บรรจุตัวยาซึม ไว้ที่ 10 ซีซี และ 5 ซีซี เนื่องจากช้าง น้ำหนัก ไม่เกิน 4 ตัน และช้างมีอาการอ่อนเพลีย หมอฟ้า ดูแลและวิเคราะห์จะใช้ยาซึมขนาดเท่าใดอีกทีหนึ่ง

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


ทีมแม่นปืน สองนาย มี นายรัตและนายต๊อท ส่วนผู้ควบคุม ความปลอดภัย คือนายพิทักษ์ หน. ขสป.เขาเขียว-เขาชมภู
จากการติดตามของชุดที่ 1 และ 2 ในระยะห่างจากช้างป่าบาดเจ็บได้ใกล้ที่สุด 7 เมตร พบว่าช้างมีความสูงประมาณ 2.5-3 เมตร หนักประมาณ 6-7 ตัน (ใหญ่มาก) ขณะที่เห็นว่าช้างมีความใหญ่ ทีมสัตวแพทย์ จึงให้ ทีมยิง สามารถยิงได้ 20 ซีซี คือ ทั้งสองนาย สามารถยิงได้พร้อมกัน ตามน้ำหนักตัวช้าง และเมื่อติดตามต่อ รู้สึกว่ามีกลิ่นเหม็นติดตามต้นไม้ 2 ข้างทางที่ช้างเดินไป
ภาพจากอีจัน

พฤติกรรมมีความระแวงตัวสูง มีร่องรอยขาบาดเจ็บ 1 ข้าง คาดว่าน่าจะมีปัญหาของขาช่วงบนตั้งแต่หัวเข่า จนถึงสะโพก ดูจากรอยลากที่ปรากฎบนพื้นดิน แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าไผ่ที่ขึ้นอย่างหนาแน่น ไม่สามารถ หาจุดที่เหมาะสมและปลอดภัยในการยิงยาซึม และเนื่องจากติดตามเป็นระยะเวลานานโดยต่อเนื่อง ทำให้ช้างมีความหวาดระแวงสูง และเมื่อเหนื่อยทำให้ช้างดักซุ่มรออยู่ข้างทาง ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ผู้ติดตาม และในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นเวลา ผ่านช่วงเที่ยง เที่ยงอากาศร้อนมาก โดยเฉพาะช้าง ทีมยิงเห็นอาการช้างบวกกับอากาศที่ร้อน จึงได้ปรึกษา ว่า ช้างน่าจะร้อน หรือ ฮีท(ร้อนมาก) ถ้าจะยิง อาจทำให้ช้างมีอาการแทรกซ้อน ถึงตายได้ จึงมีความเห็นตรงกัน คือยกเลิกการติดตาม ไปก่อน และจัดทีมติดตาม เพื่อดูอาการและเพื่อหาจุดพักสุดท้ายก่อนมืด ในวันนี้
นายชัยวัฒน์จึงสั่ง ยุติภารกิจในเวลา 15.00 น.
ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


เช้าวันที่ 26 พ.ค.61 เวลา 05.00 น.
ทุกชุดเข้าพื้นที่ ส่วนทีมสัตวแพทย์และชุดคุมครอง ได้เข้าพื้นที่ไปถึงยังเป้าหมายที่ช้างยืนอยู่

เวลา 07.30 น. เฝ้ารอ รอโอกาสที่จะยิงยาซึม แต่ในขณะที่ติดตาม เห็นว่าพลายงาขวา มีอาการอ่อนเพลียมาก จึงคิดว่าจะลองยิงยาซึมเพียง 10 ซีซี ก่อนเพื่อดูอาการ ถ้าช้างยังมีอาการสู้ยา ก็จะยิงอีก 10 ซีซี จนถึงเวลา 9.10 น ทีมยิง ได้ยิงไป หนึ่งนัด เข้าเป้า และรอดูสังเกตการณ์ เห็นว่า ช้างหยุดและมีอาการซึม เพียงอีกแค่ 10 นาที ช้างได้ล้มลง นอน นี่คือการบ่งบอกอาการของช้าง ว่า ช้างพลายงาขวา มีอาการอ่อนเพลีย และทรุด อย่างมาก เนื่องจาก ช้างที่ใหญ่ขนาดนี้ เมื่อยิงยาแล้ว เมื่อซึม จะยืนหลับ แต่พลายงาขวา กับล้มตัวนอน นั้นแสดงว่า ช้างพลายตัวนี้ อ่อนแอและแย่ มากๆ ซึ่งถือว่าโชคดี ที่ได้รับการช่วยเหลือ ดูแลอาการ และการรักษา ได้ทันท่วงที

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


ต่อจากนั้นทุกนายที่ได้แบ่งหน้าที่ ได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเป็นไปตามขั้นตอน นายพิทักษ์จะเป็นคนระวังและจัดการเรื่องความปลอดภัยและจะกำหนดเวลา ว่ายาซึมอยู่ในระยะเวลาที่จะหมดแล้ว ทุกนายต้องทำอย่างไรต่อไป
ขณะที่หมอฟ้า หมอนุ่ม หมอรัตและหมอ ต๊อท ทำงานแข่งกับเวลา ส่วนที่เหลือเป็นได้แค่เพียง ผู้ช่วยหรือผู้สนับสนุนเท่านั้น เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว เสียงที่ดังมาอีกครั้งคือ เสียงเตือนจากนายพิทักษ์ ให้ทุกคนหลบไปด้านหลัง และให้ทุกนายออกจากพื้นที่ที่ช้างนอน

ขณะที่ทำงานได้ตรวจบาดแผลของช้าง มีทั้งหมด 4 จุด คือ
1 ที่โคนหางเป็นแผล ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง นิ้วครึ่ง
2 ที่สะโพกขวา เป็นแผลลึกและใหญ่ที่สุดมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 นิ้ว
3 ที่ข้อพับหัวเข่า เป็นแผลมีรูปเป็นวงรี ประมาณ ไข่ไก่ ลึกประมาณ สามนิ้ว
4 แผลที่ปลายงวง แต่เป็นแผลที่ หายแล้ว จุดนี้ ไม่ได้รักษาแต่อย่างใด

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


การรักษา มีการให้น้ำเกลือ (สีขาวใส)และ ยาฆ่าเชื้อ (สีแดง)
ส่วนบาดแผลทั้งสามรู เมื่อล้างแผลจนสะอาดแล้ว ใส่ยา อักเสบ
ยาอักเสบนี้ มีผลและอยู่ได้ 14 วันส่วนยาแก้ปวด ที่ฉีดให้ช้าง จะแก้ปวดได้ ประมาณ 24 ชม เท่านั้น


ภาพจากอีจัน


เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกับอีก 10 นาที ทีมหมอทำงานในภารกิจเสร็จสิ้น ได้เวลาฉีดยาแก้ที่ยิงยาซึม เพื่อแก้อาการซึม ให้ไป 10 ซีซี เช่นกัน

จากนั้นทุกคนออกจากบริเวณและนายพิทักษ์ให้เดินออกไปตามเส้นทาง ขณะเดียวกันช้างได้ขยับตัวและถือว่าเขาเริ่มรู้สึก รออีก 5 นาที พลายงาขวากับไม่ลุก ได้เพียงแค่ขยับ
ทีมหมอจึงได้ให้ยาแก้ อีก 5 ซีซี ต่อจากนั้นเพียงสองสามนาที จากลุกขึ้นและหันหาเจ้าหน้าที่
ในช่วงเวลานี้ ทุกนายได้วิ่งออกมา และรับรู้ได้ว่าภารกิจลุล่วงไปด้วยดี

ภาพจากอีจัน

รอยยิ้มกับภารกิจ ที่ได้รักษาช้างพลายงาขวาได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าไม่สามารถจะให้เขาหายได้ทันที
แต่ทุกนายมีแต่รอยยิ้ม รอยยิ้มของความสุขและความเป็นมืออาชีพของแต่ละนาย !

เวลาใกล้เที่ยง ทุกชุดกลับมาพร้อมกันที่จุดสตาร์ทและประชุม แบ่งงานมอบให้ หน.ขสป ภูหลวงติดตามความเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของช้างพลายงาขวาและให้รายงานให้กับทีมสัตวแพทย์และสำนักทุกวัน ส่วนทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอเฝ้าดูอาการอึกหนึ่งวัน

ภารกิจนี้ถือว่าได้ผลสำเร็จ
ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้และรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ด้วย
ทุกคนปลอดภัยและช้างพลายงาขวาอาการดีกว่าเดิม เมื่อติดตามจะดูอาการต่อไปประเมินผลทุกๆวัน

ขอขอบคุณด้วยหัวใจ งานรักษาทรพยากรป่าไม้และสัตว์ป่านับเป็นภารกิจสุดหิน ถ้าไม่ใช้ใจทำคงยากที่จะบรรลุความสำเร็จ

ภาพจากอีจัน

ขอบคุณ:
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.10
จนท ทุกนายทุกหน่วย
เจ้าหน้าที่ทีมสัตวแพทย์จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.10 (อุดรธานี)
หน.สป.ภูวัว
หน.สถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง
และ หน.ขสป.เขาเขียว-เขาชมภู่
ขอบคุณทุกท่านที่ดูแลอีจันอย่างดี 555 กลับบ้านแล้ว ลาละเจ้างาเดียว หายเร็วๆนะ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยายนั่งขายผัก เพื่อนำเงินไปไถ่ชีวิตวัว
ยายนั่งขายผัก เพื่อนำเงินไปไถ่ชีวิตวัว
รวบหนุ่มคาทางด่วน หนีคดี 16 ปี ยิงอริกลางงานหมอลำ
รวบหนุ่มคาทางด่วน หนีคดี 16 ปี ยิงอริกลางงานหมอลำ
ราคาทอง ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออกบาทละ 21,800
ราคาทอง ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออกบาทละ 21,800