ข่าว 7 มิถุนายน 2561 | 15:35 น.

เรื่องเล่า “ช้าง” กะ “เสือ”

เขียนโดย อีจัน
เรื่องเล่า “ช้าง” กะ “เสือ”

รู้ไหม ทำไมคนไทยมีความต้องการซื้อหรือครอบครอบงาช้างหรือเขี้ยว หรือหลัง หรือกระดูกเสือ?

วันนี้อยากเล่าเรื่อง “ช้าง” กะ “เสือ” ให้ฟัง

6 มิย.2561 อีจันถ่อเข้าเมืองไปนั่งฟังงานวิจัยน่าสนใจเกี่ยวกับความต้องการ “งาช้าง” กับ “เสือ”
ของคนไทยในงานนี้มีแต่ฝรั่งจะมีนักข่าวไทยก็นิดหน่อยอีจันก็พยายามเข้าใจซึ่งโชคดีมากที่เขาจัดคนแปลให้รอดตายไปอย่างหวุดหวิด

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


เรื่องก็มีอยู่ว่างานวิจัยที่ USAID ทำขึ้นนี้ ได้ตอบคำถามที่ว่าทำไมคนไทยจึงมีความต้องการซื้อหรือครอบครอบงาช้างหรือเขี้ยวหรือหลังหรือกระดูกเสือ?



เริ่มจากงาช้างก่อน?

รู้มั้ย ทำไมคนถึงอยากครอบครองงาช้าง ?


เพราะมันมีคนส่วนหนึ่งยังคนเชื่อแปลกๆว่า :


งาช้างนำความโชคดี
ป้องกันอันตราย
แสดงความสำเร็จ
และแสดงสถานะทางสังคม

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


ไม่น่าเชื่อว่ายังมีคนคิดแบบนี้เพราะถ้างาช้างให้โชคดีป้องกันอันตรายได้ข่าวฮือฮาเมื่อเดือน 2 เดือนก่อนที่เมียใครน๊าถูกแจ้งข้อหาครอบครองงาช้างแอฟริกา 4 กิ่ง คงไม่เกิด!!!

เพราะต้องถือว่าโชคร้ายมาเยือนเพราะงาช้างนะแต่ก็นั่นแหละผลวิจัยบอกว่าเพราะยังมีคนเชื่อแบบนี้จึงมีการล่าช้างและตัดเอางาอย่างทารุณกรรม


ส่วนเสือก็เหมือนกัน


เพราะความเชื่อของมนุษย์ว่า :
เสือเป็นจ้าวป่าเป็นสัตว์ทรงพลังอำนาจมีความศักดิ์สิทธ์
ถ้ามีเขี้ยวเสือก็จะปกป้องคุ้มครองตัวเองและครอบครัวได้
ด้วยเหตุนี้เสือที่ทรงพลังจึงถูกล่าและขายเขี้ยวขายขนขายหนังให้กับมนุษย์ที่อยากได้

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


ตกลงใครทรงพลังกว่ากัน ?




ด้วยเหตุความเชื่อจึงทำให้ยังมีการลักลอบซื้อขายงาช้างและส่วนต่างๆของเสืออยู่ในตลาดมืด
ซึ่งมีทั้งที่เปิดเป็นหน้าร้านเป็นของประดับตลาดพระเครื่องหรือวัดซื้อขายผ่านออนไลน์และซื้อกันในกลุ่มปิดซึ่งพวกนี้ถือเป็นของผิดกฎหมาย!!!




ใครมีเบาะแส...แจ้งอีจันหน่อย จะไปพิสูจน์ให้ว่าที่ขายนั้น จริงหรือ ปลอม!!!

งานวิจัยนี้ จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ USAID Wildlife Asia ขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา(USAID)


ภาพจากอีจัน


"ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ยังบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าในปัจจุบันและผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะบริโภคในอนาคต เราสามารถใช้การสื่อสารและสร้างการรณรงค์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการศึกษาปัจจัยที่กระตุ้นเร้าและผลักดันให้พวกเขาเกิดความต้องการงาช้างและผลิตภัณฑ์จากเสือโคร่งอีกทั้งยังจะช่วยยุติการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย"



มูลค่าของอาชญากรรมสัตว์ป่าผิดกฎหมายทั่วโลก ตอนนี้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 5 ถึงพันล้านดอลล่าร์ต่อปี


ตามพระราชบัญญัติงาช้างของไทยการค้างาช้างที่ได้มาจากช้างเลี้ยงในประเทศไทยถือว่า ถูกกฎหมาย แต่การค้าทุกรูปแบบเกี่ยวกับงาช้างของแอฟริกานั้นผิดกฎหมาย



การค้าผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนจากเสือโคร่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากงาช้างและเสือโคร่งดูจะยังมีความสับสนในประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับงาช้างและเสือ โคร่งหลายคนไม่แน่ใจว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นเล็กๆ ที่พวกเขาครอบครองเป็นของถูกกฎหมายหรือไม่


ภาพจากอีจัน

การจะจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายผนึกกำลังกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและมีใจในการทำงานเดียวกันพร้อมทั้งปรับปรุงความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ"

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


***ข้อมูลอ้างอิง***
การวิจัยในครั้งนี้มีการเก็บข้อมูลทางออนไลน์ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างคนไทยจำนวน 1,000 คนอายุระหว่าง 18 - 64 ปี

และมีอัตราความคลาดเคลื่อนประมาณ ร้อยละ 5

เกี่ยวกับโครงการ USAID Wildlife Asia
โครงการ USAID Wildlife Asia ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าซึ่งจัดเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความต้องการของผู้บริโภคสำหรับสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ป่า สนับสนุนให้มี การบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความมุ่งมั่นทางกฎหมายและทางการเมือง และสนับสนุนการทำงานร่วมกันในภูมิภาค เพื่อลด อาชญากรรมสัตว์ป่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกัมพูชาลาวไทยเวียดนามและจีน ชนิดสัตว์ป่าที่โครงการมุ่งเน้น ได้แก่ ช้าง แรด เสือและลิ่น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาดูที่ www.usaidwildlifeasia.org






ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปรมชัย ไม่รอดข้อหาครอบครองงาช้าง
เปรมชัย ไม่รอดข้อหาครอบครองงาช้าง
รวบขบวนการลักลอบค้างาช้างแอฟริกา
รวบขบวนการลักลอบค้างาช้างแอฟริกา
เรื่องเล่า “ช้าง” กะ “เสือ”
เรื่องเล่า “ช้าง” กะ “เสือ”
เรื่องเล่า “ช้าง” กะ “เสือ”
เรื่องเล่า “ช้าง” กะ “เสือ”
“เปรมชัย” ขึ้นศาล สืบพยานนัดสุดท้าย คดีงาช้าง
“เปรมชัย” ขึ้นศาล สืบพยานนัดสุดท้าย คดีงาช้าง