ข่าว 12 มิถุนายน 2561 | 14:19 น.

ศาลสั่งกรมอุทยานฯ จ่ายค่าสินไหม 6 กะเหรี่ยง

เขียนโดย อีจัน
ศาลสั่งกรมอุทยานฯ จ่ายค่าสินไหม 6 กะเหรี่ยง

ศาลสั่ง กรมอุทยานชดใช้ค่าสิทธิมนุษยชนให้ 6 กะเหรี่ยง หลังเผาบ้านไล่ที่บุกรุกแก่งกระจาน

จากคดีความที่ปู่โคอิ หรือ คออี้ มีมิ ชาวกะเหรี่ยง และพวกรวม 6 คน ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ) และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ) เพื่อขอให้ชดใช้ค่าเสียหายหลังโดนเจ้าหน้าที่อุทยาน รื้อถอน และเผาบ้านเรือนที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน


ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


โดยวันนี้ (12 มิ.ย. 61 ) ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด โดยมีการคำวินิจฉัยว่า การใช้อำนาจตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ของพนักงานเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้อง ในการรื้อถอนทำลายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 แม้จะเป็นมาตรการ หรือวิธีการที่มีผลทำให้การป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ยึดถือครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติตลอดจนการอื่นที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย ว่าด้วยอุทยานแห่งชาติบรรลุผลตามวัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของกฎหมายก็ตาม


ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


แต่บทบัญญัติดังกล่าวมิได้ให้อำนาจดุลพินิจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ในการเลือกใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามอำเภอใจหรือโดยพละการ โดยเฉพาะการรื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้อยู่อาศัย ย่อมมีผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิอื่นใดของผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 อย่างรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 เกินสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาไว้ซึ่งประโยชน์สาธารณะ


ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


กรณีเช่นนี้พนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ยิ่งสมควรต้องออกคำสั่ง ทางปกครองเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 จัดการกับสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของตนเสียก่อน และถึงแม้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 จะไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ก็ยังไม่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองดำเนินการหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นเข้าทำลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ในทันที


ยังต้องแจ้งคำเตือนเป็นหนังสือต่อผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 ให้ทำตามคำสั่งภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสมควรระบุค่าใช้จ่ายหรือจำนวนค่าปรับทางปกครองระยะเวลาดำเนินการและเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการโดยแจ้งเตือนก่อนเริ่มดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร พร้อมทั้งปิดประกาศคำสั่งแจ้งเตือนก่อนเริ่มดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร จัดทำบันทึกการปิดประกาศไว้เป็นหลักฐาน และภายหลังจากการดำเนินการแล้วก็ต้องจัดทำบันทึกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการบัญชีทรัพย์สินที่ทำลายหรือรื้อถอน หรือทรัพย์สินอื่นที่ได้เก็บรักษาไว้ในความครอบครองของเจ้าหน้าที่ แผนที่สังเขปบริเวณที่ดำเนินการพร้อมภาพถ่ายแล้วนำเรื่องราวทั้งหมดพร้อมพยานหลักฐานไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่สถานีตำรวจภูธรในท้องที่ทันที


ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


เมื่อตรวจสอบแล้วไม่ปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกคำสั่งเป็นหนังสือสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 รื้อถอนหรือทำลายสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินของตนออกไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติและแจ้งคำเตือนเป็นหนังสือก่อนเข้าดำเนินการการรื้อถอนเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 บริเวณพื้นที่บ้านบางกลอยบน และบ้านใจแผ่นดินซึ่งถือเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงถือเป็นการกระทำโดยรู้ถึงความเสียหาย ที่เกิดจากการกระทำดังกล่าวและถือเป็นการใช้อำนาจเกินความจำเป็น

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน


และถือว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ มิชอบด้วยกฎหมายตาม แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงในส่วนของการจัดการทรัพยากร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ที่ให้ยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่ข้อพิพาทเรื่องที่ทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม ต้องรับผิดชอบในผลแห่งละเมิดตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2534

ภาพจากอีจัน


เมื่อศาลพิจารณาแล้วว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ เป็นการ ลิดรอนสิทธิมนุษยชาติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลนั้นย่อมต้องได้รับการเยียวยา แต่เมื่อพิจารณาถึง พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด ที่ กรมอุทยานฯ สามารถใช้ดุลพินิจไม่ใช้มาตรการที่มีความรุนแรงจะทำต่อสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 ได้ ศาลปกครองสูงสุด จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็น....
ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่

ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นเงิน 51,407 บาท
ฟ้องคดีที่ 2 เป็นเงิน 51,032 บาท
ผู้ฟ้องคดีที่ 3 เป็นเงิน 5 1,407 บาท
ผู้ฟ้องคดีที่ 4 เป็นเงิน 45,302 บาท
ผู้ฟ้องคดีที่ 5 เป็นเงิน 50,807 บาท
และผู้ฟ้องคดีที่ 6 เป็นเงิน 51,032 บาท

หากผู้ฟ้องคดีรายใดได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินกรณีนี้เป็นแล้วให้หักออกจากค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษานี้

ทั้งนี้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา นอกจากที่แก้ไขเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลสั่งกรมอุทยานฯ จ่ายค่าสินไหม 6 กะเหรี่ยง
ศาลสั่งกรมอุทยานฯ จ่ายค่าสินไหม 6 กะเหรี่ยง
กสม. ยืนยันมีหลักฐานปู่คออี้เกิดในแผ่นดินไทยไม่ใช่พม่า
กสม. ยืนยันมีหลักฐานปู่คออี้เกิดในแผ่นดินไทยไม่ใช่พม่า
ศาลตัดสิน สมัคร อดีตบิ๊กอุทยาน ผิดเหตุสร้างบ้านบนเขา "มิสก๊อก"
ศาลตัดสิน สมัคร อดีตบิ๊กอุทยาน ผิดเหตุสร้างบ้านบนเขา "มิสก๊อก"
ศาลชุมพร พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เก่ง ว่าที่เจ้าบ่าว พร้อม กิ๊กสาว ร่วมมือฆ่าหมอปอ
ศาลชุมพร พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เก่ง ว่าที่เจ้าบ่าว พร้อม กิ๊กสาว ร่วมมือฆ่าหมอปอ
ภูเขาไฟเกาะขาว ของนิวซีแลนด์ ปะทุ นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 5 ราย
ภูเขาไฟเกาะขาว ของนิวซีแลนด์ ปะทุ นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 5 ราย