อีจันบันเทิง 22 มิถุนายน 2561 | 12:09 น.

รู้จัก BNK48 ไอดอลที่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก

เขียนโดย อีจันบันเทิง
รู้จัก BNK48 ไอดอลที่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก

BNK48 ไอดอลยุคใหม่กับด้านที่คุณอาจไม่เคยรู้

“พวกเราเป็นคนไทย พวกเรารู้ว่าเราเป็นใคร เรากำลังพยายามปรับและพัฒนาให้มันเป็นในรูปแบบความเป็นไทยมากขึ้น พวกเราไม่ได้ลืมความเป็นไทย” –เฌอปราง BNK48
ถ้าพูดถึงวงการไอดอลในตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักวงเกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารักที่มีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศอย่าง BNK48 แน่นอน วันนี้อีจันบันเทิงจะขอพาสาว ๆ BNK48 ทั้ง 6 คน มาแจกความสดใสและมอบแง่คิดดี ๆ ให้ทุกคนได้เข้ามารู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเธอไปด้วยกัน

เฌอปราง เฌอปราง อารีย์กุล – แคปเฌอคนเก่งแห่ง BNK48
“เราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ เพราะถ้าสมบูรณ์แบบแล้วเราก็จะไม่พัฒนาต่อ” –เฌอปราง BNK48

เฌอปราง BNK48

เฌอปราง BNK48

BNK48 เป็นวงรุ่นน้องของ AKB48 ที่ญี่ปุ่นค่ะ เป็นการรวบรวมเด็กไทยมาอยู่ในระบบเดียวกับที่ญี่ปุ่น ชื่อ BNK ก็มาจาก Bangkok ส่วน 48 เป็นเลขนำโชคที่มาจากชื่อประธานบริษัทของที่โน่นเขา ก็เรียกรวมๆได้ว่าพวกเราอยู่ใน 48 Group ที่ญี่ปุ่นเองก็มีพี่น้องของเราเยอะมากแล้วก็มีที่ต่างประเทศค่ะ อย่างที่ฟิลิปปินส์ก็จะเป็น MNL48 มะนิลา แล้วก็ที่จาการ์ตา อินโดนิเซีย เป็น JKT48 ค่ะ
48 Group คือ กำลังใจ เฌอเป็นคนที่ชอบ 48 Group ชอบคอนเซ็ปต์ที่ได้เห็นเด็กคนหนึ่งเติบโต เพราะตัวเฌอเองเห็นคน ๆ หนึ่งที่ญี่ปุ่นเขาเติบโต เป็นแรงกำลังใจให้เฌอในการเรียนต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้เฌอรู้สึกว่าถ้ามีสิ่งนี้ในประเทศไทยบ้างก็คงจะดีนะ มันคงได้ช่วยน้อง ๆ เด็ก ๆ หรือใครหลาย ๆ คนให้เขาเห็นว่ามีคนพยายามเป็นเพื่อนเขาอยู่นะ

การเติบโตของBNK48

การเติบโตของBNK48

ไอดอลกับแฟนคลับ พวกเราเริ่มจากศูนย์ พวกเราค่อย ๆ พัฒนา ตอนที่เราเข้ามาแล้ว พวกเราแสดงให้เห็นการพัฒนาและความพยายามที่พวกเราจะอยู่ตรงนี้จะทำอย่างไรได้บ้าง ให้ทุกคนได้เห็นได้ติดตาม เหมือนติดตามชีวิตเรียลลิตี้ เพราะเราก็จะอัพเดตชีวิตกันอยู่เรื่อย ๆ แล้วยิ่งมีงานที่เราได้ใกล้ชิดกันอย่างงานจับมือ มันเหมือนเราได้เจอเพื่อน ๆ ผู้ปกครอง คนที่คอยสนับสนุนพวกเรามาตลอด ทำให้เหมือนมันมีความสัมพันธ์บางอย่างที่มากกว่าแค่เป็นศิลปิน
ก้าวแรกของเฌอปราง ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าด้วยซ้ำ แค่เหมือนมาลองสัมผัสออดิชั่นรอบแรกก็พอ ไม่ได้คิดเลยว่าจะติดค่ะ เพราะว่าร้อง เต้นไม่เป็นด้วย ไม่มีทักษะในวงการบันเทิงเลย เมื่อก่อนเป็นคนที่เก็บตัวอยู่ในแล็บ อยู่ในมหาวิทยาลัย อยู่ในส่วนที่ตัวเองชอบ คือ พวกวิทยาศาสตร์ แต่มันก็เป็นความรู้สึกหนึ่งตั้งแต่เด็ก ๆ เฌอคิดว่าเด็กผู้หญิงทุกคนก็คงจะเป็นแบบเฌอที่อยากจะยืนอยู่บนเวทีใส่ชุดสวย ๆ มีคนห้อมล้อม มีคนเชียร์ฉัน ถ้าเกิดขึ้นสักครั้งในชีวิตก็คงจะดีนะ แล้วพอมีโอกาสก็ส่งใบสมัคร ผลออกมาว่าผ่านเข้ารอบ 300 คน เราก็อยากไปสัมผัสประสบการณ์ไอดอลที่เราชอบ ปกติเราไม่ค่อยทำอะไรแบบนี้ก็มีโอกาสเข้ามาแล้ว ก็ทำแล้วกัน สุดท้ายพอได้เข้ามาจริง ๆ เราได้อยู๋ในจุดที่หลายคนอยากอยู่ เราก็ต้องทำแทนเขาให้ดีที่สุด
ความตั้งใจเพื่อ BNK48 เรามีความสุขที่ได้เต้น ได้ปลดปล่อย ได้ร้องแต่ไม่เคยฝึกร้องเพลงเลย จนได้เข้ามาเป็น BNK48 จริง ๆ ตัวเฌอชื่นชอบ AKB48 มาก่อนอยู่แล้ว มันเป็นคอนเซ็ปต์ที่เราอยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พอเข้ามาก็ตั้งใจไว้เลยว่าจะทำให้ BNK48 แข็งแกร่งได้เท่าที่ความสามารถของเฌอจะมีและทำมันได้
ไม่ยอมแพ้ที่จะพัฒนา จากหลายคนกว่าเราจะได้ขึ้นมาเป็น 1 ใน 16 ก็แข่งขันกันสูง บางทีก็เลือกกันหนักกว่านั้นอีกค่ะ เพราะฉะนั้นมันก็เลยเป็นระบบที่ต้องผลักดันตัวเองตลอดเวลา ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เราเห็นคนอื่นพัฒนา เราก็อยากพัฒนาบ้าง เราอยากเก่งขึ้นบ้างเหมือนที่คนอื่นเขาเป็น
แคปเฌอแห่ง BNK ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้เป็นกัปตัน ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนสำคัญในวงด้วยซ้ำ แค่เข้ามาแล้วทำให้เต็มที่ที่สุดในฐานะที่เราได้เข้ามา เฌอก็ดีใจมากแล้วค่ะ แต่ถ้าได้รับโอกาสแล้วทุกคนเห็นว่าเฌอทำได้ เฌอก็จะทำให้เต็มที่เช่นกัน
บทบาทพี่สาวของแคปเฌอ หนูว่าหนูแค่ดูแลน้อง ๆ เฉย ๆ ช่วยพูดคุยระหว่างผู้บริหารกับน้อง เพราะระยะห่างบางทีผู้ใหญ่คุยกับน้อง น้องจะมีกำแพงแบบหนึ่ง มีคนที่มาช่วยตรงนี้ได้นิดหนึ่งก็จะช่วยได้เยอะ

แคปเฌอ

แคปเฌอ

เฌอดูทุกคนอยู่ห่าง ๆ จนถึงจุดที่ต้องบอกก็จะบอก แต่คือหนูให้น้องเรียนรู้ด้วยตัวเองก่อน เพราะน้องบางคนยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นที่ต้องให้เขาพิสูจน์ด้วยตัวเอง ให้เขาได้ลองเอง เพราะหนูก็เป็นค่ะ หนูก็รู้ว่าบางทีหนูก็ไม่ฟังที่ผู้ใหญ่เขาเตือนมา คิดว่าฉันต้องทำเองแล้วสุดท้ายก็เจ็บเองค่ะ
ฉันโอชิเธอ คำว่า โอชิ เหมือนฉันชอบ อย่างเฌอโอชิยามาโมโตะ ซายากะซัง ก็หมายถึงเฌอชอบยามาโมโตะ ซายากะซัง แค่นั้นเอง เป็นเหมือนคำถามทั่วไปว่า โอชิใคร ก็หมายถึงชอบใครนั่นเองค่ะ แล้วก็จะมีชอบมากที่สุดในวงก็จะใช้คำว่า คามิโอชิ คามิแปลว่าพระเจ้า จะเรียกว่าเป็นคนที่เรายกขึ้นหิ้งอะไรอย่างนี้ก็ได้ค่ะ
เซ็นบัตสิ คือเป็นตัวจริงค่ะ ได้รับเลือกให้ออกอัลบั้มนั้น ๆ ตามที่บริษัทเลือกค่ะ อย่างที่ญี่ปุ่นจะมีสิ่งที่เรียกว่างานเลือกตั้ง เขาจะมีเซ็นบัตสึ 16 คน 16 คนถัดมาจะเป็นอันเดอร์เกิร์ล ฟิวเจอร์เกิร์ล อะไรอย่างนี้ค่ะแต่ทุกคนจะเรียกกันว่าเป็นสมาชิกของ 48 Group ที่กำลังพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อย ๆ มันแค่เป็นเหมือนชื่อยูนิตย่อย ๆเฉย ๆ ค่ะ อย่างปัจจุบันพอ 16 คนถูกเลือกเป็นเซ็นบัตสึ เราก็เรียกคนที่เหลือที่กำลังขึ้นมาเป็นอันเดอร์เกิร์ล ที่คอยหนุนพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่ได้เป็นเซ็นบัตสึ เวลาที่ติดธุระหรือไม่สามารถออกงานได้ค่ะ
โอตะ มาจากโอตาคุค่ะ คือผู้ที่คลั่งไคล้อะไรในบางอย่าง สมมุติบอกว่าเฌอเป็นโอตาคุการ์ตูน ก็หมายความว่าเฌอเป็นพวกที่ชอบการ์ตูนมาก ๆ แล้วพอดีว่าเหมือนมี โอตาคุไอดอล โอตาคุ 48 Group เราก็เรียกสั้น ๆ ย่อลงมาว่า โอตะ ค่ะ
พัฒนาไปพร้อมกับ BNK ก็เรียกได้ว่าพวกเราพัฒนาตัวเองในทุก ๆ ด้าน ทั้งการออกสื่อ การพัฒนาความคิด การเรียนรู้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบเพราะเด็กที่เข้ามาใน BNK48 น้องมีตั้งแต่ 13-14 ไปจนถึง 20 กว่า ๆ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วน้อง ๆ ก็ยังไม่ได้รู้ว่าตัวเองชอบอะไรจริง ๆ ด้วยซ้ำเหมือนการที่ได้เข้ามาตรงนี้ทำให้ได้พัฒนา ได้ลอง ได้รู้ว่าเราชอบอะไรจริง ๆ แล้วจะไปในเส้นทางไหน
พัฒนาการของเฌอปรางและBNK48
พัฒนาการของเฌอปรางและBNK48

ความเหมือนที่แตกต่าง แต่ละคนใน BNK ก็จะถูกบอกให้เป็นตัวของตัวเอง ตอนที่เฌอเข้ามาครั้งแรกเฌอเคยถามพวกกรรมการว่าทำไมถึงเลือกเฌอเข้ามา เขาก็บอกว่าเพราะเฌอเป็นตัวของตัวเองดี ซึ่งความเป็นตัวเฌอ เฌอแค่พยายามจะทำมันให้ดีที่สุดจะเรียกว่าติด perfectionist ก็ได้ค่ะ แต่ว่าลดลงมาเยอะแล้วเพราะผ่านประสบการณ์มาทำให้เรารู้ว่าเราไม่ต้องเพอร์เฟกต์ขนาดนั้น ถ้าเราเพอร์เฟกต์แล้วเราก็จะไม่พัฒนาต่อ แค่เหมือนว่าเราใช้คำว่าสมบูรณ์แบบไว้เป็นจุดเป้าหมายให้ตัวเองทำให้เต็มที่ที่สุด ให้ดีที่สุดออกมาเรื่อย ๆ ดีกว่า
เติบโตไปด้วยกัน การได้เจอผู้คน ปฏิสัมพันธ์กัน ได้เป็นกำลังใจให้คนอื่น แล้วเราจะต่อยอดไปเป็นกำลังใจให้เขาในด้านไหนได้อีกบ้าง อันนี้แล้วแต่คน ความสนใจแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน มันเลยทำให้วงเรามีความหลากหลายในคาแรกเตอร์ในตัวน้อง ๆ แต่ละคน ซึ่งจะทำให้คนนอกมองว่า เนี่ยมีคนแบบเราตั้งใจทำแบบเราอยู่เหมือนกัน
ไอดอลเด็กเนิร์ด เฌอเป็นคนขี้เบื่อมากค่ะ เรียนอย่างเดียวเฌอไม่รอดค่ะ อย่างตอนมัธยมเฌอเรียนไปด้วยทำกิจกรรมของโรงเรียนไปด้วย แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยมันเหมือนเป็นสังคมใหม่ยังไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่ เรียนอย่างเดียว เกรดก็ตกนิดหนึ่ง มันไม่สนุก ไม่กดดันตัวเอง ไม่ค่อยผลักดันตัวเองเท่าไหร่ ช่วงนั้นเลยทำคอสเพลย์ไปด้วย คือตัดชุดออกไปเจอโลกภายนอก ผ่านไปสักพักเฌอเริ่มทำกิจกรรมมหาวิทยาลัย แล้วก็ไปเป็นผู้ช่วยวิจัยกับอาจารย์ แล้วมีครั้งหนึ่งเฌอลองเรียนอย่างเดียวไม่ทำอะไรเลยอย่างอื่น เกรดตกค่ะ

เฌอปรางกับการเรียน

เฌอปรางกับการเรียน

เพราะไม่ผลักดันตัวเองเท่าไหร่ เฌอประวิงเวลาค่ะ พอมาอยู่ตรงนี้ตกใจมาก เพราะหนูทำ BNK ไปด้วยเรียนไปด้วยเกรดก็ดันขึ้นค่ะ เลยเป็นการพิสูจน์กับตัวเองค่ะว่าเราเป็นพวกชอบทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน
BNK จากญี่ปุ่นสู่ไทย อยากบอกทุกคนที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับ BNK48 อาจจะมองว่ามันมีความญี่ปุ่นมาก แต่คือพวกเราเป็นคนไทย พวกเรารู้ว่าเราเป็นใคร เราเข้าใจ และกำลังพัฒนาปรับเปลี่ยนให้มันเป็นในรูปแบบความเป็นไทยมากขึ้น พวกเราไม่ได้ลืมความเป็นไทย มันเป็นแค่คอนเซ็ปต์หนึ่งที่เอามาเพื่อจะปรับกันต่อเฉย ๆ แล้วก็หวังว่าคนที่เข้ามารู้จักพวกเราจะได้รับกำลังใจหรืออะไรบางอย่างกลับไปบ้าง

มิวสิค แพรวา สุธรรมพงษ์ – สาวน้อยผู้เปี่ยมด้วยความฝัน
“เราอยากเป็นไอดอลแบบนี้ ไอดอลที่ไปพร้อมกับทุกคนได้ โดยที่ไม่ทิ้งทุกคนไว้” – มิวสิค BNK48
ก้าวแรกของความฝัน เริ่มจากสิคชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นกับคุณพ่อค่ะ แล้วได้มารู้จักการ์ตูนเกี่ยวกับวงรุ่นพี่ พอ BNK48 จะมาเปิดที่ไทยเราก็คิดว่า โอกาสมันมาถึงแล้วก็อยากที่จะลองคว้ามันไว้ดูสักครั้งค่ะ

มิวสิค BNK48 กับการออดิชั่น

มิวสิค BNK48 กับการออดิชั่น

มันเป็นเหมือนความรู้สึกลึก ๆ อยู่ในใจของเด็กผู้หญิงที่เราอยากจะได้ใส่ชุดสวย ๆ ร้องเพลงอยู่บนเวทีสักครั้ง ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ มาลองเป็นประสบการณ์มากกว่าค่ะ เพราะคนไปสมัครไปเป็นพันก็เลยคิดว่าตัวเองจะเป็นหนึ่งในคนที่โชคดีขนาดนั้นเลยเหรอ
ไอดอลในความฝันกับในความจริง มันไม่เหมือนที่คิดไว้เลยค่ะ เราคิดว่าไอดอลอาจจะแค่ร้อง แค่เต้น ก็อาจจะพอ แต่ในความจริงเราต้องกลายมาเป็นคนของสังคมด้วย คำว่า ไอดอล มันก็เหมือนเป็นตัวอย่างของสังคม ทุกอย่างที่เราทำจะอยู่ภายใต้สายตาของคนทุกคนทั้งในและนอกประเทศค่ะ
ความพยายามของเซ็นเตอร์ สิคใช้คำนี้บ่อยมาก คือไม่ว่าสิคจะอยู่ตรงไหน สิคจะทำตรงนั้นให้เต็มที่ที่สุด แต่เหมือนบางครั้งเรากดดันตัวเองมากเกินไป การเป็นเซ็นเตอร์ก็เหมือนกับว่าเราเป็นภาพลักษณ์ของเพลงนั้น เขาไว้วางใจให้เราทำหน้าที่ตรงนี้ ถ้าคนอื่นพยายาม เราก็ต้องพยายามให้มากกว่า
หน้าที่กับความกดดัน หลายครั้งที่กดดัน เครียด ท้อ ไม่เป็นตัวของตัวเองบ้างก็มี จนบางครั้งลืมไปว่าสิ่งที่ทำให้เราเข้ามาอยู่ตรงนี้คืออะไร หนูแค่ชอบที่จะร้อง ที่จะเต้น ไม่ได้อยากที่จะโด่งดังขนาดนั้น คือจริง ๆ แค่หนูมีเพื่อน ๆ อยู่ตรงนี้หนูก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว ในความคิดของหนู วงของเรามันเป็นครอบครัว ถึงกับบางคนจะไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น แต่ถ้าขาดใครสักคนไปหนูคงจะรู้สึกโหวงมากค่ะ
ฝากอะไรถึงแฟนคลับ อยากขอบคุณที่ติดตามกันตลอดมา ก็อย่างที่เคยพูดว่า ถ้าทุกคนจะสู้ หนูก็จะสู้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ยังสู้อยู่นะคะ พยายามค่ะ สู้ต่อไป!

สู้ไปด้วยกันกับมิวสิค

สู้ไปด้วยกันกับมิวสิค


โมบายล์ พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค – มุ่งมั่นและพยายามคือนิยามของเธอ
“เป็นคนดี ทำตัวให้ดี ทำให้เขายอมรับ และชอบเราให้ได้” – โมบายล์ BNK48
ก่อนจะมาเป็นโมบายล์ BNK ไม่เคยเรียนเต้น ไม่เคยเรียนร้องเพลงเลย เป็นคนชอบเต้นก็แกะเอาจาก Youtube เมื่อก่อนหนูก็ชอบ cover dance ชอบ cosplay อยู่แล้วมันก็จะเกี่ยวกับ j-pop อยู่แล้ว ก็รู้จัก AKB48 มาบ้างรู้ว่าวงนี้คืออะไร เคยจะไปสมัครตอนที่เขาจะขยายสาขาในประเทศญี่ปุ่น แต่หนูติดปัญหาตรงที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ พอมาเปิดที่เมืองไทยก็เลยลองสมัครดูปรากฏว่าติด ตอนนั้นจริง ๆ มาแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองสนุกเฉย ๆ อย่างเขาให้เต้นให้ร้อง เราก็ทำแบบมีความสุขไปกับมันเฉย ๆ ลึก ๆ ก็หวังว่าจะติด พอติดแล้วก็ ดีใจค่ะ
ความรู้สึกเซ็นเตอร์เพลงยอดฮิต ทักษะการเต้นมันพอ ๆ กันค่ะ แต่ที่ได้รับเลือกก็เพราะว่าคาแร็กเตอร์มันตรงกับหนูเท่านั้นเองก็เลยได้มาตำแหน่งนี้ แล้วก็เขาอาจจะเห็นความพยายามเมื่อก่อนก็เลยได้มาอยู่จุด ๆ นี้ คนเลือกเซ็นเตอร์จะเป็นผู้บริหารค่ะ ก็จะเลือกจากองค์ประกอบของเพลงที่มันเข้ากับคาแร็กเตอร์ของสมาชิกแต่ละคน อย่างเพลงหนูก็จะเป็นคนที่ไม่เด็กมาก ไม่โตมาก เป็นคนไม่มีความมั่นใจ เนื้อหาในเพลงก็คือไปชอบคนคนหนึ่งแต่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ไหม เลยใช้คุกกี้เสี่ยงทายเอาค่ะ
ท่อนร้องเดี่ยวของเซ็นเตอร์
ท่อนร้องเดี่ยวของเซ็นเตอร์

อนาคตข้างหน้า คิดว่าอยากเป็นนักร้องเดี่ยวค่ะ แล้วก็อยากมีถ่ายแบบนิตยสารที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะเป็นคนชอบแต่งตัว ก็อย่างใน Facebook IG หนูชอบเกี่ยวกับฮาราจูกุ แต่งกายสไตล์ญี่ปุ่น หนูก็จะลงรูปไว้ค่ะ ก็ถ้าทางบริษัทเขาเห็นว่าใครสามารถไปต่อยอด เขาก็จะสนับสนุนค่ะ
มองโลกแบบโมบายล์ BNK48 ก็มีทั้งคนที่ชอบ แล้วก็ไม่ชอบ มันเป็นเรื่องปกติค่ะ เราก็ทำให้คนที่ไม่ชอบมาชอบเราให้ได้ ทำตัวให้ดี ทำให้เขายอมรับให้ได้ เริ่มจากอยู่ในกฏระเบียบของวง ฝึกฝนพัฒนาความสามารถของตัวเองให้มากขึ้น และแก้ไขจุดบกพร่องของตัวเอง
ยิ้มสดใสของโมบายล์
ยิ้มสดใสของโมบายล์

หลาย ๆ คนที่ไม่รู้จักอาจจะคิดว่าเลียนแบบญี่ปุ่นแต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเหมือนวงเดียวกันที่แยกสาขาออกมาตามประเทศ ทำนองหรือท่าเต้นก็จะเหมือนกันหมดจะต่างกันแค่ภาษาค่ะ
มีอะไรจะบอกกับแฟนคลับ ขอขอบคุณแฟนคลับนะคะ ตั้งแต่วงเรายังไม่มีคนภายนอกรู้จัก ก็มีคนคอยสนับสนุน ให้กำลังใจเราอยู่บ่อย ๆ ก็ขอขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะที่ตามเรามาจนถึงจุดนี้ และขอบคุณไปถึงแฟนคลับใหม่ ๆ ที่เพิ่งเข้ามา ก็ขอฝาก BNK48 ไว้ด้วยนะคะ


ปัญ ปัญสิกรณ์ ติยะกร – ความสนุก และความสุขในการทำงาน
“คำว่าไอดอลไม่ได้ตีกรอบหนู... เราก็เป็นอย่างที่เราเป็น ต้องไม่ลืมวันแรกที่เราเข้ามา” – ปัญ BNK48
เมื่อเธอคือ ปัญ BNK ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ จากที่แค่ไปเรียน กลับบ้าน เต้น ร้องบ้างเป็นงานอดิเรกแต่ตอนนี้การเต้นร้องมันกลายมาเป็นอาชีพเราแล้ว 80% ในชีวิตคือทำงาน BNK ค่ะ เหมือนว่าทุกคนมันต้องมีช่วงอายุที่เราต้องทำงานใช่ไหมคะ หนูแค่เริ่มเร็วกว่าคนอื่นแล้วเราก็ไม่ต้องเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น มันเป็นวงเด็ก ๆ ค่ะ แล้วก็เป็นตัวของตัวเอง แต่แค่เราต้องไม่เป็นภาระให้คนอื่นเวลาทำงานด้วยค่ะ
พวกเราเป็นตัวของตัวเอง

พวกเราเป็นตัวของตัวเอง

ความสนุกของคุกกี้เสี่ยงทาย มันมีความสุขตรงที่มันเป็นท่าอิสระค่ะ ระหว่างการโชว์เราก็ต้องมานั่งคิดว่าเราจะทำท่าอะไร เราก็สนุกดีค่ะ เพราะมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันทำให้เราไม่เบื่อเลย
นักศึกษาวัย 17 ตอนแรกพี่ชายจะสอบเทียบ คุณแม่หนูก็ไม่อยากให้อยู่บ้านเฉยๆก็เลยให้ไปเรียนเหมือนเป็นกวดวิชา 3 ตัว พอสอบผ่านแม่ก็เลยให้เรียนต่ออีก 2 ตัวจนเทียบว่า จบม.6 แล้วก็เข้ามหาวิทยาลัยเลย ซึ่งมันตรงกับช่วงที่เข้ามาเป็น BNK พอดี อะไรหลาย ๆ อย่างก็เลยง่ายขึ้น เพราะเรามีหลักแหล่งแล้วว่าเราเรียนที่นี่นะ คณะนี้นะ เหลือแค่เราต้องลงวิชาให้กระทบกับงานให้น้อยที่สุดค่ะ
งานของไอดอล งานก็ต้องดี การเรียนก็ต้องดีด้วย งานส่วนมากก็เลยจะเป็นช่วงบ่าย ซ้อมก็จะเป็นช่วงเย็น ๆ แรก ๆ ก็จะซ้อมกันทุกเย็นค่ะ เสาร์อาทิตย์ก็จะซ้อมเต็มวันเพื่อปรับพื้นฐานกันเพราะเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากที่สุดก่อนจะเดบิวต์ค่ะ ส่วนปัจจุบันเราก็ยังซ้อมกันเรื่อย ๆ แต่อาจจะมีสมาชิกบางคนต้องขาดซ้อมไปบ้าง เพราะติดงาน ถ่ายนู่น ถ่ายนี่ หรือมีไปออกงานตามสื่อต่าง ๆ ค่ะ
ไอดอลแบบปัญ คำว่าไอดอลสำหรับหนู มันไม่ได้ตีกรอบว่าเราจะต้องเป็นไอดอลแบบไหน หนูแค่คิดว่าหนูก็เป็นของหนูแบบนี้ไปเรื่อย ๆ สำคัญคือ ต้องไม่ลืมวันแรกที่เข้ามาว่าเราต้องการอะไร มีจุดมุ่งหมายอะไร แล้วก็เป็นเหมือนเดิมไปตลอด คนที่เขารักเราตั้งแต่วันแรก ก็จะไม่เปลี่ยนไปตลอดไปค่ะ ทุกครั้งที่ขึ้นเวทีก็ยังตื่นเต้นอยู่ตลอด เหมือนเราคิดถึงแฟนคลับที่เขารอดูอยู่

แฟนคลับกับไอดอล

แฟนคลับกับไอดอล

เวลาที่เขามารอเราก็ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย ส่วนเราก็ซ้อมเพื่อให้เขาดู เหมือนว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เราซ้อมเพื่อให้เธอมีความสุข คนที่มารอก็รอเพื่อให้คนบนเวทีรู้ว่ามีคนดูอยู่นะ มันลงล็อคกันพอดีค่ะ หนูก็รู้สึกว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักดีค่ะ 

แฟนคลับกับไอดอล ด้วยความที่เราเป็นคนสาธารณะ เราก็ต้องวางตัวให้มีระยะห่าง แต่ไม่ใช่คนที่ดูหยิ่ง เราสามารถคุยกับเขาได้ปกติ เพียงแต่เราจะไม่เข้าไปรู้ทุกอย่างของเขาหรือบอกเขาทุกอย่าง คือเราทำได้แค่มอบความสุขให้กับเขาค่ะ

เนย กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล – มองโลกให้สดใสในแบบของเนย
“ขอแค่ได้ลองทำ อย่างน้อยก็ได้รู้จริงๆว่าทำได้ไหม ดีกว่ามานั่งคิดเอง” – เนย BNK48
ทางเดินที่เนยเลือก ก็ที่หนูเรียนมันจะเป็นสายวิทย์แต่ที่เราเรียนเพราะว่าเหมือนสายมันต่อมาจากมัธยมปลายค่ะ ตอนนั้นก็เหมือนเรียนให้พ่อแม่ด้วย ถามว่าชอบไหม ก็ชอบค่ะแต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่สุดของชีวิตเรา ตอนนี้ก็รู้สึกว่าโตแล้วเลยอยากทำอะไรที่เราชอบบ้าง ก็อันนี้บังเอิญมากเห็นประกาศรับสมัคร BNK บน Facebook เลยสมัครดูค่ะ

เนยอ๊บของเหล่าโอตะ

เนยอ๊บของเหล่าโอตะ

จริงๆหนูเป็นคนชอบร้องชอบเต้นอยู่แล้วแต่ว่าขี้อายมาก พ่อแม่หรือญาติๆก็จะไม่เคยรู้เลยค่ะ หนูก็จะแกะท่าเองแล้วก็เต้นอยู่หน้ากระจก พอตอนมาสมัครกรรมการก็ถามว่ามีอะไรจะแสดงไหม ด้วยความที่หนูอายไม่กล้าแสดงต่อแล้วเลยบอกว่าไม่มีค่ะ พอกำลังจะหันหลังกลับเขาก็ถามว่า อ้าวไม่มีจริง ๆ เหรอ หนูเลยบอกว่าก็เตรียมเต้นมานิดหนึ่งค่ะ ก็พอเต้นเสร็จครูสอนเต้นเขาก็ถามว่านี่ไม่เคยเรียนเต้นมาจริง ๆ เหรอ
ความกล้าชนะความกลัว หนูว่านี่มันเหมือนเป็นโอกาสประจวบเหมาะพอดี ตอนแรกก็ลังเลมากเลยว่าจะสมัครดีไหม ถ้าต้องไปอยู่ต่อหน้ากรรมการเราจะทำได้ไหม แต่สุดท้ายก็ลงสมัครไป คือขอแค่ให้ได้ลองทำก่อนอย่างน้อยก็ได้รู้ว่ามันจะได้ไหม ดีกว่ามานั่งคิดเอง ถ้าได้ทำก็จะได้รู้ผลจริง ๆ ว่ามันจะเป็นอย่างไร
ชีวิตจริงของไอดอล พอได้เข้ามาแล้วน้ำตาไหลบ่อยมาก เพราะหนูก็เป็นเด็กปกติค่ะ ที่เรียน เล่น ช่วงสอบก็อ่านหนังสือ แต่พอมาอยู่ตรงนี้แล้วมันต้องแบ่งเวลาเยอะมาก เรียนเสร็จก็ต้องไปซ้อม ระยะทางก็ไกล ปกติหนูก็ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ซ้อมก็ต้องออกกำลังกายหนัก เหมือนว่าตอนนั้นเรายังไม่รู้อะไรเลยค่ะ ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่า AKB คืออะไร หนูรู้แค่ว่าอยู่ตรงนี้แล้วได้ร้อง ได้เต้น แค่นั้น พอมาเจออย่างนี้เหมือนมันเริ่มท้อว่าเราคิดถูกไหมนะ แต่พอผ่านมาเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าคิดถูกมากค่ะ เหมือนเราได้เติบโต ได้ร้อง ได้เต้นให้คนอื่นดู ได้รับการตอบรับว่าเราทำได้โอเค นั่นคือความสุขที่เราได้รับกลับมา หนูก็ถือว่าหนูประสบความสำเร็จแล้ว
น้องเล็กกลุ่มชราไลน์ ช่วงแรกๆเราจะอยู่กันตามอายุมากกว่าค่ะ แล้วก็ตอนนั้นเราอยู่หอด้วยกัน พอเราอยู่ด้วยกันไปกินข้าวด้วยกันมันเลยสนิท แล้วบังเอิญว่าอายุเยอะ ก็เลยตั้งเป็นกลุ่มชราไลน์ค่ะ หนูเป็นน้องเล็กของกลุ่มชราไลน์เลยนะคะ
ไลน์เต้นที่ไม่เหมือนกัน ตอนแรกหนูก็ไม่รู้ว่าไลน์เต้นคืออะไร แต่ครูบอกว่ามันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนค่ะ บางทีเราปล่อยให้มันเป็นตามธรรมชาติค่ะ สำหรับหนูมันก็ไม่ได้เต้นไม่พร้อมขนาดนั้น แต่ว่าด้วยความที่ไลน์เต้นของแต่ละคนมันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน
ไลน์เต้นที่ใส่เอกลักษณ์ของแต่ละคน
ไลน์เต้นที่ใส่เอกลักษณ์ของแต่ละคน

มันก็เลยดูไม่เหมือนกัน ไม่พร้อมกัน หนูมองว่ามันเป็นเสน่ห์มากกว่าค่ะ แต่พวกเราก็พยายามปรับให้มันดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ คุณครูจะพูดเสมอค่ะว่าอย่าลืมเอกลักษณ์ของตัวเอง เพราะใน BNK สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ความเป็นตัวเอง ถ้าเราเปลี่ยนมากเกินไปเราก็จะสูญเสียความเป็นตัวเองไปค่ะ
การแข่งขันของเนย BNK คนภายนอกจะมองว่าเราต้องแข่งขันอันดับกัน แต่หนูว่ามันเหมือนการแข่งกับตัวเองมากกว่าค่ะ เราไม่ได้ไปทำให้เพื่อนเราเสียหายอะไร เราก็พัฒนาที่ตัวเรา ถ้ามันจะขึ้นก็เหมือนว่าเป็นผลมาจากที่เราพัฒนามากกว่า
อนาคตข้างหน้า หนูอยากให้วงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆก่อน อยากทำตรงนี้ให้ดีก่อนค่ะ แต่ก็อยากมีโอกาสมาทางด้านอื่นบ้าง อย่างซีรีส์ถ้ามีโอกาสก็อยากลองค่ะ หนูรู้สึกว่ามันมีความสุขที่ทำตรงนี้ ถึงแม้ว่ามันจะท้อมันจะเหนื่อย แต่ทุกครั้งที่ได้ขึ้นเวที หนูยิ้ม หนูมีความสุขจริง ๆ ค่ะ
ความในใจที่อยากจะบอกทุกคน อยากบอกว่าขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ตอนแรกหนูเหมือนไม่ค่อยมีตัวตนในวงนี้ด้วยซ้ำ คือหนูจะไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนมีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งคอยให้กำลังใจมาตลอด ตอนนี้เขาก็จะคอยแนะนำเราว่าลองทำแบบนี้สิ หรือให้เรากล้ามากขึ้น เราก็ทำตามนะคะแต่ไม่ให้เสียความเป็นตัวตนไป จนตอนนี้หนูก็รู้สึกว่า หนูกล้าแสดงออกมากขึ้น อย่างน้อยก็กล้าคุยมากขึ้น แฟนคลับก็เห็นและสนับสนุน คอยให้กำลังใจมาตลอด หนูรู้สึกว่ามันเป็นครอบครัวแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน หนูเองก็เคยชอบศิลปินไอดอลมาก่อน ก็คิดว่าเขาแค่บอกว่ารักเพื่อเอาใจแฟนคลับไปอย่างนั้น แต่พอมาอยู่ตรงนี้มันทำให้เรารู้เลยว่ามันจริงมาก คือ เรารักพวกเขาจริง ๆ

หนูพยายามอยู่ค่ะ

หนูพยายามอยู่ค่ะ

เรื่องน้ำหนักหนูเป็นคนอ้วนง่ายแต่ว่าจะพยายามไม่กินดึกมากค่ะ จะเน้นกินผลไม้มากขึ้น ส่วนเรื่องนอนดึกก็ถ้ามีเวลานอนหนูก็จะนอนให้เต็มที่ค่ะ อยากบอกทุกคนด้วยที่ยังไม่ได้เข้ามาติดตามพวกเรามากเท่าไหร่ อยากให้ลองเปิดใจฟังพวกเราดูค่ะ จะได้รู้ว่าพวกเราน่ารักขนาดไหน

เจนนิษฐ์ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ – ความจริงใจในแบบเจนนิษฐ์
“เราต้องให้อะไรที่จริงกับคนดู เขาถึงจะให้อะไรที่จริงกลับมา” – เจนนิษฐ์ BNK48
เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เรียนเต้นมาตลอดค่ะ พอแม่เห็นว่าชอบก็ให้เรียน เห็นประกาศสมัครออดิชั่นก็ขอแม่มา ก็ไปตั้งแต่งานเปิดตัว งาน We Need You ก็พาแม่ไปด้วยค่ะ พอเขาประกาศรับสมัครก็สมัครเลยค่ะ
เจนนิษฐ์ผู้มากด้วยความสามารถ
เจนนิษฐ์ผู้มากด้วยความสามารถ

ไอดอลคือกำลังใจ
จากการที่หนูเคยติดตามไอดอล เป็นฝ่ายเป็นแฟนคลับมาก่อน เวลาดูเขารู้สึกว่า มีอารมณ์ไปเรียน ไปทำงาน รู้สึกมีความสุข เขาเป็นแรงบันดาลใจว่าเขาทำงานหนักกว่าเรามากๆเขายังมีแรงมาร้องเพลงให้เราฟัง มาเต้นให้เราดู เขาแทบจะไม่มีเวลาพักเลย เทียบกับเราที่แค่เรียนหนังสือทำไมเราจะทำไม่ได้ มันเหมือนเขาเป็นบุคคลตัวอย่างให้เรา ไม่ใช่ว่าจะเลียนแบบนะคะ แต่เหมือนเราอยากจะได้ดีแบบเขา มันยิ่งทำให้เรามีความตั้งใจที่จะทำอะไรที่เราชอบให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อฉันคือไอดอล การเข้ามาว่ายากแล้วแต่การอยู่ไปเรื่อย ๆ มันก็ยากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ มันมีอะไรที่ท้าทาย มีอุปสรรคใหม่เข้ามาทุกวัน เราต้องปรับตัวจากคนธรรมดามาเป็นคนที่ทุกคนจับตามองตลอดว่าเราจะทำอะไร เป็นเหมือนบุคคลตัวอย่างที่มีน้อง ๆ เด็ก ๆ จนกระทั่งผู้ใหญ่มาติดตาม เราก็ต้องวางตัวเป็นกลาง พูดจาให้ไพเราะ เลือกพูดอะไรต้องให้เหมาะสม ทำอะไรต้องมีสติมาก ๆ ค่ะ คือเราพลาดครั้งหนึ่งมันจะได้รับผลกระทบทั้งต่อตัวเราแล้วก็ต่อวงด้วยค่ะ
ให้ความสำคัญกับภาษา มีคนบอกว่าพูดจา ร.เรือ ชัด ไม่รู้ว่าเกี่ยวไหมนะคะ แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบภาษา ก็เลยอยากอ่านออกมาให้ถูกต้อง เขาก็เลยบอกว่าดูเป็นคนรักภาษาไทยดีนะ ก็คิดว่าน่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้นะคะ
การจัดการกับความเหนื่อย ถามว่าเหนื่อยไหม คือ ความเหนื่อยร่างกายอาจจะปรับสภาพให้ชินขึ้น แข็งแรงขึ้น เต้นได้นานขึ้น ร้องเพลงได้นานขึ้น แต่เวลาไปออกงานเราจะโดนสูบพลังงานมากกว่าเวลาซ้อมค่ะ เราก็ต้องหาอะไรทำที่จะกระตุ้นเราขึ้นมา อย่างบางคนมีเวลาว่างก็อาจจะนอนพักให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง หรือพักสมอง เพราะนี่มันเป็นอาชีพที่ค่อนข้างใช้ความคิดเยอะนิดหนึ่ง หนูก็อาจจะอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ทำงานอดิเรกทั่วไปค่ะ ถ้าถามว่าท้อไหม ก็มีแต่เหนื่อยค่ะ แต่ส่วนตัวหนูเองก็ไม่ท้อนะคะ อาจจะด้วยติดตามวงการมาพอสมควรก็รู้ว่ามันต้องเจออะไรแบบนี้บ้าง
ฉายาลูกพี่ ไม่แน่ใจค่ะ เขาก็ตอบไม่ค่อยเหมือนกันค่ะ บางคนก็บอกว่าเพราะมีกล้าม หรือเพราะเป็นคนพูดตรง กล้า ๆ เป็นคนห้าว ๆ บางคนก็บอกว่าเพราะท่าทาง บุคลิก แล้วแต่คนจะคิดค่ะ มันก็เท่ดีนะคะ ไม่มีใครเหมือนดี
ฉายาลูกพี่ของเจนนิษฐ์
ฉายาลูกพี่ของเจนนิษฐ์

ทำไมเจนนิษฐ์มีกล้าม!! หนูก็สงสัยหมือนกันค่ะ น่าจะเป็นเพราะกรรมพันธุ์นะคะ คนอาจจะนึกว่าหนูชอบเล่นกีฬาแต่หนูก็ไม่ได้เสพติดการออกกำลังกายนะคะ ซ้อมเสร็จกลับบ้านไปหนูก็ไม่ได้ออกนะคะแต่กล้ามมันมาเองค่ะ หนูก็เริ่มเต้นตั้งแต่ 5 ขวบสิบกว่าปีมาแล้ว ก็มีกล้ามสะสมมาแล้วยิ่งไปเป็นนักกีฬา เป็นนักวิ่งก็ยิ่งสะสม แต่จริง ๆ ตอนแรกหนูก็ไม่ได้กล้ามขนาดนี้นะคะ ถ้าย้อนไปดู BNK senpai ตอนแรก ๆ หนูก็ไม่มีกล้ามนะคะ ไป ๆมา ๆ มันก็มาเองแล้วลดไม่ลงด้วย มีช่วงหนึ่งพักไม่ออกกำลังกายเผื่อมันจะหายไป ก็ไม่ไปค่ะ มันก็ยังอยู่
ลูกพี่กลัวอะไร กลัวแม่ค่ะ ไม่ชอบทะเลาะกันค่ะพอพูดกันตึงๆแล้วก็จะต้องแยกออก ไม่ได้เดี๋ยวตีกันค่ะ เราจะรู้จังหวะว่าใครเริ่มอารมณ์ขึ้น หรือว่าช่วงไหนสงบ ต้องหาจังหวะคุยกันค่ะ จริง ๆก็ไม่ได้กลัวค่ะเรียกเกรงใจดีกว่า ส่วนคำว่า กลัว กับพวกสัตว์เลื้อยคลานที่คนส่วนใหญ่จะกลัวกัน หนูก็จะไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะเพราะโตมากับบ้านสวน แต่ก็จะมีแค่จิ้งจกกับตุ๊กแกเป็นข้อยกเว้นค่ะ
กว่าจะเจอตัวตน มันก็แล้วแต่ช่วงจังหวะช่วงวัย เด็กแต่ละคนอาจจะหาตัวเองเจอในช่วงวันที่ต่างกัน อย่างตัวหนู หนูรู้สึกว่านิสัยตัวเองก็เปลี่ยนไปในทุกๆปี โตขึ้นในทุกๆวัน กว่าจะรู้จักตัวเองก็ม.5 ถึงรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรจริงจัง จริง ๆ ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ น้อง ๆ ยังมีเวลาหาความฝันเยอะแยะ แต่อย่าบอกว่าตัวเองไม่มีความฝันค่ะ หนูเชื่อว่าลึกๆทุกคนก็ต้องมีสิ่งที่ชอบแน่นอน แต่ว่าก็ต้องเป็นสิ่งที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เราก็ยังมีพ่อแม่ เพื่อน พี่น้อง ให้ปรึกษาในเรื่องการใช้ชีวิตต่าง ๆ หนูว่าปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่าค่ะ ไม่ต้องไปเร่งรีบอะไรมาก
ความจริงใจถึงคนดู คือเวลาออกไปไม่ใช่แค่ยิ้มให้เขาเฉย ๆ แบบนั้นก็เป็นการยิ้มแบบไม่จริงค่ะ แต่ถ้าเราสนุกกับเนื้อเพลง สนุกกับการเต้นของเรา มันจะส่งไปถึงคนดูได้ เพราะฉะนั้นเราต้องให้อะไรที่จริงกับเขา เขาถึงจะให้อะไรที่จริงกลับมา
สิ่งที่อยากจะทำ Project ในหัวหนูเยอะมากค่ะ แต่ว่าถ้าเอาที่ใกล้ที่สุดแล้วก็เป็นไปได้มากที่สุดก่อนก็คืองานแสดงค่ะ เพราะเคยทำมาตอนเด็ก ๆ แล้วรู้สึกชอบก็น่าจะต่อยอดไปทางานแสดงมากขึ้น แล้วก็อยากลองทำเบื้องหลังด้วยค่ะ

งานแสดงของเจนนิษฐ์

งานแสดงของเจนนิษฐ์

ถ้าต้องจบการศึกษาจาก BNK หนูคงอยากให้ BNK อยู่ในจุดที่มั่นคงพอสมควร ที่หนูจะออกไปแล้วมีรุ่นน้องที่ไว้ใจได้ที่เขาจะสานต่อ BNK ต่อค่ะ หนูเองก็คงไปทำงานในวงการบันเทิงอื่น ๆ ที่ไม่เคยทำ แล้วก็อาจจะเปิดธุรกิจของตัวเองแล้วแวะเวียนมาดู BNK บ้างว่าเป็นอย่างไรบ้าง จริง ๆ ก็เพิ่งเดบิวต์มาปีกว่า ๆ ยังเหลือเวลาอีกเยอะเลยค่ะ ที่เราจะได้ใช้เวลาสนุก ๆ ร่วมกันค่ะก็อยากจะให้ติดตามพัฒนาการของทั้งตัวหนูเอง แล้วก็เพื่อน ๆ ในวง รวมถึงน้อง ๆ รุ่น 2 รุ่น 3 ที่จะเข้ามาด้วยก็อยากจะให้เป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนค่ะ แล้วก็อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ นะคะ


อีจันบันเทิงขอบอกเลยว่าสาว ๆ BNK48 ทั้งน่ารัก ทั้งสดใส สมวัยจริง ๆ อย่างนี้จะไม่ให้รักไม่ได้แล้ว ต้องรีบเข้าไปสมัครเป็นโอตะบ้างแล้วนะคะเนี่ย..


#อีจันบันเทิง #BNK48


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
แอ ภัทราริน  ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
แอ ภัทราริน ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"