อีจันบันเทิง 2 สิงหาคม 2561 | 15:54 น.

มิ้ง อ่วม กัปตันฟ้อง ทั้งแพ่งและอาญา

เขียนโดย อีจันบันเทิง
มิ้ง อ่วม กัปตันฟ้อง ทั้งแพ่งและอาญา

กัปตัน ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชน ตั้งทนายฟ้อง มิ้ง 2 ข้อหา

กรณีท้องไม่มีลูก ที่เป็นข่าวข้ามไตรมาส ระหว่างกัปตัน ชลธร กับ มิ้ง ศวภัทร ตั้งแต่แถลงข่าวว่าท้องเป็นที่เอิกเกริก ต่อหน้าสื่อมวลชน จนถึงวันที่แถลงว่าแท้ง โดยการโพสต์แจ้งผ่านไอจี และมิ้งยอมรับล่าสุด ด้วยบันทึก 6 หน้า ว่าขอปัสสาวะคนอื่นไปตรวจจริง

มิ้ง ศวภัทร

มิ้ง ศวภัทร

กัปตัน ชลธร

กัปตัน ชลธร

วันนี้ครอบครัวของกัปตัน ชลธร ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชน ประกาศบทสรุปฝั่งตน ว่าได้ตั้งทนายฟ้อง มิ้ง ศวภัทร ดังนี้
"ตามที่กัปตันและครอบครัวพร้อมด้วยต้นสังกัด ได้ทำจดหมายชี้แจงต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2561และต่อมาได้มีความเห็นให้นำเข้าสู่ กระบวนการทางกฏหมาย เพื่อให้ความจริงเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม ความคืบหน้าล่าสุด ทีมทนายความของกัปตันและครอบครัว ได้ยื่นฟ้องคดี ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง ดังนี้
1.คดีอาญาต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
2.คดีแพ่งต่อศาลแพ่ง ในฐานความผิด ละเมิดการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย (โดยไม่มรประเด็นเรียกค่าเสียหาย)
โดยทำการยื่นฟ้องคดีทั้งสอง เมื่อ 1 สิงหาคม 2561 ซึ่งคดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาล ในการพิจารฯาสืบหาความจริงต่อไป

จึงขอเรียนชี้แจงต่อสื่อมวลชน และหากมีความคืบหน้า จะชี้แจงผ่านทางเอกสารเท่านั้น เพื่อเป็นข้อมูลในการเสนอข่าวตามข้อเท็จจริงได้ถูกต้องครบถ้วน ขอแสดงความนับถือ กัปตันและครอบครัว

จดหมาย

จดหมาย

เหตุการณ์นี้น่าจะสร้างคดีตัวอย่างไว้ เป็นบรรทัดฐานหนึ่งของการเป็นข่าว สร้างข่าว โดยใช้สื่อมวลชนเป็นช่องทางสื่อสารได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกเหนือจากการแถลงด้วยวาจา แง้มข้อมูลผ่านไอจี และเปิดประเด็นให้สื่อสืบค้นเอง ตามที่เป็นอยู่โดยทั่วไป

หมายเหตุเพิ่มเติม มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ลงในไอจีส่วนตัวที่เปิดสาธารณะ ความยาว 6 หน้า ดังนี้

 มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

ขอชี้แจงหลาย ๆ เรื่องที่สามารถพูดได้นะคะ และขออนุญาตไม่ตอบคำถามใด ๆ อีกที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้เพราะทั้งหมดที่จะมาชี้แจงในวันนี้คือขีดจำกัดที่ผู้ไม่เกี่ยวข้องสามารถรู้ได้ซึ่งมิ้งจะพาดพิงถึงบุคคลอื่นให้น้อยที่สุด "จากการปรึกษาผู้ใหญ่ในฝั่งของมิ้งได้คำแนะนำมาว่าเอกสารที่มิ้งมีทั้งหมดนั้นมิ้งไม่สามารถนำมาลงได้ค่ะ" แนะนำให้อ่านให้ละเอียดและอย่าตีความผิดไปจากคำพูดของมิ้งค่ะ

ประเด็นเรื่องที่มิ้งไปขอปัสสาวะผลตรวจเลือด ผลซาวด์จากคนรู้จักมาเป็นเรื่องจริงค่ะ แต่เรื่องนี้มีเพื่อนสนิท 3-4 คนที่รู้ตั้งแต่แรกและรู้ว่าเหตุผล ที่มิ้งขอคืออะไรซึ่งถ้าอีกฝ่ายได้มีการถามเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวมิ้งยินดีที่จะยอมรับและบอกเหตุผลที่แท้จริงแน่นอนค่ะ เลยขอเรียกว่าเรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นความรับสักทีเดียว ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรออกมาพูดออกสื่อเพราะไม่ใช่มิ้งที่เสียแต่เป็นฝั่งคนรู้จักที่เสียด้วยซึ่งมิ้งไม่อาจระบุทามไลน์ของวันที่ได้ชัดเจนเพราะลืม แต่จะพยายามระบุให้ละเอียดที่สุดค่ะ

 มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

- วันที่ 25 พ.ค.ได้มีการตรวจปัสสาวะของตัวมิ้งเอง เป็นการตรวจตอนกลางคืนค่ะไม่ใช่ปัสสาวะแรกของวัน (ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้บอกทางครอบครัวหรือเพื่อน) มิ้งได้ซื้อที่ตรวจมาจากเซเว่น 1 อันเป็นแบบเอากระดาษจุ่มเพราะเซเว่นที่มิ้งไปตอนนั้นมีแค่ยี่ห้อเดียวและมีการขึ้น 2 ขีดแบบจางมากๆจึงไม่มั่นใจ+ หลอกตัวเองว่ามันผิดพลาดซึ่งความเป็นจริงแล้วเป็นไปได้น้อยมากค่ะ

- วันที่ 26 พ.ค. เนื่องจากไม่มั่นใจและไม่กล้าปรึกษาใครในตอนนั้นเลยนึกขึ้นได้ว่ามีน้องคนหนึ่งที่สนิทเพิ่งแต่งงานไปและกำลังท้องอยู่ตอนแรกคิดจะปรึกษาแต่คิดไปคิดมา คือไม่กล้าบอกเพราะยังไม่กล้าที่จะบอกใครตอนนั้นแม้แต่เพื่อนสนิทก็ยังไม่บอก แต่ตอนนั้นอยากรู้ว่าถ้าคนท้องจริงๆจะตรวจออกมาเป็นยังไงจะขึ้นชัดกว่านี้ไหมเลยแกล้งขอปัสสาวะเขามาตรวจดู ( อาจจะดูฟังไม่ขึ้นดูไร้สาระมากแต่ตอนนั้นคือ แพนิค และคิดแบบนั้นจริงๆค่ะ พอกลับมาคิดตอนนี้คือจะทำไปเพื่อ ยอมรับว่าตอนนั้นไม่มีสติมากค่ะ) ได้ให้คุณแม่ขับรถพาไปเอาจริงโดยบอกแม่ว่าให้พาไปเอาของกับเพื่อนในคืน--- วันที่ 26 พ.ค. และได้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาอีก 3 ยี่ห้อจากร้านแถวบ้านมิ้งได้ตัดสินใจโทรไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนคนหนึ่งฟังซึ่งจากการตรวจไป 3 ยี่ห้อ สีของขีดขึ้นชัดไม่เท่ากันค่ะ บางยี่ห้อคือชัดเลย บางยี่ห้อคือไม่ชัดมาก หลังจากนั้นเครียดมากเลยโทรไปบอกเพื่อนอีก 2 คน ถึงเรื่องทั้งหมดรวมทั้งการไปขอปัสสาวะน้องมาด้วยหลังจากนั้นก็ตัดสินใจเล่าให้แม่ฟังและมีปากเสียงกันนิดหน่อย
- วันที่ 27 พ.ค. ตอนเช้ามิ้งได้ไปตรวจที่ รพ.แห่งหนึ่ง (ด้วยฉี่ของตัวเอง) และผลออกมาว่ามีการตั้งครรภ์จริง (มั่นใจแน่ชัดว่าตั้งครรภ์แน่นอนคือวันนี้) ได้พยายามติดต่ออีกฝ่ายแต่ติดต่อไม่ได้จึงได้ไปที่บ้านและมีการพูดคุยกัน ตอนนั้นยอมรับว่าอยากเอาออกด้วยเหตุผลหลายๆอย่างคือเขาบล็อกมิ้งทุกอย่าง ไม่ได้คุยกันเลยมาอาทิตย์กว่าและฝั่งนั้นมีคนคุยใหม่แล้ว ด้วยอารมณ์โกรธ น้อยใจหลายๆอย่างเลยตัดสินใจที่จะเอาออกแต่ตัวฝ่ายชายเองก็ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้และได้มีการคุยกับน้องเจ้าของปัสสาวะ น้องได้ถามว่าเป็นอย่างไรบ้างมิ้งเลยส่งรูปใบรับรองแพทย์ไปให้

 มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

- หลังจากวันนั้นได้ปรึกษาเพื่อนสนิทและตัดสินใจจะบอกฝ่ายชายว่าไม่ได้เอาออกเพราะฝ่ายชายก็พูดว่าเป็นห่วงเพราะอันตรายและไม่อยากให้อีกฝ่ายมองเราแย่เป็นคนใจร้ายด้วย แต่ความจริงแล้วได้คิดไว้ว่าจะเอาออกให้เร็วที่สุดเพราะนึกถึงอนาคตของตัวเอง ได้มีการโทรหาน้องคนเดิมไปว่าขอใบซาวด์กับผลตรวจเลือดซึ่งมีแพลนชีวิตว่าหลังจากเอาออกแล้วจะหายไปจากโซเชียลและไปอยู่บ้านที่ ตจว. สักพักเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆและจะขอใบจากน้องมาเพื่อเอาไว้ส่งให้อีกฝ่ายดูว่าไม่ได้เอาออกจริงๆ(ไม่ได้คิดจะปลอมแปลงเอกสารใดๆค่ะ จะถ่ายแค่รูปส่งไปให้ แต่เคยพูดเล่นๆไปกับน้องค่ะ เพราะมิ้งรู้กฎหมายในข้อนี้ดี) คือคิดไว้ว่าจะทำให้เรื่องจบโดยเร็วที่สุดและไม่คิดจะบอกใครไปมากกว่านี้แต่หลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวเกิดขึ้นค่อนข้างแรงเลยไม่ได้ทำตามแพลนที่คิดไว้ เรื่องทั้งหมดคือเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนวันแถลงข่าวค่ะ
- วันที่ 11 มิ.ย. คือวันแถลงข่าวซึ่งตอนแรกมิ้งไม่ได้จะไปด้วย หลังจากวันแถลงกลายเป็นข่าวใหญ่มากและเริ่มมีสติ คิดว่าจะเก็บน้องไว้จึงได้มีการพิมพ์คุยไลน์กับน้องคนนั้นและสรุปว่าไม่เอาผลตรวจอะไรแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการคุยอะไรกันต่ออีกและยังไม่ได้อธิบายเหตุผลใดๆเนื่องจากตอนนั้นชีวิตวุ่นวายมากเพื่อนก็ติดต่อมิ้งไม่ได้เพราะเครียดมากค่ะ

 มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

- วันที่ 13 มิ.ย ได้มีการเข้าไป รพ. จริงในช่วงเวลาทุ่มกว่าๆ และมีอาการไอหนักมากมาหลายวัน มิ้งได้เข้าไปทำประวัติและพบแพทย์ที่แผนกสูติ ฯ แต่ แพทย์ไม่ได้จ่ายยาให้เนื่องจากตั้งครรภ์อยู่และได้มีการปรึกษาเรื่องการฝากครรภ์ สอบถามเกี่ยวกับเอกสารต่างๆและคิวคุณหมอที่อยากฝากด้วย(มิ้งค์พูดว่า'อยาก'เท่านั้นค่ะไม่เคยสัมภาษณ์แม้แต่ครั้งเดียวว่าฝากกับหมอท่านนี้) *ซึ่งอาการมดลูกต่ำมิ้งไม่เคยให้สัมภาษณ์ในประโยคที่ว่าตรวจกับ รพ. นี้ถึงรู้ แต่มิ้งรู้มานานแล้วถึงสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของตัวเองค่ะ เพราะตรวจสุขภาพเกือบทุกปี* หลังจากนั้นไม่กี่วันเริ่มมีข่าวว่าเจ้าของปัสสาวะได้เข้าไปพูดคุยกับอีกฝ่ายแต่มิ้งไม่รู้ว่าจริงไหมซึ่งมิ้งได้ชี้แจงถึงเหตุผลไปในข้างต้นแล้ว
- วันที่ 18 มิ.ย. เป็นไข้และอาเจียนหนักมากจนต้องเข้า รพ. จริงตามที่เป็นข่าว(วันนั้นได้พยายามติดต่ออีกฝ่ายแต่ติดต่อไม่ได้ ทั้งโดยตรง ผ่านเพื่อนฝ่ายชาย ผ่านทางค่ายแต่ก็ติดต่อไม่ได้)
- วันที่ 22 มิ.ย. เริ่มมีเลือดจางๆ(แต่เหมือนติดกกน.) แต่ไม่ได้ปวดท้องเลยไม่คิดอะไร
- วันที่ 26 มิ.ย. ช่วงเย็นมีอาการปวดท้องน้อยระหว่างกลับจากทำงานและเริ่มมีเลือดออกในช่วงเช้ามืด
- วันที่ 27 มิ.ย ได้เข้าไปพบแพทย์ที่ รพ. และได้มีการบอกคุณหมอถึงอาการต่างๆที่เกิดขึ้น ได้มีการอัลตร้าซาวด์และตรวจเลือดผลของการอัลตร้าซาวด์ ณ ตอนนั้นคือไม่พบการตั้งครรภ์แล้ว ( มีใบเสร็จและผลเลือดจริงค่ะซึ่งในใบผลเลือดตรวจแค่การตั้งครรภ์เท่านั้นไม่ได้ตรวจ mcv อย่างที่มีคนกล่าวอ้างและมิ้งได้โทรไปขอใบรับรองแพทย์มาแล้วแต่มิ้งจะไม่ลงในที่นี้ตามที่แจ้งไปค่ะ)
 มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร
มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

เหตุผลที่มิ้งไม่ออกมาพูดเรื่องแท้งคือ
1. กระแสสังคมค่อนข้างแรงมากตั้งแต่วันแรกไม่ว่ามิ้งจะพูดอะไรไปคือผิดหมดหาว่าโกหกทุกอย่างยอมรับว่าไม่กล้าออกมาพูดเพราะมีคนดักไว้ทุกทางว่าห้ามแท้งนะ ซึ่งความเป็นจริงแล้วมิ้งไม่สามารถบังคับตัวเองไม่ให้แท้งได้ค่ะ แต่สุดท้ายมิ้งต้องยอมรับว่ายังไงก็ต้องโดนด่าอยู่ดี
2. มิ้งไม่ใช่ดาราและคิดว่าถึงเป็นดาราก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าออกมาพูดหรือชี้แจงให้คนนอกรับรู้ค่ะ

ส่วนสาเหตุที่คาดว่าทำให้แท้งคือ
1. สุขภาพของตัวมิ้งเองรวมถึงโรคประจำตัวต่างๆ
2. ภาวะเครียดซึ่งเครียดมากจริงๆค่ะ ใครไม่มาอยู่ในจุดมิ้งคือไม่มีทางเข้าใจ ในโซเชียลอาจจะดูปกติดีแต่ช่วงนั้นคือร้องไห้ทุกวันค่ะ นอนไม่หลับพยายามไม่เสพข่าวไม่สนใจคนที่มาด่า มาแช่ง แต่มันก็ยังเครียดอยู่ บางคนด่ากันเพราะความสนุกปากแต่มันกระทบจิตใจของคนๆหนึ่งมากนะคะ เราไม่สามารถรู้หรอกค่ะว่าเขาเก็บมาคิดมากแค่ไหน นี่พูดถึงเหตุการณ์ของคนอื่นด้วยค่ะไม่ใช่แค่มิ้ง
3. ทำงานเกือบทุกวัน เดินเยอะมาก นอนน้อย
4. ไม่ดูแลตัวเองเท่าที่ควร ยังติดนิสัยเดิมๆของตัวเองที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้คือไม่ชอบอยู่เฉยๆ
5. ก่อนหน้าที่จะรู้ว่าตั้งครรภ์ประมาณเกือบสองอาทิตย์ มิ้งมีการดื่มแอลกอฮอล์ค่อนข้างบ่อยค่ะ *เรื่องนี้ไม่โทษใครทั้งสิ้นค่ะโทษตัวเองล้วนๆ*

ส่วนคำถามที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนคือ รู้สึกยังไงบ้างที่น้องไม่อยู่กับเราแล้ว คือรู้สึกผิดมากๆค่ะ รู้สึกแย่ เสียใจ ทุกอย่างค่ะ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็อยากทำให้ดีกว่านี้ ซึ่งมิ้งก็ต้องพยายามทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะกลัวกระแสสังคมที่จะมาโจมตีมิ้ง มันยากมากค่ะ อีกทั้งยังมีหลายงานค้างไว้ที่ต้องทำและไม่ได้รับงานเพิ่มใดๆเลย ที่ลงคืองานที่ติดต่อไว้นานแล้ว

 มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

มิ้ง ศวภัทร ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

- ประเด็นเรื่องการฝากไข่ ที่บอกว่ามีฝากไข่และรับเงินมัดจำมา 60,000 บาทผ่านเข้าบัญชีที่เป็นชื่อ ศวภัทร นั้น ไม่เป็นความจริงแน่นอนค่ะไม่เคยได้รับเงินมัดจำจากใครสามารถเช็คได้ว่าไม่เคยมียอดเงิน 60,000 บาทเข้ามาในวันที่ 16 มิ.ย.เลยรวมถึงของทั้งเดือนด้วย ( มี statement ของวันที่ 16 มิ.ย. )

ซึ่งบัญชีที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นชื่อนางสาวกานต์รวีทั้งหมดค่ะ เนื่องจากมิ้งเปลี่ยนชื่อมา 2 ปีที่แล้วและเพิ่งไปเปลี่ยนชื่อบัญชีธนาคาร เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นี้เอง แต่มีเพียงบัญชีเดียวของธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้นที่ใช้ชื่อ ศวภัทร และไม่มีรายการเดินบัญชีมาเกือบปีแล้วซีเรียสกับเรื่องนี้มากพอสมควรค่ะ เพราะไม่ได้ทำและไม่ทราบกฎหมายในเรื่องนี้โดยละเอียด ที่ออกมาพูดเรื่องนี้เพราะ แอคเคาท์ นั้นได้มีการพูดถึง รพ. ในทางเสียหาย กล่าวอ้างว่าคลินิกฝากไข่ส่งมิ้งไปตรวจร่างกายที่นี่ซึ่งไม่เป็นความจริงค่ะ ส่วน รพ. จะดำเนินการกับ แอคเคาท์ นั้นรวมถึงสื่อที่กล่าวอ้างและลงข่าวเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไรนั้น ไม่ทราบและไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ เพราะถือว่ามิ้งเคลียร์ชัดเจนมาก ณ ที่นี้แล้วค่ะ ส่วนรายการตกมันส์บันเทิงช่อง 9 ที่ออกข่าวว่าวมิ้งรับสาย และบอกว่าขอไม่ตอบเรื่องฝากไข่ ไม่เป็นความจริงค่ะเพราะไม่มีการรับสายสื่อไหนแน่นอน และมีการโทรไปสอบถามแล้วว่าออกข่าวแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ซึ่งทางนั้นได้ตอบกลับมาว่า ขออภัย มีการสื่อสารผิดกับทางโปรดิวเซอร์ แต่ความจริงแล้วคือไม่สามารถติดต่อมิ้งได้

อีจันบันเทิง รายงานข่าวบันเทิง ตามสถานการณ์ที่ยืนยันได้ดังนี้ค่ะ

#อีจันบันเทิง #มิ้ง #มิ้งศวภัทร


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
แอ ภัทราริน  ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
แอ ภัทราริน ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"