ข่าว 15 สิงหาคม 2562 | 17:40 น.

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ตั้งฐานในไทย ตุ๋นเหยื่อเสียหายกว่า 30 ล้าน

เขียนโดย อีจัน
จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ตั้งฐานในไทย ตุ๋นเหยื่อเสียหายกว่า 30 ล้าน

ตม. จับแก็งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการ หลอกเหยื่อชาติเดียวกัน เสียหายกว่า 30 ล้าน

14 สิงหาคม 2562 ชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลชาวไต้หวันที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด ข่มขู่เรียกเงินคนชาติเดียวกัน หลังจาก พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันประจำประเทศไทย ว่ามีกลุ่มคนร้ายชาวไต้หวันได้ตั้งฐานศูนย์โทรศัพท์ (Call Center) ในประเทศไทยแล้วโทรศัพท์ผ่านระบบโทรศัพท์ทางอินเตอร์เน็ต หรือ วีโอไอพี (VOIP : Voice Over Internet Protocol) ไปหลอกลวงเหยื่อชาวไต้หวัน โดยปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสุขภาพ หลอกเหยื่อว่าบัตรประกันสุขภาพของเหยื่อถูกขโมยหลังจากนั้นมีการโอนสายที่สองอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อบอกเหยื่อว่าอัยการที่ดูแลเรื่องนี้ให้มาศาลให้เหยื่อหลงเชื่อ


ภาพจากอีจัน


ต่อมาจึงส่งแฟกซ์ซึ่งเป็นหนังสือราชการปลอมให้กับเหยื่อ เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของไต้หวันที่เปิดรองรับไว้แล้วมีกลุ่มคนร้ายอีกกลุ่มถอนเงินออก ซึ่งคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงเหยื่อ ตั้งแต่ประมาณเดือน ตุลาคม 2561 ถึงปัจจุบัน มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ที่ไต้หวันแล้ว จำนวน 21 ราย รวมความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท


ภาพจากอีจัน


พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. จึงสั่งการให้ชุดจับกุมสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มคนร้ายตั้งฐานเป็นศูนย์โทรศัพท์อยู่ในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ อยู่หมู่ที่ 4 ต.สเม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี และสืบพบชาวไต้หวัน จำนวน 13 คน เป็นบุคคลมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3 จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมกักตัวไว้ที่ห้องกัก สตม. เพื่อรอผลักดันส่งกลับไต้หวันต่อไป


ภาพจากอีจัน


จากการตรวจสอบบ้านพักที่เป็นศูนย์ Call Center พบของกลางที่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดในการหลอกลวงผู้เสียหายชาวไต้หวัน อาทิ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 44 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 10 เครื่อง, เครื่องปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 17 เครื่อง, กล่อง Voip Gateway จำนวน 23 กล่อง, เครื่องโทรศัพท์บ้าน จำนวน 43 เครื่อง, ซิมการ์ดที่ยังไม่ได้ใช้งาน เครือข่าย Dtac จำนวน 5 ชิ้น, ซิมการ์ด Roaming ยี่ห้อ Blackberry จำนวน 4 ชิ้น, เครื่องบันทึกเสียงไม่ทราบยี่ห้อ จำนวน 3 เครื่อง, แผ่นกระดาษและสมุดจดบันทึกเป็นภาษาจีน (สคริปต์บทสนทนาหลอกลวง) จำนวนมาก, หนังสือจิตวิทยาขั้นสูงในการก่ออาชญากรรม ฉบับภาษาจีน จำนวน 1 เล่ม และแฟลชไดร์ฟ จำนวน 3 ชิ้น


ภาพจากอีจัน


ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก ใช้ระยะเวลาในการสืบสวนติดตามเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากกลุ่มคนร้ายมีความสามารถในการหลบซ่อน และหลอกลวงเหยื่อจำนวนมาก มีมูลค่าความเสียหายสูง โดยในวันนี้ (15 สิงหาคม 2562) ทางการไต้หวันได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวัน จำนวน 5 นาย เดินทางเข้าพบ ผบช.สตม. เพื่อประสานงานและขอตรวจสอบพยานหลักฐานที่ตรวจยึดไว้ ซึ่งจะต้องทำการสืบสวนขยายผลประสานข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อย่างต่อเนื่อง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แก๊งคอลเซนเตอร์ยังอาละวาดไม่หยุด  รู้ตัวเร็ว แจ้งเร็ว มีโอกาสได้เงินคืน!!!
แก๊งคอลเซนเตอร์ยังอาละวาดไม่หยุด รู้ตัวเร็ว แจ้งเร็ว มีโอกาสได้เงินคืน!!!
จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ตั้งฐานในไทย ตุ๋นเหยื่อเสียหายกว่า 30 ล้าน
จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ตั้งฐานในไทย ตุ๋นเหยื่อเสียหายกว่า 30 ล้าน
“นรกเด็กหญิง” วังวนกามบังคับค้ายาสเพติด
“นรกเด็กหญิง” วังวนกามบังคับค้ายาสเพติด
ไปจับป้าขายยาบ้า ป้าอ้อนวอนขอกินข้าวก่อน
ไปจับป้าขายยาบ้า ป้าอ้อนวอนขอกินข้าวก่อน
แฟลชม็อบแน่นสกายวอล์กปทุมวัน
แฟลชม็อบแน่นสกายวอล์กปทุมวัน