อีจันบันเทิง 21 สิงหาคม 2562 | 18:50 น.

“ครูรัก” เปิดใจหลังปิดฉากรักภรรยาเด็ก รับเสียศูนย์-ไม่มีค่า ล้มเหลวที่สุดในชีวิต

เขียนโดย อีจันบันเทิง
“ครูรัก” เปิดใจหลังปิดฉากรักภรรยาเด็ก รับเสียศูนย์-ไม่มีค่า ล้มเหลวที่สุดในชีวิต

“ครูรัก” เปิดใจหลังปิดฉากรักภรรยาเด็ก รับอายุมีส่วนเกี่ยว ชีวิตเสียศูนย์-ไม่มีค่า ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่อใคร

ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนตกใจไม่น้อย เมื่อ ครูรัก ศรัทธา นักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโชว์ใบหย่ากับภรรยาต่างวัย ตู่ ดวงหทัย ที่อายุห่างกันถึง 24 ปี หลังคบหากันมานาน 8 ปี และแต่งงานมีลูกด้วยกัน 1 คน ล่าสุด ครูรัก มาเปิดใจ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง one31

ภาพจากอีจัน


ผอมเลยพี่ ลงไปกี่โล?
ครูรัก : 11-12 กิโลครับ ตอนนั้นป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ปี 58 ตอนนั้นก็ไปทำงานแล้วเกิดอาการเวียนหัว จะคลื่นไส้ เหงื่อแตก เราก็ไม่รู้คิดว่าจะเป็นลม เพราะเราก็ไม่เคยเป็นลม แล้วพอเป็นปุ๊บก็รู้สึกปวดตั้งแต่ท้ายทอยไปจนถึงกลางหลังเหมือนเราตกหมอน ซึ่งอยู่ดีๆ มันก็เป็นขึ้นมา ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะเป็นลมแล้ว พอดีที่ไปทำงานชั้นบนเขามีโรงพยาบาลก็ขึ้นไปวัดความดัน ผลออกมา 280 นั่นคือมันแตกไปแล้ว ขึ้นรถฉุกเฉินไปโรงพยาบาล ไปทำทีซีสแกน คุณหมอก็มาบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตก มีเลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมอง

มาที่เรื่องหัวใจบ้าง 8 ปีที่พี่แต่งงานมาจบลงแล้ว มันเกิดจากอะไร?
ครูรัก : มันไม่มีสาเหตุหลักๆ เช่นว่ามีการนอกใจ ผมเจ้าชู้ ไปติดพนัน ขี้เหล้า เมายา ติดเพื่อน มันไม่มี มันเหมือนความรักมันค่อยๆ ลดลง

เรื่องอายุเกี่ยวไหม ห่างกัน 24 ปี?
ครูรัก : ก็คงเกี่ยวแหละ เหมือนพอเวลาผ่านไปเขาเริ่มโตขึ้น เราก็เริ่มแก่ลง ความรู้สึกที่มันโตขึ้น ความต้องการในการมีครอบครัวมันอาจจะมีจุดเปลี่ยน เราก็ตอบไม่ได้ แต่ว่าขอยอมรับว่าตัวเราไม่สามารถที่จะประคับประครองได้ ก็ด้วยนิสัยของเราด้วย การที่พยายามมีเหตุผลมาก การที่เหมือนขัดแย้งกันแล้วเราพยายามทำให้เขาเข้าใจไปสั่งสอนเขาเยอะ มีเหตุผลตลอดเวลาทุกเรื่องมากมาย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความรักมันลดน้อยลง แล้วพอมันลดน้อยลงเราก็รู้สึกว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มันกลับกลายมาเป็นความขัดแย้ง ทะเลาะกันมากขึ้น ทะเลาะกันง่ายขึ้น จากเดิมที่เรารักกันมันก็มีความอดทน ความอภัย ความเข้าใจ รวมไปถึงพอมีลูกด้วยมันก็เหมือนว่ามีภาระความรับผิดชอบ เหนื่อยกันมากขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าเราเป็นคนที่ผิดเอง ที่ไม่สามารถจะทำให้เขาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่มีความสุขไปตลอดรอดฝั่งได้

ภาพจากอีจัน



ทะเลาะกันมาเรื่อยๆ แล้วอะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจแยก?
ครูรัก : มันไม่มีเหตุอะไรที่มันเป็นเหตุหลัก พอทะเลาะกันบางคำพูดของเรามันก็ไปทำร้ายจิตใจเขา เขาก็จะรู้สึกว่าเราไม่เข้าใจเขา เราทำร้ายจิตใจเขา คือเราก็พยายามคุยกันเพื่อที่จะหาวิธีแก้ไขด้วยกันตลอด เราก็ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา ประมาณ 2 ปี ที่เราพยายามลองวิธีนู้น วิธีนี้ เปลี่ยนแปลงตัวเราหรือพยายามทำความเข้าใจ มองข้ามบางประเด็นอะไรอย่างนี้ แต่ก็ประเมินว่าเรื่องหลักๆ ก็คือความรู้สึกที่มันเปลี่ยนไป

ใครเป็นคนตัดสินใจยุติความสัมพันธ์?
ครูรัก : ทางเขา มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราแย่เอง เขาบอกเราว่าไม่อยากทนแล้ว ไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น ก็เลยเกิดความรู้สึกว่าแยกกันอยู่ดีไหม เผื่อว่าในช่วงแรก เรายังคุยกันว่ามันอาจจะดีขึ้นได้ การที่แยกไปต่างคนต่างได้คิดทบทวน อาจจะคิดถึงกัน และอาจจะรู้สึกว่าสุดท้ายกลับมา มันก็ยังอยู่ในวิถีที่เราคาดหวังว่ามันจะดีขึ้น

แล้วเรื่องลูกตกลงกันยังไงบ้าง?
ครูรัก : เนื่องจากผมต้องทำงาน แม่ก็จะดูแล เพราะต้องไปรับ ไปส่งที่โรงเรียน ส่วนเราบางทีเรามีงานเช้าเราก็ไปส่งลูกไม่ได้ หรือเราเลิกงานดึกก็ไปรับลูกไม่ได้ ก็คิดว่าแม่เขาจะดูแลได้ดีกว่าเราเยอะ

มีร้องไห้คนเดียวไหม?
ครูรัก : มีๆ มันรู้สึกเคว้งคว้าง มันรู้สึกเหงา แล้วมันเติมมาด้วยความรู้สึกผิดของเรา ที่เราไม่สามารถประคับประคองความรักหรือความเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ได้ แล้วเราต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ คนเดียว โดยที่เขามีสิ่งแวดล้อมใหมที่ไม่มีเรา

ภาพจากอีจัน


ตอนนั้นพี่รู้สึกสูญเสียหรือเสียศูนย์มากกว่ากัน?
ครูรัก : ทั้งสองอย่าง เอาจริงๆ ถ้าไม่มีลูกมันจะไม่แย่แบบนั้น มันแย่เพราะมันมีลูก พอบางทีรับลูกมา ลูกร้องไห้ว่าอยากเป็นเหมือนเด็กๆ จังเลย กลับมาอยู่ด้วยกันได้ไหม อันนี้โหดสุด เราก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ลูกเห็น อยากให้เขารู้สึกว่า ให้เขามั่นคงมากที่สุด อยากให้เขารู้สึกว่ายังมีพ่อที่เขาพึ่งได้ เราก็พยายามอธิบายให้เขาฟังว่า ยังไงพ่อก็รักลูกมากที่สุด แม่ก็รักลูกมากที่สุด หัวใจของพ่อ แม่ ก็คือลูกคนเดียว

วันแรกที่แยกกันแล้ว พี่กลับมาบ้านมาเห็นสิ่งของของลูกและภรรยาก็ไม่อยู่ มีความคิดสักแว๊บไหมที่แบบไม่อยากอยู่แล้ว?
ครูรัก : วันแรกไม่คิด อยู่ไปเรื่อยๆ มันเริ่มแบบกัดกร่อนตรงที่ว่า เราได้รับการยอมรับว่าเราเก่ง เราช่วยคนนู้น คนนี้ เราสอนคนนู้น คนนี้ได้ แต่ตัวเองเอาไม่รอด แล้วมันเป็นเรื่องเบสิก เรื่องครอบครัว มันเหมือนกับว่าความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด เรารู้สึกว่าเราผิด สิ่งที่รู้สึกมากก็คือเราไม่น่าทำให้ลูกเราต้องเจอภาวะนี้ ไม่อยากให้เขาเป็นเด็กมีปัญหา เป็นเด็กบ้านแตก เราก็เก็บทุกอย่างมา รวมไปถึงช่วงนั้นเรื่องงาน เรื่องอะไร มันก็ล้มเหลวหลายเรื่องมาก ในจังหวะเดียวกัน มันก็เกิดความรู้สึกว่าเราเป็นคนไม่ได้เรื่อง เราเป็นคนห่วยแตก เราเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ล้มเหลวทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว แล้วมันก็วนลูปอยู่อย่างนี้ ความสงสารลูก ความอะไรต่างๆ มันก็เลยรู้สึกว่าเราไม่มีค่า ความภาคภูมิใจทั้งหมดก็หายไป พยายามโทรคุยกับพี่สาว พี่น้องว่าตอนนี้มันแย่มาก รู้สึกความภาคภูมิใจในตัวเองมันหายไปหมด ด้วยเรื่องนี้เรื่องเดียว ตอนนั้นก็คิดว่าถ้าเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้ไปมันก็คงไม่มีผลอะไร เราหายไปคงไม่มีใครมาเสียใจ ชีวิตมันก็แค่นี้ แต่พอคิดถึงลูกยังเล็ก มันก็เป็นจุดๆ นึงที่ทำให้เราสู้ต่อไป ถึงแม้เราแยกกันเราก็ต้องรับผิดชอบชีวิตเขา อันนั้นเป็นจุดหนึ่งที่เราต้องอยู่ ถึงแม้จะอยู่แบบไร้คุณค่า อยู่ไปก็ไม่เห็นรู้สึกว่าเราสำคัญ มันก็เป็นแบบนี้ไม่อยากทำไรเลย ไม่อยากจะลุกจากเตียง ซื้อหนังสือมาก็ไม่อยากอ่าน มันไม่มีแรงบันดาลใจ ตอนนั้นคาแร็กเตอร์เปลี่ยน ไปทำงานก็ไปแค่รับผิดชอบในหน้าที่ พอเลิกงานไปมันก็เป็นบ้านที่มืดๆ เงียบๆ จากเมื่อก่อนมีเสียงลูก ได้กินข้าวด้วยกัน ความคิดเราก็จะวนกลับมาอีกแล้วว่าเรามันไม่มีค่า จะอยู่ไปทำไม เราอยู่ไปเพื่ออะไร เพื่อใคร มันไม่มี เพื่อนโทรมาชวนไปเที่ยวเราก็ไม่ไป เริ่มรู้สึกแย่แล้ว ถ้าอยู่แบบนี้ เราก็พยายามเสิร์ตหาข้อมูลอาการแบบนี้อีกนิดนึงมันจะทำให้เคมีในสมองไม่สมดุล คราวนี้ไม่ใช่เรื่องใจแล้ว มันเป็นเรื่องกาย ต้องไปพบแพทย์ ต้องกินยาก็รู้สึกว่า เห้ย ไม่ควรแล้ว เราต้องหาอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจ ไม่งั้นอยู่อย่างนี้มันจะดิ่งลงๆ

ภาพจากอีจัน


มีโมเมนต์ไปง้อเมียให้กลับมาอยู่ด้วยกันไหม?
ครูรัก : ก็มันทำมาเต็มที่แล้ว ก่อนที่จะถึงจุดๆ นั้น มันก็อยากไปนะ แต่เหมือนกับว่าเขาไม่ค่อยอยากคุย อยากเจอ มันยังมีความกรุ่นอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเพราะตัวเราด้วย บางทีคิดว่าเขาอาจจะทนไม่ไหวแล้วเราไม่อยากไปฝืน เพราะฝืนไปก็เท่านั้นเหมือนเราเป็นคนเห็นแก่ตัว ที่ดึงเขามาอยู่ในจุดที่เขาเป็นทุกข์ มันก็เลยคิดว่า ถ้ามันคือความสุขของเขา มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วที่จะดึงเขากลับมา

ส่วนหนึ่งของความเศร้า พี่ยังรักภรรยาเก่าอยู่?
ครูรัก : ความรักมันก็ไม่เท่าเดิม มันจะมีบางช่วงที่เรารู้สึกว่าเรารักเขา แต่เขาไม่ได้รักเราแล้ว ซึ่งมันทุกข์มากเหมือนกัน เราก็พยายามคิดว่าถ้าเราไม่รักเขาเมื่อไหร่ มันก็จะเบาลงเมื่อนั้น

ภาพจากอีจัน


ถ้าเกิดมีผู้หญิงเข้ามาจีบพี่จะสนใจไหม?
ครูรัก : เขาคงเป็นผู้หญิงที่แปลกมาก คือตอนนี้คิดว่าเป็นเรื่องยากนะ ถ้าเราจะมีใครสักคนมาในจังหวะที่เรายังต้องรับภาระเรื่องครอบครัวของเรา แล้วก็ลูกเราก็ยังเล็ก ยังต้องการการโฟกัสเยอะ คนคนนั้นจะต้องมีความเข้าใจระดับซูปเปอร์แมน เพราะว่าส่วนใหญ่เราไม่สามารถทุ่มเทกับเขาได้ เรายังต้องโฟกัสเกี่ยวกับเรื่องลูก การให้เวลา การให้ทุนทรัพย์อะไรต่างๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีคนคนหนึ่งที่พร้อมจะเข้ามาหรือมีความเข้าใจ เพราะฉะนั้นไม่ควรเลยที่จะดึงใครเข้ามาอยู่ในวังวลความทุกข์ตรงนี้ ถ้าเกิดลูกเริ่มโตแล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
ค.คนรักวุ้น ม.เหมียววุ่นวาย
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
อยู่กับภาพยนตร์..จนก็ยอม
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
เดวิด อัศวนนท์ "อยู่วงการนี้ต้องเป็นคนหนังหนา"
แอ ภัทราริน  ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
แอ ภัทราริน ..ความรัก การงาน ความซื่อสัตย์ ..
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"
"ข้าคือชีวิต...I'm Alive"