ข่าว 8 พฤศจิกายน 2562 | 20:26 น.

สาววัย 17 ปี ร้องปวีณา หลังโดนหัวหน้าขืนใจ

เขียนโดย อีจัน
สาววัย 17 ปี ร้องปวีณา หลังโดนหัวหน้าขืนใจ

ปวีณา พาเด็กวัย 17 ปี ติดตามความคืบหน้าคดี ที่ สน.ปทุมวัน หลังโดนหัวหน้า รปภ.ข่มขืน พร้อมเสนอเงินปิดปาก

วันนี้ (8 พ.ย. 62) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พา น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมครอบครัวเพื่อติดตามคดี กรณีที่ถูก นายเอ็ม หัวหน้างานรักษาความปลอดภัยของบริษัท รปภ. ล่อลวงไปข่มขืนและข่มขู่ให้รับเงินเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี

ภาพจากอีจัน

 
จากการสอบถาม น.ส.เอ๋ เล่าว่า ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน เมื่อเรียนจบ ม.3 ได้มาเรียนต่อที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ แต่เรียนได้แค่ปีเศษ ทางบ้านก็ประสบปัญหาทางการเงินจึงต้องหยุดเรียน พี่สาวจึงชักชวนมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่บริษัทเดียวกัน แต่ต้องทำงานอยู่คนละที่ โดยพี่สาวอยู่ที่มักกะสัน ส่วนตนประจำอยู่ที่หัวลำโพงและพักอาศัยที่บ้านพักพนักงานย่านเดียวกัน

จนกระทั่งวันเกิดเหตุ (4 พ.ย. 62) นายเอ็ม หัวหน้างานบอกว่า จะต้องไปอบรมพนักงานที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และต้องนำลูกชายวัยขวบเศษไปด้วย นายเอ็ม จึงชักชวนให้ไปเลี้ยงลูกชาย โดยตนเห็นว่ามีเด็กไปด้วยจึงหลงเชื่อยอมตกลงไป แต่พอไปถึง นายเอ็มได้เลี้ยวรถเข้ารีสอร์ทแห่งหนึ่ง พร้อมเปิดห้องพักหนึ่งห้องและบอกกับตนว่า ให้ช่วยเลี้ยงลูกชายแล้วรออยู่ที่ห้องก่อน เพราะจะต้องไปจ่ายเงินให้พนักงานประจำหน่วยงานพื้นที่องครักษ์ ก่อนจะทิ้งตนให้อยู่กับลูกชายในห้อง จากนั้นไม่นานลูกชายของนายเอ็มก็ร้องไห้งอแง ตนพยายามปลอบแต่ก็ไม่เป็นผล จึงโทรให้ นายเอ็ม รีบกลับมาดูลูก เมื่อนายเอ็มกลับมาถึงก็ดูแลลูกจนหลับก่อน

หลังจากนั้น นายเอ็มได้เข้าไปอาบน้ำ ซึ่งระหว่างนั้นตนรู้สึกแปลกถึงท่าทีของ นายเอ็ม ตนจึงโทรหาเพื่อนชายที่อยู่ จ.อุตรดิตถ์ แต่ นายเอ็ม ไม่รู้ว่าตนโทรศัพท์อยู่ โดยเข้ามาคว้ามือถือของตนโยนไปที่นอน และใช้กำลังปลุกปล้ำตนจนสำเร็จความใคร่ พร้อมบอกกับตนว่า ห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกกับใครและยึดมือถือของตนไว้

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ทั้งนี้นางสาวเอ๋ เล่าอีกว่า ขณะเกิดเหตุ เพื่อนชายที่อยู่ในสายโทรศัพท์ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือและเสียงพูดของนายเอ็มตลอดเวลา ซึ่งเพื่อนชายดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปบอกแม่ว่าตนอยู่ในอันตราย แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แม่จึงโทรหาพี่สาวตนเพื่อให้ออกตามหา จากนั้น พี่สาวจึงได้โทรไปหา นายเอ็ม แต่นายเอ็มอ้างว่า ไม่รู้ว่าตนอยู่ไหน แต่พี่สาวได้ยินเสียงร้องของตนจึงขู่นายเอ็มว่าจะไปแจ้งความ นายเอ็ม จึงเสียงอ่อนลงเพราะกลัวมีความผิด พร้อมบอกว่า ไม่ต้องไปแจ้งความเดี๋ยวจะช่วยออกตามหาให้ หลังจากนั้นนายเอ็มก็รีบพาตนกับลูกชายขึ้นรถกลับเข้ากรุงเทพทันที

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ด้านพี่สาวของผู้เสียหายเล่าว่า หลังจากคุยโทรศัพท์กับนายเอ็มเสร็จ ตนได้รีบไปแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน หลังจากแจ้งความ น้องสาวได้โทรมาและเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ตนจึงพาน้องสาวกลับมาที่ สน. ปทุมวัน อีกครั้ง พร้อมกับพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวน้องสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน ปรากฏว่าวันต่อมา นายเอ็มก็ได้โทรมาคุยกับตน และบอกจะรับผิดชอบทุกอย่างโดยได้ยื่นข้อเสนอจะให้เงินใช้ ให้รถใช้ อยากได้เท่าไหร่บอกมา เป็นเงิน 1,000,000 บาท ก็พร้อมให้ เพียงแต่ต้องไปถอนแจ้งความเท่านั้น แต่ตนไม่ยอม ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ภาพจากอีจัน

ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับนายเอ็ม และจะติดตามเรื่องเงินเดือนของบริษัทที่จะ ต้องจ่ายให้กับผู้เสียหายและพี่สาวที่ได้ทำงานไปก่อนหน้านี้ โดยจะประสานทางกระทรวงแรงงานให้ได้รับความเป็นธรรมและจะพาผู้เสียหายเข้ารับความช่วยเหลือจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อรับเงินช่วยเหลืออีกทาง ส่วนเรื่องคดีต้องรอศาลอนุมัติหมายจับ เพื่อนำตัวนายเอ็ม มาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอุตุฯ เตือน! ฝนตกหนัก ช่วง 20-22 ก.ย. นี้
กรมอุตุฯ เตือน! ฝนตกหนัก ช่วง 20-22 ก.ย. นี้
น้องเชฟฟิลด์ ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ยังต้องการเลือด
น้องเชฟฟิลด์ ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ยังต้องการเลือด
รวบคากุฏิ! เจ้าอาวาสวัดดัง จ.ลำปาง เสพยาไอซ์
รวบคากุฏิ! เจ้าอาวาสวัดดัง จ.ลำปาง เสพยาไอซ์
ครอบครัว จุ๋ม นุสรา ฟ้องคิงเพาเวอร์ 300 ล้าน
ครอบครัว จุ๋ม นุสรา ฟ้องคิงเพาเวอร์ 300 ล้าน
คนขับแกร็บ เข้ามอบตัว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
คนขับแกร็บ เข้ามอบตัว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา