ข่าวอีจัน 26 เมษายน 2563 | 15:29 น.

มุมมองโควิดในสายตานักระบาดวิทยา

เขียนโดย อีจัน
มุมมองโควิดในสายตานักระบาดวิทยา

อาจารย์ด้านระบาดวิทยา เผยมุมมองโควิดในสายตานักระบาดวิทยา เผยเบื้องหลังพบ 42 ผู้ป่วยต่างด้าวในค่ายอพยพ ชม สธ.เร่งรักษา ป้องกันเชื้อถึงคนไทย

ศ.ดร.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อ Prof.Virasakdi Chongsuvivatwong ถึงการมอง COVID-19 ในสายตานักระบาดวิทยา ระบุว่า


ภาพจากอีจัน


“ ตามล่าหาโควิด สะกิดแผลเก่า
รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ COVID-19 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานสิบห้าราย กลายเป็น 53 ราย อย่างไม่คาดคิดมาก่อน
ในจำนวนนี้ 42 รายอยู่ในศูนย์กักกันคนต่างชาติที่เข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย เรื่องนี้ทำให้คนไทยรู้สึกไปต่าง ๆ กัน เช่น
• ที่ผ่านมามีการกลบเกลื่อนความจริงหรือเปล่า
• การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้โรคกลับมาระบาดอีกไหม
• ไปพบผู้ป่วยพวกนี้ได้อย่างไรกัน
• ต้องค้นหาผู้ป่วยในจุดต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกไหม
• แล้วจะทำอย่างไรกับคนต่างชาติที่เข้าเมืองผิดกฎหมายเหล่านี้

ที่ผ่านมาเป็นที่ยืนยันหลายต่อหลายครั้งครับ ว่าทางการไทยไม่เคยคิดจะปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลเลย เพียงแต่ว่าคุณหมอทั้งหลายต้องรายงานผลการตรวจหาผู้ป่วยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ และผู้ว่าแจ้งขึ้นไปทางนายกและเข้าสู่ ศบค. ผมไม่เคยได้ยินคุณหมอท่านใดบ่นเลยว่ามีความพยายามปกปิด เพียงแต่หลายครั้งท่านเหล่านั้นต้องชะงักตัดสินใจก่อนว่าถ้าสาธารณชนได้รับรู้ข่าวเหล่านั้นแล้วจะมีความรู้สึกอย่างไร และแล้วในที่สุดก็มีการเผชิญหน้าความจริงอย่างโปร่งใส สร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

จังหวัดสงขลาสร้างข่าวใหญ่เกี่ยวกับโควิดสองข่าวห่างกันไม่ถึงสัปดาห์
ข่าวแรกเป็นการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่หน่วยราชการแห่งหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวกับความมั่นคงมีการติดเชื้อในที่ทำงานแห่งหนึ่งและลามไปอีกแห่งหนึ่งด้วยรวม 8 ราย เจ้าหน้าที่อีก 31 คนตรวจไม่พบเชื้อแต่ก็ต้องกักตัว 14 วัน ล้างทำความสะอาดสำนักงาน และปิดทำงานไปอีกหลายวัน เรื่องนี้ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านผู้บัญชาการ ของมันพลาดกันได้ เราต้องยอมรับว่าเชื้อมันเก่งกว่าเรา มันเอาเราทีเผลอ

อีกข่าวหนึ่งสองสามวันต่อมา นักระบาดวิทยาทีมเดียวกันก็สืบสวนต่อไป ได้เบาะแสว่าเชื้ออาจจะมาจากผู้ต้องขังในศูนย์กักกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทีมสาธารณสุขในพื้นที่ก็เลยขออนุญาตลุยตรวจพบเชื้อพวกนี้อีก 42 ราย มีทั้งชาวอาเซียนด้วยกัน คือ มาเลเซีย พม่า เวียดนาม และ อินเดีย ปากีสถาน ตลอดจนเยเมน ข่าวนี้ชวนให้ผงะอยู่เหมือนกัน ยังตรวจไม่หมดครับ ชาวโรฮิงญาอีกมากกว่านี้ยังไม่ได้ตรวจ ต้องติดตามตอนต่อไป

ทั้งสองข่าวนี้ต้องชื่นชมความโปร่งใสของหน่วยราชการแห่งนั้น และทางสาธารณสุขที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ทำให้คนไทยทราบสถานการณ์ที่แท้จริงในเวลาอันรวดเร็ว

สองข่าวนี้จะบ่งชี้ไปในทิศทางว่าโควิดจะกลับมาระบาดหนักในไทยอีกไหม ผมคิดว่าน่าจะไม่ถึงขนาดนั้น ที่หน่วยราชการเราตรวจพบผู้สัมผัสติดเชื้อได้เร็ว หวังว่าโรคยังไม่กระจายไปกว้างนัก ส่วนที่ศูนย์กักกัน ตรวจพบค่อนข้างช้า อัตราตรวจพบเชื้อราว 80% ใกล้เคียงกับกลุ่มที่กลับจากอินโดนีเซียเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว แสดงว่าเชื้อแพร่ในกลุ่มนี้เกือบจะเต็มที่ แต่กลุ่มนี้ถูกกักบริเวณ น่าจะยังไม่ได้แพร่เชื้อออกมากนัก แต่ว่าก็ไม่แน่นะครับของมันพลาดกันได้ อีกหนึ่งสัปดาห์จะรู้ผล

คนที่ตรวจพบเชื้อเกือบทั้งหมดไม่มีอาการ แล้วสาธารณสุขไปตรวจพบได้อย่างไร
ทางภาษาวิชาการระบาดวิทยา เรียกว่าการสอบสวนโรคครับ ผู้ป่วยที่เป็นโรคระบาดทุกคนต้องมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบในพื้นที่ไปสอบสวน ณ โรงพยาบาล เพื่อให้ได้ข้อมูลว่าขณะนี้พักอยู่ที่ไหน ที่ผ่านมาไปติดต่อกับใครบ้าง ขอเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็จะไปเยี่ยมบ้านและที่ทำงาน และเยี่ยมผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย แล้วถามประวัติว่าไปไหนมาบ้าง ถามอาการ ตรวจร่างกายและตรวจหาเชื้อ ถ้าพบเชื้อก็รับมาแยกตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ถ้าไม่พบเชื้อก็ให้กักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วัน ภาษาอังกฤษเรียกกระบวนการนี้ว่า contact tracing

ระบบสาธารณสุขไทยทำ contact tracing เก่งมากครับ กรณีอย่างสนามมวยน้องหมอต่าง ๆ ตามไปจนทะลุปรุโปร่งได้ตัวผู้ติดเชื้อ และกักตัวได้ทั้งหมด ถึงแม้จะเดินทางกลับต่างจังหวัดไปก็ตามตัวจนได้ โรคจึงสงบ คราวนี้โป๊ะเชะไปเจอสองจุดใหญ่ในตำบลที่ตั้งเดียวกันก็ด้วยวิธี contact tracing อันชาญฉลาดของน้อง ๆ นี่แหละครับ

ในประเทศไทย contact tracing ที่ทางระบบสาธารณสุขทำเป็นเครื่องมือในการควบคุมโรคโควิดควบคู่กับ social distancing ที่ฝ่ายปกครองดำเนินการ สองวิธีนี้ได้ผลอย่างดีในรอบสองสามเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ยุโรปและอเมริกาไม่ทันได้ทำงานนี้ โดนโควิดเล่นงานจนงอก่องอขิง จำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำ contact tracing ไม่ไหว ได้แต่เรียกร้องหาเครื่องป้องกัน (PPE) ให้คุณหมอในโรงพยาบาล และเครื่องช่วยหายใจให้ผู้ป่วย จำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยก็ยังอยู่ในระดับที่พอรับมือได้อย่างที่เห็น ก็เพราะงานเชิงรุกของเราทำได้ดีกว่าเขา

นอกจาก contact tracing แล้ว สาธารณสุขยังมียุทธการปูพรมในบางกรณี เช่น การตรวจค้นบางพื้นที่ใน กทม. และล่าสุดในสาธารณสุขจังหวัดยะลาได้เบาะแสออกไปลุยปิดหมู่บ้านตรวจได้ผู้ติดเชื้อมาอีก 6 รายซึ่งน่าชื่นชมยิ่งครับ

แล้วทางสาธารณสุขจะทราบได้อย่างไรว่าควรจะไปลุยชุมชนไหน?
เขามีวิธีหาเบาะแสครับ ส่วนใหญ่ก็ต่อเนื่องจาก contact tracing นั่นแหละครับ ถ้าพบเบาะแสว่าชุมชนใดน่าจะมีกลุ่มเสี่ยงอยู่มาก ก็จะสนธิกำลังเข้าลุยค้นหาผู้ติดเชื้อมาบำบัด แต่วิธีการนี้ไม่ง่ายเลยครับ ต้องมีงานมวลชนที่ดีมาก

การออกไปลุยมีต้นทุนสูงกว่า contact tracing ธรรมดา ถ้าไม่มีเบาะแสที่ดีก็อาจจะคว้าน้ำเหลว เสียเงินทองและเสียเวลาไปมากแต่ไม่พบผู้ติดเชื้อ เพราะอัตราการติดเชื้อโดยไม่มีอาการในประเทศไทยในช่วงนี้ยังไม่สูงมาก ดังนั้นพวกผู้ใหญ่ในกระทรวงจะสั่งให้ใครไปลุยที่ไหนคิดให้ดีเสียก่อนนะครับ ปกติคนในพื้นที่หน้างานจะมีข้อมูลและเบาะแสดีกว่าคนส่วนกลางอยู่แล้ว ปล่อยเขาลุยให้กำลังใจสนับสนุนเขาทำตามที่เขาเห็นสมควรเถิดครับ

ประเด็นสุดท้าย คือ ชาวต่างชาติที่ติดเชื้อในศูนย์กักกัน ท่านรองรัฐมนตรีซึ่งดูแลกระทรวงสาธาฯ ให้หลักการที่น่ายกย่องว่าเราต้องรักษาทุกชีวิตตามมาตรฐานสาธารณสุขไทย

ท่านไม่ได้พูดถึงประเด็นการหลบหนี ซึ่งเรามีบทเรียนเกี่ยวกับโรฮิงญาและอูกุยมาแล้วว่าพยายามหลบหนีตลอดเวลา ส่งตัวกลับประเทศทางโน้นก็ไม่รับ ถ้าหลุดออกไปบางทีก็กลายเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์ในที่สุด ในกรณีนี้ถ้าหลุดออกไปมีโอกาสที่จะแพร่โรคร้ายกลับมาหาเรา เรื่องพวกนี้ทีมงานในพื้นที่กำลังหาทางแก้ปัญหาอยู่ เราต้องติดตามกันต่อไป

เรื่องผู้อพยพนี้บางทีต้องทำใจและให้เวลาเยียวยาปัญหาสังคมอันซับซ้อนของมนุษยชาติ ท่าทีที่เปิดเผย ให้คนอื่นมีส่วนรับรู้และช่วยเหลือร่วมมือจะทำให้ทุกอย่างค่อย ๆ ดีขึ้น

เมื่อ 60-70 ปีที่แล้ว ชาวจีนแผ่นดินใหญ่หลายล้านคน หนีข้ามมาฮ่องกงเพื่อจะออกสู่ประเทศที่สามโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย เมื่อจีนเปิดประเทศใหม่ ๆ ตอน 40 ปีที่แล้ว คนไทยเชื้อสายจีนไปเยี่ยมบ้านบรรพบุรุษก็ต้องซื้อขาวของเครื่องใช้ เช่น โทรทัศน์ มอเตอร์ไซด์ เข้าไปฝากญาติ ตอนนี้เป็นอย่างไรครับ ประเทศจีนไม่เพียงแต่ส่งมอเตอร์ไซด์มาขายไทย สินค้าไฮเทคก็ดี อีคอมเมิร์สก็ดี กลายเป็นของจีนไปมากมายแล้ว “เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง” ปีนี้ผลไม้ไทยราคาถูกเพราะอะไร ก็เพราะโควิดช่วยครับ ไม่งั้นจีนสั่งซื้อหมดเราจะก็จะต้องกินของแพงไปด้วย

เมื่อ 40 กว่า ปีทีแล้ว เขมรแตก เวียดนามแตก คนเวียดนามลอยเรือข้ามฝั่งมาไทยนับหมื่น ส่วนหนึ่งก็มาอยู่ที่ชายหาดสงขลานับพันคน ชาวกัมพูชาก็ต้องหนีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาอยู่ที่ศูนย์อพยพชายแดนฝั่งไทยนับแสน บัดเดี๋ยวนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจของสองประเทศนี้ก็ก้าวกระโดดในขณะที่ไทยกำลังล้มลุกคลุกคลาน อีกไม่ช้าเราก็อาจจะโดนเขาแซงไปแล้ว

เวลาได้ทำหน้าที่เยียวยาบาดแผลแห่งสงครามในอินโดจีน บทเพลงที่ว่า “สงครามอันยาวนาน จะสิ้นไปด้วยใจของคน” ได้รับการพิสูจน์แล้ว

กลับมาจากอดีตถึงปัจจุบัน โควิดสะกิดแผลเก่าทางสังคมทุกเรื่อง การสอบสวนโรคทำให้เห็นบาดแผลทางสังคมของชาติ ที่บางทีก็เปิดเผยไม่ได้ และบางที(อย่างกรณีศูนย์กักตัว) เราก็ควรเปิดเผยอย่างเต็มภาคภูมิ

ความเปิดเผย โปร่งใส คือ ความพัฒนาการทางสังคมไทย เหมือนแสงสว่างที่ไล่ปีศาจแห่งความมืดหรือความชั่วร้ายออกไป การเปิดเผยทำให้ทุกคนสบายใจและร่วมใจกันช่วยเหลือกันหาทางออก

สงครามกับโควิดซึ่งยังไม่รู้ว่าจะยาวนานเพียงไหน จะสิ้นไปด้วยใจของคน เหมือนสงครามเวียดนามไหมครับ
อ่านแล้วอย่าลืมส่งกำลังใจให้คุณหมอนักสอบสวนโรคในที่ต่าง ๆ ของประเทศด้วยนะครับ “


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มุมมองโควิดในสายตานักระบาดวิทยา
มุมมองโควิดในสายตานักระบาดวิทยา
รวมข่าว โควิด วันนี้ 15 มกราคม 2564
รวมข่าว โควิด วันนี้ 15 มกราคม 2564
กรมศิลปากร ตรวจสอบ หินเสมาโบราณ ยุคทวารวดี ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
กรมศิลปากร ตรวจสอบ หินเสมาโบราณ ยุคทวารวดี ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
จับ ตำรวจ จันทบุรี ฝ่า พรก. ฉุกเฉิน เล่นพนัน
จับ ตำรวจ จันทบุรี ฝ่า พรก. ฉุกเฉิน เล่นพนัน