ต่างประเทศ 2 มิถุนายน 2563 | 15:49 น.

ทรัมป์ปราศรัย ขู่ส่งทหารสหรัฐเข้าควบคุมเหตุประท้วง การเสียชีวิตของ “จอร์จ ฟลอยด์”

เขียนโดย อีจัน
ทรัมป์ปราศรัย ขู่ส่งทหารสหรัฐเข้าควบคุมเหตุประท้วง การเสียชีวิตของ “จอร์จ ฟลอยด์”

ทรัมป์ขู่ใช้ทหารเข้าแก้ไขปัญหา ปราบปรามการประท้วงเหตุ “จอร์จ ฟลอยด์” ที่ลุกลามทั่วประเทศสหรัฐฯ

(2 มิ.ย. 63) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ (1 มิ.ย. 63) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามการประท้วงซึ่งเกิดขึ้นทั่วประเทศ อันสืบเนื่องจากเหตุการณ์ของ จอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ชายผิวสีที่เสียชีวิตระหว่างถูกตำรวจจับกุมตัวที่เมืองมินนิแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐฯ


ภาพจากอีจัน

“หากเมืองหรือรัฐใดไม่ดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผมจะส่งทหารสหรัฐฯ เข้าไปแก้ปัญหาให้อย่างรวดเร็ว” ทรัมป์แถลงข่าวที่โรส การ์เดน (Rose Garden) ในทำเนียบขาว ซึ่งถือเป็นการปราศรัยครั้งแรกหลังฟลอยด์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 63

ทรัมป์ ระบุว่า เขาอาจใช้อำนาจตามความในกฎหมายปราบจลาจลปี 1807 (Insurrection Act of 1807) ที่สหรัฐฯ ไม่ได้นำมาใช้บ่อยนัก โดยกฎหมายนี้มอบอำนาจให้ประธานาธิบดีสามารถส่งกำลังทหารไปปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศได้ และทรัมป์ ยังระบุว่าเขาจะส่ง “ทหารติดอาวุธครบมือ บุคลากรทางการทหาร และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหลายพันคน” ออกปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ระหว่างที่เฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือทำเนียบขาว และเกิดความวุ่นวายขึ้นที่จัตุรัสลาฟาแยตต์ (Lafayette Square) ในบริเวณใกล้เคียง ทรัมป์ประกาศว่าเขาเป็น “ประธานาธิบดีของการรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยในสหรัฐฯ” และ “เป็นพันธมิตรของผู้ที่ประท้วงโดยสันติทุกคน” ขณะที่เขากล่าวปราศรัย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางสลายการชุมนุมบริเวณใกล้เคียงทำเนียบขาว

หลังจบการปราศรัย เจ้าหน้าที่ตำรวจลงควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่เพื่อเปิดทางให้ทรัมป์สามารถเดินข้ามถนนเอช สตรีต (H Street) ไปยังโบสถ์ เซนต์ จอห์น เอพิสโกพัล (St. John’s Episcopal Church) และร่วมถ่ายภาพกับเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งนี้ โบสถ์เซนต์ จอห์น เอพิสโกพัล อันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้รับความเสียหายบางส่วนจากการที่ผู้ประท้วงจุดไฟในบริเวณใกล้เคียงช่วงคืนวันอาทิตย์ (31 พ.ค. 63)

ขณะที่ แอนดรูว์ คัวโม (Andrew Cuomo) ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กออกมาประณามคำปราศรัยของทรัมป์ โดยไม่นานหลังจากนั้นเขาเข้าร่วมงานแถลงข่าวและกล่าวว่า “เรียกทหารสหรัฐฯ ออกมาเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง นั่นแหละจุดมุ่งหมายของการกระทำดังกล่าว น่าอับอายมาก น่าขายหน้าสิ้นดี”

และเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (1 มิ.ย. 63) มีรายงานระบุว่า ทรัมป์โต้เถียงกับผู้ว่าการรัฐทางโทรศัพท์เพื่อหารือเกี่ยวกับการจลาจลที่ยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง เขากล่าวว่าเหล่าผู้ว่าการรัฐนั้น “อ่อนแอ” และกระตุ้นให้พวกเขา “เข้าควบคุมสถานการณ์” เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรง

เคย์ลีห์ แมกอีแนนี (Kayleigh McEnany) เลขาธิการฝ่ายสื่อมวลชนของทำเทียบขาวระบุระหว่างการรายงานข่าวสั้นว่า คำว่า “เข้าควบคุม” ของทรัมป์หมายความถึงการรักษาความสงบบนท้องถนน ไม่ใช่เข้าควบคุมและจัดการกับผู้ประท้วง “ประธานาธิบดีระบุชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนท้องถนนในสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้” แมกอีแนนีกล่าว “เราจะไม่อดทนต่อความรุนแรง การปล้นทรัพย์ อนาธิปไตย และสถานการณ์ที่ไร้ซึ่งกฎหมาย”


ภาพจากอีจัน

ทั้งนี้ สหรัฐฯ บังคับใช้กฎเคอร์ฟิวช่วงกลางคืนตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไปตามเวลาท้องถิ่นของวันจันทร์และวันอังคาร (1-2 มิ.ย. 63) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ปราศรัย ขู่ส่งทหารสหรัฐเข้าควบคุมเหตุประท้วง การเสียชีวิตของ “จอร์จ ฟลอยด์”
ทรัมป์ปราศรัย ขู่ส่งทหารสหรัฐเข้าควบคุมเหตุประท้วง การเสียชีวิตของ “จอร์จ ฟลอยด์”
ทรัมป์ “ใส่แมสก์ออกสื่อครั้งแรก” หลังยืนกราน “ผมไม่คิดว่าต้องสวม”
ทรัมป์ “ใส่แมสก์ออกสื่อครั้งแรก” หลังยืนกราน “ผมไม่คิดว่าต้องสวม”
ทรัมป์ ยัน ไม่ออกคำสั่งสวมแมสก์ ชี้ อยากให้ ปชช. มีเสรีภาพ
ทรัมป์ ยัน ไม่ออกคำสั่งสวมแมสก์ ชี้ อยากให้ ปชช. มีเสรีภาพ
ทรัมป์ ทวีตข้อความ สวมหน้ากากเท่ากับ “รักชาติ”
ทรัมป์ ทวีตข้อความ สวมหน้ากากเท่ากับ “รักชาติ”
ทรัมป์ ชี้โควิด-19 ในสหรัฐฯ อาจแย่ลงก่อนแล้วค่อยดีขึ้น
ทรัมป์ ชี้โควิด-19 ในสหรัฐฯ อาจแย่ลงก่อนแล้วค่อยดีขึ้น