ข่าวทั่วไป 25 มิถุนายน 2563 | 17:07 น.

สธ. เตรียมแนวทาง Travel Bubble กับประเทศที่มีความเสี่ยงโควิด-19 ต่ำ

เขียนโดย อีจัน
สธ. เตรียมแนวทาง Travel Bubble กับประเทศที่มีความเสี่ยงโควิด-19 ต่ำ

กระทรวงสาธารณสุข คุมเข้มจับคู่ต่างชาติเดินทางเข้าไทย Travel Bubble ต้องตรวจหาเชื้อโควิด 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง

25 มิถุนายน 2563 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการประมวลสถานการณ์กระทรวงสาธารณสุข (MIU) กล่าวถึงข้อเสนอการเดินทางรูปแบบ Travel bubble ว่า ประเทศไทยได้มีมาตรการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ทำให้ขณะนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 31 วัน โดยมีการคัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศ การเฝ้าระวังทั้งในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) การเฝ้าระวังในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เรือนจำ คนขับรถรับจ้าง/สาธารณะ ตรวจแล้วเกือบ 1 แสนราย รวมทั้งในกลุ่มแรงงานต่างด้าว เช่น สมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 1 หมื่นคน ไม่พบผู้ติดเชื้อ และจะขยายไปจังหวัดต่าง ๆ เป้าหมาย 24,000 ราย รวมทั้งการเฝ้าระวังในชุมชนและกลุ่มเสี่ยง โดยอาสาสมัครสาธารณสุข

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างระบบเศรษฐกิจสังคม และประชาชนในประเทศปลอดภัย รัฐบาลได้มีนโยบายเตรียมจับคู่เดินทางระหว่างสองประเทศที่สามารถจัดการเรื่องโควิด-19 ได้ดีเท่า ๆ กัน (Travel Bubble) โดยมีหลักการคือประเทศที่มีเสี่ยงต่ำเป็นคู่ ๆ ไป เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กำหนดกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น นักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ ครูนานาชาติ และเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งจะต้องมีแผนการทำกิจกรรม หรือ Time line ที่จะทำในประเทศไทยที่ชัดเจน

ภาพจากอีจัน

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ได้กำหนดมาตรการในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ประเทศต้นทาง ผู้เดินทางต้องอยู่ในประเทศกลุ่ม Travel bubble ไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทาง ได้รับการตรวจคัดกรองโควิด-19 ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง ทำประกันภัยครอบคลุมการตรวจรักษาโควิด-19 และได้รับใบอนุญาตเดินทาง หรือ วีซ่า (Travel certificate/Visa) จากสถานทูตไทย

ขณะเดินทาง ต้องปฏิบัติตามแนวทางที่สายการบินกำหนด สวมหน้ากากตลอดเวลา ลด หรือ เลี่ยงการสัมผัสระหว่างผู้โดยสารด้วยกัน และลูกเรือ-ผู้โดยสาร เมื่ออยู่บนเครื่องหากมีอาการไอ จาม มีน้ำมูกจะต้องแยกโซนที่นั่งจากผู้โดยสารอื่น และลูกเรือมีชุด PPE

ภาพจากอีจัน

เมื่อมาถึงประเทศไทย กำหนดสนามบินที่กรุงเทพฯ หรือสัตหีบ แยกโซนไม่ปะปนกับผู้โดยสารภายในประเทศ มีคัดกรอง ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะต้องเพิ่มขีดความสามารถ/ความรวดเร็วของการตรวจ รวมทั้งผู้เดินทางเข้าทุกคนต้องมี Application DDCCare, หมอชนะ และใช้สมาร์ทโฟน ที่มีระบบ GPS/Bluetooth/4G เดินทางไปด้วยรถโรงแรมเท่านั้น ซึ่งต้องเป็นโรงแรม หรือที่พักที่ระบุไว้ ซึ่งควรแยกชั้นเฉพาะ มีระบบส่งต่อกับโรงพยาบาลคู่สัญญาดูแลรักษา เมื่อผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นลบจึงเดินทางไปทำกิจกรรมได้

ขณะอยู่ในประเทศไทย ต้องติดตามตัวได้ตลอด และสังเกตอาการตัวเองหากป่วยให้พบแพทย์ หรือโทรปรึกษาทางสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

“ขณะนี้มีหลายประเทศแสดงความสนใจ และมี 2 ประเทศที่ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการและระบุรายละเอียดการดำเนินงาน คือ จีน และญี่ปุ่น กระทรวงสาธารณสุข จะนำข้อเสนอของประเทศต่าง ๆ มาพิจารณาและเจรจากันเป็นคู่ประเทศ เพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อไป” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"แมทธิว" ย้อนเล่าวันที่รู้ว่าติดเชื้อโควิด...เป็นเรื่องช็อกที่สุดในชีวิต-ห่วงคนหายป่วยโดนสังคมรังเกียจ
"แมทธิว" ย้อนเล่าวันที่รู้ว่าติดเชื้อโควิด...เป็นเรื่องช็อกที่สุดในชีวิต-ห่วงคนหายป่วยโดนสังคมรังเกียจ
บิ๊กตู่ เผย ยังผ่อนคลายกิจกรรมบางสถานที่ 100% ไม่ได้ หวั่นโควิดระบาดซ้ำ
บิ๊กตู่ เผย ยังผ่อนคลายกิจกรรมบางสถานที่ 100% ไม่ได้ หวั่นโควิดระบาดซ้ำ
ศบค.แถลง วันนี้ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1  ราย มาจากประเทศฟิลิปปินส์
ศบค.แถลง วันนี้ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย มาจากประเทศฟิลิปปินส์
บราซิลยังแย่! ติดเชื้อวันเดียวกว่า 40,131  คน ยอดรวม 1.1 ล้านคน
บราซิลยังแย่! ติดเชื้อวันเดียวกว่า 40,131 คน ยอดรวม 1.1 ล้านคน
ทั่วโลกวิกฤต ติดเชื้อโควิด19 เกือบทะลุ 10 ล้านคน ติดเชื้อวันละ 1 แสนคน
ทั่วโลกวิกฤต ติดเชื้อโควิด19 เกือบทะลุ 10 ล้านคน ติดเชื้อวันละ 1 แสนคน