คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลดโทษคดีโมนา อดีตนางงาม ฆ่าฝังดินน้องน้ำ เหลือจำคุก 20 ปี

เปิดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษาเเก้ คดีเหี้ยม! โมนาฆ่าฝังดินน้องน้ำ จากจำคุกตลอดชีวิต เหลือจำคุก 20 ปี
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลดโทษคดีโมนา อดีตนางงาม ฆ่าฝังดินน้องน้ำ เหลือจำคุก 20 ปี

วันนี้ (6 ต.ค.63) ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำพิพากษา คดีที่อัยการยื่นฟ้อง น.ส.กฤษณา สุวรรณพิทักษ์ อายุ 47 ปี หรือโมนา อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม จ.เพชรบุรี จำเลยที่ 1 เเละ น.ส.ปรารถนา ท้วมทรัพย์ อายุ 35 ปี จำเลยที่ 2 และนายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ อายุ 47 ปี จำเลยที่ 3 ฐานฆ่าผู้อื่นฯ ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง

ภาพจากอีจัน



คดีนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2555 โมนา ได้พา น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือ "น้องน้ำ" อายุ 16 ปี มาทำงานรับใช้ในบ้านที่จังหวัดเพชรบุรี โมนา มักตีน้องน้ำเสมอ เมื่อไม่พอใจ กระทั่งวันที่ 11 เม.ย.55 โมนาได้ใช้กระป๋องสเปรย์ทุบศีรษะน้องน้ำหลายครั้ง และใช้ที่หนีบผมขณะที่ยังมีความร้อนจี้ตามลำตัวจนน้องน้ำได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากนั้น น้องน้ำถูกส่งตัวมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 12 เมษายน 2555 โมนาจึงนำศพใส่ท้ายรถเดินทางไปที่จังหวัดเพชรบุรี โดยมีปราโมทย์ เเละปรารถนา จำเลยที่ 2 และ 3 ช่วยกันนำศพน้องน้ำไปฝังดินไว้ใต้ต้นตาลข้างบ้านพัก ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี

ด้านเเม่ของน้องน้ำ หลังลูกหายไป จึงไปร้องมูลนิธิปวีณา หงสกุล เบาะเเสสุดท้ายที่รู้คือลูกไปทำงานที่บ้านของโมนา เเละขอให้โมนาเข้ามาให้ปากคำกับตำรวจ เเต่โมนาไม่ยอมมาหาตำรวจ

คดีนี้กระจ่างเพราะ ลูกเเท้ๆของโมนา เพราะลูกสาวโมนาให้เบาะเเส ตำรวจ ว่า น้องน้ำเสียชีวิตเเล้ว ที่ผ่านมาเเม่ตี น้องน้ำตลอด ล่ามไว้ที่ระเบียงคอนโด ไม่ให้กินข้าว กินน้ำ เอากระป๋องสเปรย์ทุบหัวน้องน้ำ ขนศพใส่หลังรถ เอาไปฝังที่บ้านเพชรบุรี



คดีนี้เมื่อปี 2562 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก น.ส.กฤษณา หรือโมนา จำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตปรับ 1 ล้านบาทเศษ จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 1 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 ไว้ 1 ปี


วันนี้ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว จำเลยที่ 1-2 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพยานเบิกความว่าจำเลยที่ 1 มีอารมณ์ร้าย เคยมีชาวพม่ามาทำงานรับใช้แล้วถูกทำร้าย 2 คน ก่อนออกไป โดยเห็นจำเลยที่ 1 ใช้กระป๋องสเปรย์ตีผู้ตาย ภายหลังได้เรียกให้พยานดูผู้ตายเสียชีวิตในครัว พบร่างกายมีรอยไหม้ พยานเห็นจำเลยทั้งสามนำศพผู้ตายไปฝัง และมีพยานอีกรายเห็นจำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตาย เมื่อมีการนำศพไปขอให้วัดเผาศพ วัดไม่เผาให้เนื่องจากไม่มีใบมรณบัตร ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความเชื่อมโยงกันเป็นขั้นตอนเกี่ยวกับการทำร้ายผู้ตาย การขอเผาศพ และฝังศพสอดคล้องกัน ไม่มีเหตุโกรธเคืองปรักปรำจำเลย เชื่อว่าเบิกความไปตามความจริง

ส่วนที่จำเลยที่ 1 อ้างไม่ได้ทำร้ายผู้ตาย แต่ผู้ตายหนีหายไปนั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การนี้ในชั้นสอบสวน โดยให้การว่าผู้ตายเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ และจำเลยที่ 1-2 ให้การซัดทอดกันไปมาว่าอีกฝ่ายทำร้าย จึงเป็นการอ้างเลื่อนลอย ไม่หักล้างพยานหลักฐานโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสามนำศพไปฝัง จากการตรวจกระดูกผู้ตาย พบกระดูกกรามหลุด แตกหักก่อนตาย จากการถูกตีศีรษะรุนแรง และไม่นำส่งโรงพยาบาล จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นถึงแก่ความตาย มีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนา จำเลยที่ 2 ผู้ฝังศพ ย่อมมีความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญา ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย แต่เห็นว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 1 หนักเกินไป จึงแก้ไขให้เหมาะสม

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโทษจำเลยที่ 2-3 เหมาะสมแล้ว การปกปิดการตายช่วยจำเลยที่ 1 ให้ไม่รับโทษ ทำให้เเม่ของผู้ตายทุกข์ทรมาน ถึงแม้จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน และจำเลยที่ 3 ชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ก็ไม่มีเหตุรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.กฤษณา หรือโมนา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วน น.ส.ปรารถนา และนายปราโมทย์ จำเลยที่ 2-3 โทษเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (จำคุก 1 ปี 4 เดือน และ 1 ปี)

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ด้านนางจันทิรา ศรีศักดิ์ อายุ 51 ปี แม่ของน้องน้ำ เปิดใจว่า เคารพคำพิพากษาของศาล แต่โดยส่วนตัวคิดว่า การลดโทษนั้นมากเกินไป ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ โจทก์จะยื่นฎีกาต่อหรือไม่นั้น จะมีการปรึกษากับทนาย และรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co