ย้ำ! ต่างด้าว 3 สัญชาติ ต้องขอใบอนุญาตทำงานภายใน 31 ต.ค. นี้

ก.แรงงาน ย้ำ ต่างด้าว 3 สัญชาติ ต้องขอใบอนุญาตทำงานภายใน 31 ต.ค.2563 พ้นกำหนดเจอปรับสูงสุด 1 แสน
ย้ำ! ต่างด้าว 3 สัญชาติ ต้องขอใบอนุญาตทำงานภายใน 31 ต.ค. นี้

8 ต.ค. 63 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ย้ำ แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) 4 กลุ่ม ที่เคยมีใบอนุญาตทำงาน แต่การอนุญาตสิ้นสุด และยังอยู่ในราชอาณาจักร ให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว และให้ทำงานได้เป็นการเฉพาะ ต้องรีบดำเนินการยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ต.ค. 63 เพื่อไปดำเนินการขั้นตอนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป หากพ้นกำหนด พบจ้างคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน มีโทษปรับสูงสุด 100,000 บาท

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในประเทศไทยคลี่คลายลง

และเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานของนายจ้าง สถานประกอบการ ที่มีความจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าวในการดำเนินกิจการ คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบมาตรการผ่อนปรนตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 63 เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านกำลังแรงงานในการฟื้นฟูประเทศ และเป็นการลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่มาจากคนต่างด้าวรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาการยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานแล้ว

ภาพจากอีจัน


นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ขอย้ำเตือนให้ นายจ้าง สถานประกอบการ ที่มีแรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 63 ได้แก่

กลุ่มที่ 1) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลง MoU ซึ่งครบวาระการจ้างงาน 4 ปี

กลุ่มที่ 2) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ถือเอกสารประจำตัวได้แก่ หนังสือเดินทาง (Passport : PP) เอกสารเดินทาง (TD) เอกสารรับรองบุคคล (CI) ที่ใบอนุญาตทำงานและการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดในช่วงตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 62 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 63 แต่ไม่ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 62

กลุ่มที่ 3) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลง MoU ที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 50 มาตรา 53 หรือมาตรา 55 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่น ออกจากนายจ้างรายเดิม แต่หานายจ้างรายใหม่ไม่ได้ภายใน 30 วัน เป็นต้น

กลุ่มที่ 4) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาและเมียนมา ที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป - กลับ หรือตามฤดูกาล โดยใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) ตามความตกลงว่าด้วยการข้ามแดน ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ ซึ่งครบวาระการจ้างงาน และการอนุญาตให้พำนักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุด รีบมาดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน ภายในวันที่ 31 ต.ค. 63 และไปดำเนินการขั้นตอนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้สามารถอยู่และทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ด้าน อธิบดีกรมการจัดหางาน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการว่า แรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ 1 – 3 ต้องยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ ภายในวันที่ 31 ต.ค. 63

ซึ่งใบอนุญาตทำงานจะสามารถใช้ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พ.ย. 63 – 31 มี.ค. 65 หลังจากนั้นคนต่างด้าวต้องตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลของรัฐที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (กรณีไม่มีประกันสังคม) และยื่นขอรับการตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป (Visa) กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายในวันที่ 31 ม.ค. 64

และขั้นตอนสุดท้ายคือ การจัดทำ ปรับปรุงทะเบียนประวัติ ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ที่มีใบอนุญาตทำงานด้านหลังบัตร กับกรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 64 - 31 มี.ค. 64

ส่วนคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาลบริเวณชายแดน ที่ถือบัตรบัตรผ่านแดน (Border Pass) อธิบดีกรมการจัดหางาน เผยว่า

ต้องยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด ภายในวันที่ 31 ต.ค. 63 และคนต่างด้าวต้องตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพ (กรณีไม่มีประกันสังคม) ภายในวันที่ 31 ม.ค. 64 โดยใบอนุญาตทำงานมีอายุครั้งละ 3 เดือน แต่สามารถขอต่อเนื่องได้ไม่เกินวันที่ 31 มี.ค. 65

ซึ่งข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2563 พบว่า แรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ได้ขอรับใบอนุญาตทำงานไปแล้วทั้งสิ้น 61,193 คน โดยแยกเป็นสัญชาติ กัมพูชา 17,463 คน ลาว 3,517 คน และเมียนมา 40,213 คน

หากพ้นกำหนดระยะเวลาการดำเนินการดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบ แรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกผลักดันกลับประเทศ ส่วนนายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน

และถ้ายังพบกระทำผิดซ้ำจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี

No stories found.
!<-- Anymind Script -->
อีจัน
www.ejan.co