หลอกลวง 10 ตุลาคม 2563 | 15:46 น.

หนุ่มสุดซวย! ถูกหลอกขอเลขบัญชี ใช้โกงเงินคนอื่น

เขียนโดย อีจัน
หนุ่มสุดซวย! ถูกหลอกขอเลขบัญชี ใช้โกงเงินคนอื่น

หนุ่มไลน์แมนเป็นงง? ถูกหลอกขอเลขบัญชี สุดท้ายตกเป็นผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงหลายคดี

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหนุ่มแกร็บคาร์ เข้าแจ้งความถูกผู้โดยสารหลอกใช้บัญชีโอนเงิน อ้างไม่มีเงินสด ให้เพื่อนโอนจ่ายค่าโดยสาร แต่สุดท้ายกลับถูกใช้บัญชีธนาคารไปหลอกขายพระเครื่องทางออนไลน์ จนภายหลังถูกผู้เสียหายตามทวงเงินคืนกว่า 35,000 บาท ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นหนุ่มแกร็บรายนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน

ล่าสุด วันที่ 10 ต.ค.63 เมื่อเวลา 10.00 น. ทีมข่าวอีจันรายงานว่านายณัฐวัฒน์ สายงาม อายุ 26 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์บริการไลน์แมนในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ถูกมิจฉาชีพหลอกใช้บัญชีธนาคารของตนเองเป็นที่พักเงินจากการหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์ให้กับผู้เสียหายหลายราย โดยไม่ได้ส่งสินค้าไปให้ลูกค้าจริง จนทำให้ตัวเองถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีในท้องที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.พิษณุโลก แล้ว 2คดี เพราะเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายโอนเงินมาให้

ภาพจากอีจัน

โดยการะบวนการนี้มีขั้นตอนฉาบโฉยง่ายดาย นายณัฐวัฒน์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา มีลูกค้าเรียกใช้บริการผ่านแอพลิเคชัน ให้ไปรับอาหารจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้สั่งแจ้งให้นำอาหารไปส่งให้ลูกน้องที่บริเวณหน้าร้านค้าปลีก แยกหนองควาย อ.หางดง

หลังจากตนเองกดรับงานแล้ว ลูกค้ารายนี้ได้โทรศัพท์มาหา เสียงเป็นชายคล้ายกับผู้สูงอายุ บอกว่าจะขอฝากเงินไปให้กับลูกน้องและจะให้ค่าเสียเวลาเพิ่ม พร้อมขอหมายเลขบัญชี ตนเองจึงบอกไปว่าให้โอนผ่านพร้อมเพย์ แต่ชายคนดังกล่าวอ้างว่าไม่รู้จักพร้อมเพย์ ตนจึงให้หมายเลขบัญชีส่วนตัวไป จากนั้นไม่นานได้มีเงินโอนเข้ามาจำนวน 2,800 บาท ระหว่างทางตนเองจึงแวะถอนเงินออกมาและได้นำไปให้ชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 30 - 35 ปี ที่หน้าร้านค้าปลีก บริเวณแยกหนองควาย อ.หางดง ตามที่แจ้งมา โดยหักค่าอาหารและค่าบริการรวม 400 บาท ที่เหลือ 2,400 บาท ได้ส่งมอบให้กับชายคนดังกล่าว

ภาพจากอีจัน


ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค. ชายคนเดิมได้โทรศัพท์มาหาอีก บอกว่าจะจ้างให้ไปรับเนื้อหมูจากลูกน้องบริเวณหน้าค้าปลีกจุดเดิม ให้นำไปส่งในตัวเมือง ครั้งนี้ไม่ได้ใช้บริการผ่านแอพลิเคชันอีก แต่โทรศัพท์มาหาโดยตรง แต่ตนก็ไม่ได้ตกลงรับงาน ปรากฏว่าช่วงค่ำวันเดียวกันกลับมีเงินโอนเข้าบัญชีของตนเองเป็นเงิน 3,340 บาท มาจากเจ้าของบัญชีชื่อ น.ส.สุรภา ชื่อบัญชีเดียวกับที่โอนมาวันแรก ตนเห็นเงินเข้ามา จึงรีบไปถอนเงินออกมาและรีบไปที่หน้าร้านค้าปลีกที่จุดเดิมเพราะกลัวจะมีปัญหา และ ได้พบกับชายคนเดิม ซึ่งชายดังกล่าวอ้างว่าไม่มีเนื้อหมูให้ไปส่ง ตนเองจึงเอาเงินที่โอนมาให้กับชายคนดังกล่าวไป โดยได้รับค่าเสียเวลาเป็นเงิน 340 บาท

จากนั้นวันที่ 14 ก.ค. ชายคนเดิมได้โทรศัพท์มาหาอีก จ้างให้ไปรับพระเครื่องที่ลูกน้องคนเดิมที่จุดเดิม พร้อมโอนเงินมาให้ ฝากเงินไปให้ลูกน้อง 5,700 บาท เมื่อไปถึงชายที่ถูกระบุว่าเป็นลูกน้องได้มอบพระเครื่องให้ 1 องค์ โดยบอกว่าขอฝากไว้ก่อน และ เงินค่าจ้างอีก 250 บาท ขณะที่ตนเองก็ได้ถอนเงินมอบให้ทั้งหมด

ภาพจากอีจัน

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 14 – 17 ก.ค. ได้มีเงินโอนเข้ามาอีกวันละหลายครั้ง โดยชายดังกล่าวได้ใช้บริการแกร็บเอ๊กซเพรส ให้นำพระเครื่องอีกหลายองค์ให้นำมาฝากไว้ที่ตนเอง และขอให้ตนเองถอนเงินให้มอบกับแกร็บเอ๊กซ์เพรส ทุกครั้งชายดังกล่าวจะให้ค่าเสียเวลาครั้งละ 200-300 โดยอ้างว่าอยู่ต่างจังหวัด หรือ ติดธุระ จึงเริ่มเอะใจว่าไม่ปกติ แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร

ต่อมาวันที่ 20 ก.ค. พบว่าบัญชีธนาคารของตนเองใช้งานไม่ได้ จึงติดต่อสอบถามไปที่ธนาคาร ทำให้ทราบว่าบัญชีถูกอายัด เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีโทรศัพท์จากผู้เสียหายโทรมาจากจังหวัดพิษณุโลกเพื่อทวงเงินคืน 6,400 บาท ทำให้ทราบความจริงว่าถูกมิจฉาชีพหลอกใช้บัญชีธนาคาร ซึ่งผู้เสียหายบอกว่าได้ติดต่อซื้อโซฟาทางออนไลน์ และ ได้โอนเงินเข้าบัญชีของตนเอง แต่สุดท้ายไม่ได้รับสินค้า จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ จ.พิษณุโลก และขอให้ทางธนาคารอายัดบัญชี

นอกจากผู้เสียหายที่จังหวัดพิษณุโลก ยังได้รับการติดต่อจากผู้เสียหายที่จังหวัดอุตรดิตถ์ทวงเงินหลายพันบาท ซึ่งรายนี้ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ตนเองจึงได้ชี้แจงให้ผู้เสียหายทราบ ก่อนนำหลักฐานการโอนเงินทั้งหมดเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมออกติดตามหาเบาะแสคนร้ายด้วยตัวเอง จนได้ภาพชายที่ทำหน้าที่รับเงินจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญ ซึ่งได้นำไปมอบให้กับตำรวจในท้องที่ที่แจ้งความไว้ แต่ก็ได้รับแจ้งว่าไม่มีอำนาจดำเนินการ

ภาพจากอีจัน


นายณัฐวัฒน์ บอกว่า จากการตรวจสอบรายงานเดินบัญชี พบว่าสองวันแรกเงินโอนมาจากคน ๆ เดียวกัน ส่วนหลังจากนั้นมาจากหลายบัญชี รวมทั้งหมด 18 ครั้ง รวมทั้งหมด 50,840 บาท โดยเชื่อว่าทั้งหมดจะโอนมาจากเหยื่อที่ถูกหลอกขายสินค้าและเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง ทำให้ตอนนี้ตนเองต้องทุกข์ใจอย่างหนัก

ภาพจากอีจัน

ส่วนเหตุที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวกับสื่อมวลชน ก็เพราะต้องการแสดงหลักฐานเพื่อความบริสุทธิ์ใจ และ ขอให้สื่อช่วยแฉพฤติกรรมเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยเพื่อนร่วมอาชีพได้รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพเพียงเพราะค่าจ้างไม่กี่ร้อยบาท ส่วนในเรื่องคดีที่ถูกแจ้งความ ก็พร้อมจะนำหลักฐานทุกอย่างให้การกับตำรวจ แต่ล่าสุดโชคดีที่ผู้เสียหายเข้าใจไม่ติดใตเอาเรื่องทั้งสองคดี ส่วนหลังจากนี้ก็ต้องลุ้นต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระบุได้รับรายงานถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้แล้ว และ ได้สั่งการให้ทุกโรงพักตรวจสอบข้อมูลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด พร้อมแนะนำผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้เข้าแจ้งความ เพื่อเริ่มต้นการสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอน

กลโกงง่ายดายอย่าไว้ใจใครง่ายๆ บางทีเราคิดว่าไม่มีอะไร แต่มันอาจทำให้เราเดือดร้อนได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภัยสังคม ! ขบวนการต้มตุ๋น หลอกเหยื่อ ใช้บัตรปชช.ซื้อมือถือ
ภัยสังคม ! ขบวนการต้มตุ๋น หลอกเหยื่อ ใช้บัตรปชช.ซื้อมือถือ
กองปราบ ตามรวบ สาวนักต้มตุ๋น ตามหมายจับมากถึง 8 หมาย !
กองปราบ ตามรวบ สาวนักต้มตุ๋น ตามหมายจับมากถึง 8 หมาย !
รวบ แก๊งสาธุ ปลอมเป็นพระ หลอก เรี่ยไรเงินบริจาค ชาวภูเก็ต ผู้ศรัทธา
รวบ แก๊งสาธุ ปลอมเป็นพระ หลอก เรี่ยไรเงินบริจาค ชาวภูเก็ต ผู้ศรัทธา