ตร.ข้องใจ ขอนำร่างเหยื่อไฟไหม้ถังสารเคมี ชันสูตรอีกครั้ง

ตำรวจ ขอนำร่างเหยื่อที่เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ถังสารเคมีที่ระยองชันสูตรอีกครั้ง หลังข้องใจสาเหตุการเสียชีวิต ว่าเกิดจากตกที่สูง สำลักควัน หรือมีสารเคมีในร่างกันแน่

จากเหตุการณ์สุดระทึกขวัญ ที่ถังบรรจุสารเคมีของ บริษัท มาบตาพุดแทงค์ เทอร์มินอล จำกัด เกิดเพลิงไหม้และระเบิดอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 รายและเสียชีวิต 1 ราย คือ นายนพพร เรือนมา อายุ 33 ปี  

และญาติได้นำร่างของผู้เสียชีวิตออกจากโรงพยาบาลระยอง เพื่อจะกลับไปทำพิธีทางศาสนา ที่บ้านเกิด จ.เชียงราย โดยรถตู้ของมูลนิธิฯ ได้บรรทุกศพพร้อมออกเดินทางตั้งแต่เวลา 15.30 น. วานนี้นั้น 

ล่าสุด วันที่ 11 พ.ค. 67 มีรายงานว่า ทางคนขับรถตู้บรรทุกศพได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจระยอง ให้รีบนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปยังโรงพยาบาลตำรวจเพื่อทำการชันสูตร ซึ่งขณะนั้นรถได้เดินทางไปถึง จ.อ่างทอง แล้ว ทางคนขับก็ได้ปรึกษากับญาติของผู้เสียชีวิตที่นั่งมาด้วยและยังมีญาติที่ขับรถปิ๊กอัพใส่ทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตตามมาอีกหนึ่งคัน แต่ในที่สุดก็ต้องวกรถกลับไปที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ตามที่ตำรวจได้แจ้งมาโดยญาติก็ต้องตามไปด้วยเช่นกัน 

ด้านพล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งกำชับให้  พ.ต.อ. ปัญญา ดำเล็ก ผกก.สภ.มาบตาพุด ใช้ความละเอียดรอบคอบ เพราะการตรวจสอบหลักฐานรายละเอียดต่างๆ ทางคดีต้องผ่านจากนิติเวช ซึ่งสภาพศพในบางครั้งการเห็นด้วยตาเพียงภายนอกไม่ได้หมายความว่าภายในจะไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ซึ่งหากมีการเผาศพไปแล้วจะทำให้ยากต่อการตรวจสอบ การชันสูตรไว้อย่างละเอียดรอบคอบทำตามขั้นตอนก็เพื่อให้คดีมีความรัดกุมที่สุด 

โดยเช้าวันนี้ เวลา 09.20 น. ร่างของผู้เสียชีวิตได้อยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว โดยผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลระยองนั้นมีเพียงใบชันสูตรศพที่ระบุว่า สาเหตุของการเสียชีวิตนั้น คือ การตกจากที่สูง แต่ตำรวจสงสัยว่าอาจจะมีการสำลักควันจนเสียชีวิต หรือ มีสารเคมีอะไรในร่างกายจนทำให้เสียชีวิตก่อน แล้วจากนั้นจึงตกลงมาจากแท้งค์สารเคมีหรือไม่