AD

วัณโรคหลังโพรงจมูกคืออะไร

วัณโรคหลังโพรงจมูกคืออะไร
AD

สืบเนื่องจากกรณีการเสียชีวิตของนางสาวน้ำตาล - บุตรศรัณย์ ทองชิว เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลขออนุญาตพ่อแม่ของน้ำตาล ส่องกล้องดูบริเวณหลังโพรงจมูก และพบบริเวณเยื่อบุหลังโพรงจมูกมีสีผิดปกติ ขนาดประมาณ 0.5 – 1 ซม. จึงตัดชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าวนำมาตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาหาสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งระหว่างตัดชิ้นเนื้อพบมีเลือดไหลออกมา

คณะแพทย์บอกว่าจากย้อมชิ้นเนื้อพบว่าเข้าได้กับโรควัณโรคแต่ไม่พบเชื้อ จึงทำการตรวจอีกวิธีหนึ่งที่เรียกว่า PCR (Polymerase Chain Reaction) คือ การตรวจหา DNA ของเชื้อวัณโรค ได้ผลเป็นบวก (positive) ผลการตรวจ PCR ดังกล่าว และผลการตรวจชิ้นเนื้อจึงบ่งชี้ว่ามีเชื้อวัณโรคหลังโพรงจมูก

ภาพจากอีจัน
แพทย์ด้านอายุรกรรมของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งให้ข้อมูลประกอบว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าเชื้อวัณโรคหลังโพรงจมูก ก็คือ โรควัณโรค หรือ โรคทีบี(TB) ฉะนั้นกรณีของน้องน้ำตาลความหมายที่ทำให้เข้าใจง่ายๆคือหลังตรวจชิ้นเนื้อ คือพบเชื้อวัณโรคบริเวณหลังโพรงจมูก ซึ่งเชื้อวัณโรคนี้หากไปก่อให้ เกิดพยาธิสภาพบริเวณเยื่อบุโพรงจมูก และหากทำให้เกิดพยาธิสภาพต่อหลอดเลือดบริเวณข้างเคียง ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดเกิดการฉีกขาดส่งผลให้เกิดเลือดออกจากบริเวณดังกล่าวได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยบางคนที่ติดเชื้อวัณโรคที่พบบ่อยที่สุดคือปอด แต่ก็สามารถพบผู้ป่วยติดเชื้อดังกล่าวที่ส่วนอื่นของร่างกายได้เช่น กระดูก ต่อมน้ำเหลือง และสมอง
เช่นเดียวกับ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า เชื้อวัณโรคหลังโพรงจมูกมีโอกาสติดต่อกันได้น้อย จากสถิติของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2560 พบคนไทยเป็นวัณโรคประมาณ 80,000 คน จากประชากร 69 ล้านคน โดยร้อยละ 83 จะตรวจพบที่ปอด ร้อยละ 17 ตรวจพบนอกปอด สำหรับวัณโรคหลังโพรงจมูกพบได้น้อยกว่าร้อยละ 1 ของวัณโรคที่พบนอกปอด อีกทั้งวัณโรคสามารถเป็นได้ตามอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย สำหรับวัณโรคหลังโพรงจมูกรายงานทางการแพทย์ทั่วโลกพบว่า ผู้ป่วย 1 ใน 3 อาจไม่มีอาการใด ๆ และประมาณร้อยละ 70มีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หรือมีก้อนบริเวณหลังโพรงจมูก การวินิจฉัยวัณโรคหลังโพรงจมูกจึงมักได้จากการตรวจชิ้นเนื้อที่ก้อนหรือต่อมน้ำเหลือง
ภาพจากอีจัน
ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ระบุอีกว่าอุบัติการณ์ของวัณโรคในประเทศไทยยังไม่ลดลง สามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และสามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายอวัยวะเพราะฉะนั้นควรตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี หากพบสิ่งผิดปกติใด ๆ จำต้องสืบค้นจนพบสาเหตุของความผิดปกตินั้นแม้การตรวจร่างกายจะปกติ แต่หากมีอาการผิดปกติระยะเวลาหนึ่ง เช่น น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำ ๆ คลำได้ก้อนผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ.
AD
AD
No stories found.
อีจัน
www.ejan.co