หนีไม่รอด! รวบ “โด้โพธิ์ปั้น” ผู้ต้องหาบัญชีม้า เล็งปืนใส่ ตร.ที่เข้าจับกุม

สืบนครบาล รวบ “โด้โพธิ์ปั้น” ผู้ต้องหาบัญชีม้า พบยาเสพติด อาวุธปืน กระสุน หลังก่อเหตุเล็งปืนใส่เจ้าหน้าที่ชุดจับเปิดทางหนี

ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้เร่งรัดปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในปัจจุบันสถิติอาชญากรรมที่มีการใช้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนก่อเหตุอาชญากรรม มีเป็นจำนวนมาก

วันที่ 14 พ.ค.67 เจ้าหน้าที่กก.สส.2 สืบนครบาล ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 คน ได้แก่

1.นายธีรพลหรือโด้ อายุ 30 ปี  ที่ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร   ผู้ต้องหาตาม หมายจับศาลอาญาที่ จ.3912/2567 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ซึ่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค.67 เวลาประมาณ 19.30 น. ขณะเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ทำการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เล็งอาวุธปืนใส่เจ้าหน้า เพื่อเปิดทางหลบหนีไป นั้น

2.นางสาวปภาดา อายุ 46 ปี อายุ 46 ปี  ที่แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

3.นางสาวธนาวรรณ อายุ 36 ปี ที่แขวงคลองจั่น เขตบางกะปี กรุงเทพมหานคร

ในการจับกุมตรวจยึดของกลาง ได้แก่

1. อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน จำนวน 2 ซอง

2.เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 16 นัด

3.ยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 18 กรัม

4.ยาบ้าจำนวน 8 เม็ด

5.อุปกรณ์การเสพและจำหน่าย

โดยกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาบ้า ไอซ์ ) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ”

การเข้าจับกุมนี้ เนื่องจาก สืบนครบาล ได้ทำการติดตามจับกุมตัวนายธีรพล ผู้ต้องหาภายในซอยโพธิ์ปั้น แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ  ร.ต.อ.โสรชาติ  ดาวเรือง  รอง.สว.สส.2 บก.สส.บชน. กับพวก ติดตามเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐาน “โดยทุจริตหรือโดยหลอกหลวง นำเข้าสู่ซึ่งข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์” โดยบุคคลดังกล่าวเป็นผู้พักอาศัยอยู่บริเวณบ้านเลขที่ 580/152 ซอยโพธิ์ปั้น แยก 8ฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซุ่มดูอยู่บริเวณใกล้เคียง และพบบุคคลตามหมายจับปรากฎตัวอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวจริง และกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีน้ำเงิน-ดำ ออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมหยุดรถ พร้อมกับเร่งเครื่องยนต์ หลบหนีมุ่งหน้าไปยังท้ายซอยโพธิ์ปั้น แยก 8ฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตาม จนถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ (ท้ายซอยโพธิ์ปั้น แยก 14ฯ)  ผู้ต้องหาได้ประสบอุบัติเหตุ และรถจักรยานยนต์คันที่ผู้ก่อเหตุขับขี่มาได้ล้มลง จากนั้นผู้ต้องหาได้นำอาวุธปืนที่ติดตัวมา ชี้เล็งใส่ ร.ต.อ.โสรชาติ ได้นำอาวุธปืนที่ติดตัวมา ยิงขึ้นฟ้าจำนวน 1 นัด เพื่อหยุดผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุวิ่งหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ

ชุดสืบสวนได้ไล่ล่าเต็มรูปแบบเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นอันตรายต่อประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาพบตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ สาขา ถ.โชคชัย4 แยก 24 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ หลังจากนั้น ผู้ต้องหา ได้พาไปยังห้องพักห้อง อภิญญาเพลส ถ.โชคชัย4 ซอย 27 และนำตรวจค้น ซึ่งจากการตรวจค้นในห้องดังกล่าวพบ น.ส.ประภาดา อายุ 46 ปี  และน.ส.ธนาวรรณ อายุ 36 ปี อยู่อาศัย จึงจับกุมและนำตัวมาสืบสวนที่สืบนครบาลเพื่อดำเนินการต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหามีหมายจับบัญชีม้าเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าจับกุมได้ชักอาวุธปืนเล็งใส่ต่อสู้ขัดขวางการจับกุม ในที่สาธารณะ ถือเป็นอันตรายต่อประชาชนใกล้เคียงและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ น.1 ได้สั่งการให้ผมจัดชุดไล่ล่าจนสามารถจับกุมพร้อมของกลาง  ถือว่าเป็นบทเรียนในการจับกุมผู้ต้องหาไม่ว่าเป็นคดีใดๆ เราต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย


คลิปอีจันแนะนำ

ไทม์ไลน์ บุ้งทะลุวัง 107 วัน ในเรือนจำ