ยูเนสโก ยังไม่รองรับป่าแก่งกระจาน ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

ยูเนสโก ยังไม่รองรับป่าแก่งกระจาน ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

หลังมีการประชุมของ คณะกรรมการองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ครั้งที่ 43 เพื่อคัดเลือกสถานที่สำคัญ สวยงามและควรค่าแก่การอนุรักษ์ เพื่อประกาศให้เป็น มรดกโลกในปีนี้ ไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ถึงวันที่ 7 ก.ค.2562 ที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน

ภาพจากอีจัน
โดยมีรายชื่อสถานที่ที่ได้รับคัดเลือก จำนวน 1,092 แห่ง จาก 167 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี ป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่เข้ารับการพิจารณาให้เลือกเป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติด้วย
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน


เมื่อผลการคัดเลือกออกมา ที่ประชุมมีมติไม่รับรองป่าแก่งกระจาน ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีนี้ และให้กลับไปทำเอกสารเพิ่มเติมและส่งกลับมาพิจารณาใหม่ปี 2563 แม้ตลอด 3 วันที่ผ่านมา คณะผู้แทนไทย นำโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะเจ้าหน้าที่ไทย ได้พยายามชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เนื่องจากเป็นข้อกังวลของออสเตรเลียที่เป็น 1 ใน 6 ประเทศที่เข้ามาเป็นคณะทำงานพิจารณาหาข้อสรุปกลุ่มป่าแก่งกระจาน

ภาพจากอีจัน


สำหรับกลุ่มป่าแก่งกระจาน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ราชบุรี เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี รวมพื้นที่ 2,938,909.84 ไร่ ซึ่งประเทศไทยมีการผลักดันขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 มาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว

ภาพจากอีจัน


ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 43 นี้ว่า ที่ประชุมมีมติให้ส่งกลับเอกสาร (Refers) กลุ่มป่าแก่งกระจานของประเทศไทย ตามร่างข้อมติของคณะทำงาน 6 ประเทศ จากคณะกรรมการรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลก 21 ประเทศ โดยให้ไทยจัดทำเอกสารเพิ่มเติมที่มีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี รวม 3 ข้อ คือ

1. ให้ดำเนินการเรื่องขอบเขตระหว่างไทยและเมียนมา
2. ให้ทำข้อศึกษาเปรียบเทียบเกี่ยวกับขอบเขตพื้นที่ หลังปรับลดลงยังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามระเบียบข้อที่ 10 เรื่องความสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ในการขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกทางธรรมชาติ
3. ให้ไปทำข้อห่วงกังวลเรื่องชุมชนในพื้นที่ ถือเป็นการยกระดับการทำงานของไทยในหลายๆด้านที่ผ่านข้อท้วงติงและข้อกังวล ทั้งการแก้ปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ด้วยการดำเนินการสิทธิชุมชนผ่านกฎหมายใหม่ 2 ฉบับที่ประกาศใช้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และปรับลดขอบเขตการขึ้นทะเบียนมรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจานเข้ามาร้อยละ 15 หรือประมาณ 2 กิโลเมตร จากแนวเส้นสมมุติของแนวเขตแดนของไทยและเมียนมา ทำให้คลายความกังวลและตกลงกันได้แล้ว คาดว่า จะเร่งรวบรวมและทำข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดเสนอสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อนำเสนอคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาอีกครั้งปีหน้า

ภาพจากอีจัน


หัวหน้าคณะผู้แทนไทย กล่าวย้ำว่า ไทย ต้องขอขอบคุณอินโดนีเซีย จีน และเมียนมาที่มีบทบาทสำคัญบนเวทีมรดกโลกช่วยและสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่มาโดยตลอด พร้อมแสดงความคาดหวังว่าปีหน้าไทยจะประสบความสำเร็จขึ้นมรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจานได้

รอลุ้นใหม่ปี 2563 ขอให้ป่าแก่งกระจานของเราได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co