สองผัวเมียร้อง ติดใจลูกวัย 2 ขวบเศษตาย หลังพาเข้ารักษาที่ รพ.ประจำอำเภอ จ.ขอนแก่น

พ่อแม่เด็กชายวัย 2 ขวบ ติดใจการรักษาของหมอ รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น เชื่อ ทำลูกเสียชีวิต ตอนแรกบอกเป็นไข้ ไปๆมาๆบอกปอดติดเชื้อ จนเลยเถิดถึงตาย – ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่ง สสจ.ขอนแก่น ตรวจสอบ
สองผัวเมียร้อง ติดใจลูกวัย 2 ขวบเศษตาย หลังพาเข้ารักษาที่ รพ.ประจำอำเภอ จ.ขอนแก่น

(6 ส.ค. 62) เมื่อเวลา 17.00 น. นายสุริยา ศรีวันทา อายุ 32 ปี และนางสาว ลักษณ์สุดาพร ตะโก อายุ 27 ปี สองสามีภรรยา บ้านสระบัว ต.โนนแดง อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ร้องเรียนให้ผู้สื่อข่าวช่วยเป็นกระบอกเสียง เพราะอยากหาสาเหตุการตายของ ด.ช.นฤบดินทร์ ศรีวันทา หรือ น้องโอชิ วัย 2 ขวบเศษ หลังเสียชีวิตขณะพาเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลรัฐ แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 62 ที่ผ่านมา

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
นางสาว ลักษณ์สุดาพร เปิดเผยว่า น้องโอชิ อยู่กับคุณยายที่บ้าน ปกติสุขภาพแข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัวอะไร ส่วนตนและสามี ไปทำงานนอกบ้าน หลังเลิกงานก็จะกลับบ้านมาหาลูกทุกวัน
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 62 ก่อนที่ น้องโอชิ จะเสียชีวิต น้องโอชิ เป็นไข้ตัวร้อน ตนจึงพาไปหาหมอที่ รพ.ประจำอำเภอ คุณหมอก็ตรวจร่างกายให้และซักประวัติ ตนจึงเล่าให้หมอฟังว่า ก่อนหน้านี้ น้องโอชิ ตกเก้าอี้จึงปากแตก และถามหมอว่า ปากแตกมีแผลในปาก จะติดเชื้อหรือเป็นโรคมือเท้าปากหรือไม่ หมอรายดังกล่าวยืนยันว่า ลูกชายเป็นไข้ธรรมดาผลข้างเคียงที่เป็นแผลในปาก กินยาแก้ไข้ก็หาย ส่วนการติดเชื้อโรคมือเท้าปากนั้น ไม่มี หรือถ้าเป็น ก็ให้กินยาที่หมอให้ไป เชื้อโรคก็จะหายภายใน 7 วัน พร้อมแนะนำว่า ให้เช็ดตัวทุกครั้งที่ น้องโอชิ ตัวร้อน ถ้ามีไข้ขึ้นสูง ให้รีบส่ง รพ.
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน


หลังกลับจากหาหมอที่ รพ.ประจำอำเภอ ก็ให้ น้องโอชิ กินยาตามหมอแนะนำ กระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 3 ต่อเนื่องวันที่ 4 สิงหาคม 62 นองโอชิ มีอาการเหงื่อท่วมตัว เหนื่อย และตัวร้อน เช็ดตัวให้กินยาก็ไม่ดีขึ้น จึงรีบพาลูกชายส่งที่ รพ.ประจำอำเภออีกครั้ง หมอคนเดิมก็มาตรวจและซักประวัติ วัดความดัน ชั่งน้ำหนัก และบอกตนว่า ต้องพ่นยาเพราะลูกมีอาการเหนื่อยหอบ จากนั้นก็ได้ทำการเอกซเรย์ร่างกาย น้องโอชิ แล้วบอกว่า น้องโอชิ มีอาการปอดติดเชื้อ ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น เพราะที่นี่ ไม่มีหมอเฉพาะทาง

ภาพจากอีจัน


หลังหมอบอกแบบนี้ ตนก็เอะใจว่า น้องโอชิ ติดเชื้อได้อย่างไร พยายามถามหมอ แต่ก็ไม่มีคำตอบ ทั้งยังเจาะแขนขาลูก เพื่อจะเติมน้ำเกลือ แต่เจาะไม่ได้ จึงเจาะปลายนิ้วและบอกว่าเป็นการวัดน้ำตาลในเลือด และแจ้งว่าพบผลน้ำตาลในเลือดสูงถึง 480
ตอนนั้นหมอไม่ให้พ่อแม่อยู่กับลูกเลย แต่สามีตนไม่ยอม พยายามอยู่ใกล้ลูกให้มากที่สุด จนเห็นว่า น้องโอชิ มีอาการตาลอย สามีจึงเรียกชื่อลูก ลูกก็ยังมีสติเรียกหาพ่อ สามีเห็นท่าไม่ดี เลยตะโกนถามหมอว่า “ทำไมลูกชายอาการเป็นแบบนี้” แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ จากหมอ ซึ่งหมอ ก็เหมือนจะก็วิตกกังวล คุยโทรศัพท์เล่าอาการของ น้องโอชิ กับคนในสาย ตลอดเวลา

ภาพจากอีจัน


ช่วงที่ น้องโอชิ ถูกเจาะแขนและขาเพื่อให้น้ำเกลือนั้น รพ.ได้ปิดปะตูทางเข้าออกทั้งหมด ไม่ให้ตนและสามีเข้าไปดูอาการของลูก แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ของ รพ.เปิดออกมา สามีจึงรีบวิ่งสวนเข้าไป จนเห็นอาการผิดปกติของลูก แต่สามีก็ถูกไล่ออกมาอีก
แต่ครั้งนี้หมอให้สามีออกมาแจ้งว่า จะใส่ท่อช่วยหายใจให้ลูก ให้บิดามารดายินยอม ถ้าไม่ยินยอมลูกจะแย่กว่านี้ ตนจึงบอกสามีว่าไม่ยอมให้ใส่ท่อเด็ดขาด และพยายามหาทางเข้าไปดูลูกชายในห้องฉุกเฉิน
เมื่อเข้าไปได้ ก็พบว่าลูกถูกใส่ท่อในช่องปากเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับมีเลือดทะลักออกจากปากลูก และมีพยาบาลคอยดูดเสมหะ และเห็นลูกชาย ช๊อกหมดสติ ต่อหน้าต่อตา จึงถามหมอว่า “ทำไมทำแบบนี้ ไหนบอกว่าลูกชายไม่ได้เจ็บป่วยมาก และไหนว่าจะส่งต่อ รพ.ขอนแก่น ทำไมไม่ส่ง” หมอจึงบอกว่า “วันหยุดหมอใหญ่ไม่อยู่ ต้องรอหมอใหญ่เซ็นอนุมัติก่อนจึงจะส่งต่อได้” พร้อมทั้งไล่ให้ตนและสามีออกจากห้องฉุกเฉิน และล๊อกประตูอีกครั้ง

ภาพจากอีจัน


ไม่นานหมอและพยาบาลก็พากันเข็นลูกชายออกจากห้องฉุกเฉินพร้อมทั้งบอกว่าลูกชายอยู่ในภาวะวิกฤติต้องส่งต่อไปยังอีกโรงพยาบาลที่อำเภอใกล้ๆกัน ที่มีความพร้อมทางการแพทย์ และนำร่างลูกชายซึ่งเหมือนคนหมดสติและปั้มหัวใจ ตอนนั้นเห็นลูกชีพจรต่ำมาก ถูกเข็นใส่รถพยาบาล ส่งตัวไปยังอีก รพ.
เมื่อถึง รพ.แห่งใหม่ แพทย์ที่ รพ.แห่งใหม่ แจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว ช่วยไม่ทัน จึงทำเรื่องรับศพลูกออกจาก รพ.กลับมาที่บ้าน ซึ่งหมอที่ รพ.แห่งใหม่ ออกใบรับรองการตายว่า ปอดติดเชื้อ

ภาพจากอีจัน


ขณะที่ นายสุริยา พ่อของน้องโอชิ กล่าวว่า ลูกชายป่วยเป็นไข้ธรรมดา ไปหาหมอที่ รพ. ตอนแรก ก็บอกว่าเป็นไข้ธรรมดา ไม่ติดเชื้อใดๆ แต่เมื่อลูกมีอาการไข้ขึ้นก็พาไป รพ. ทำตามคำแนะนำของแพทย์ทุกอย่าง แต่ทำไม หมอไม่มีคำตอบว่า ลูกชายป่วยเป็นอะไร และที่หมอบอกว่าปอดติดเชื้อ ก็น่าจะบอกได้ว่า เกิดจากสาเหตุใด จะส่งต่อไปที่ รพ.ขอนแก่น ตั้งแต่เช้าแต่จนจะเที่ยงก็ยังไม่ได้ส่ง เมื่อลูกชายเสียชีวิต ก็ยังไม่มีคำตอบจาก รพ.และ ก็ไม่บอกว่า ลูกชายตายเพราะอะไร
ถ้าเป็นไปได้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ย้ายแพทย์หญิงรายนี้ออกจาก รพ.แห่งนี้ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ จะได้ไม่มีลูกหลานใครต้องตายแบบลูกชายตนอีก
โดยส่วนตัวและภรรยารวมถึงญาติพี่น้อง จะยังไม่เผาศพลูกชายจนกว่าจะได้คำตอบจาก รพ.ว่า ลูกชายตายด้วยสาเหตุใด ถ้าปอดติดเชื้อ ติดจากสาเหตุใด ทั้งที่หมอบอกว่าลูกชายป่วยเป็นไข้ธรรมดา ไม่มีโรคหรือติดเชื้อรุนแรง
เชื่อว่าแพทย์หญิงรายนี้ไม่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาผู้ป่วย หรืออาจจะเป็นแพทย์จบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ จึงไม่ควรจะมาแลรักษาผู้ป่วย เพราะการสูญเสียลูกชายครั้งนี้ เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ไม่สามารถจะตีค่าความเสียหายได้ เพราะไม่มีสิ่งใดมาทดแทนชีวิตลูกชายตนได้อีก และจะเดินหน้าร้องเรียนการทำงานของแพทย์รายนี้ไปยัง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น (สสจ.ขอนแก่น) และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นด้วย

ซึ่งหลังจากรับศพลูกชายออกจาก รพ. จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนศิลา เพื่อให้มีการตรวจสอบการทำงานของผู้เกี่ยวข้องเพราะครอบครัวติดใจการตายของน้องโอชิ และร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ให้มีการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการดูแลรักษาผู้ป่วยของแพทย์หญิง รพ.ประจำอำเภอแห่งนี้ด้วย
ด้าน นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รพ.ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ สสจ.ขอนแก่น โดยจะให้ทำการตรวจสอบถึงเรื่องที่ถูกร้องเรียน เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง ส่วนการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆ มีขั้นตอนอย่างไร จะให้ สสจ.ขอนแก่น รายงานให้ทราบตามลำดับต่อไป

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co