ปปป.รวบอดีตผู้จัดการแบงค์ – ผู้ใหญ่บ้าน หลอกชาวบ้าน ก่อนเชิด 40 ล้าน หนี

ตร.ปปป. จับกุมอดีตผู้จัดการธนาคาร และอดีตผู้ใหญ่บ้าน หลังร่วมมือกันหลอกให้ชาวบ้านกู้เงิน ก่อนเชิดเงินกว่า 40 ล้านหนีหาย

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 67 พ.ต.อ. ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปปป. (กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ) ได้นำกำลังเข้าจับกุมอดีตผู้จัดธนาคาร และ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หลังทั้งสองร่วมมือกันหลอกลวงฉ้อโกงชาวบ้าน สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท 

สืบเนื่องจากระหว่างปี พ.ศ 2555-2559 ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ รายแรก เป็นอดีตผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก และได้มีชาวบ้านรวมกันเป็นกลุ่มเพื่อมาขอกู้เงินนำไปพัฒนาองค์กรชุมชนตามโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาชนบท แบบรายกลุ่มและนอกจากนั้นยังสามารถกู้เป็นในส่วนของรายบุคคลได้ โดยร่วมมือผู้ต้องหาายที่สองซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ต.แก่งโสภา โดยให้ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่เป็นผู้หาลูกค้าที่เป็นชาวบ้านในชุมชนของตนเอง เพื่อมากู้เงินนำไปพัฒนาชุมชน ชาวบ้านบางคนก็มีสิทธิ์ที่จะกู้ได้บางคนก็ไม่มีสิทธิ์ แต่ได้ทำการหลอกลวงชาวบ้านว่า

หากต้องการที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องกู้เงินให้ได้มียอดเยอะๆ โดยขอส่วนแบ่ง เป็นเงินกู้ครึ่งหนึ่งและจะช่วยผ่อน หากทำตามนี้จะได้รับการอนุมัติเงินกู้อย่างง่ายๆ แต่สุดท้าย เมื่อได้ครึ่งหนึ่งของเงินกู้ตามที่ชาวบ้านร้องขอไปแล้วกลับเชิดเงินหนี รวมยอดความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท ต่อมาชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายได้รวมตัวกันเพื่อเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ลาออกและหลบหนีหายไป 

จากการลงพื้นที่ของ ตร.ปปป. (กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ) สืบทราบว่า อดีตผู้จัดธนาคารหลบหนีมากบดานเปิดแผงพระเครื่องย่านรังสิต ส่วนอดีตผู้ใหญ่บ้าน หนีไปเป็น รปภ.ตามบริษัทต่างๆ ใน จ.ฉะเชิงเทรา จึงนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา โดยทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่าทำจริง และรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 6 จังหวัดพิษณุโลก และยังไม่เคยถูกจับมาก่อน  

พ.ต.อ.ศานุวงษ์ ผกก.4 บก.ปปป. เผยว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น อดีตผู้ใหญ่บ้านแก่งโสภา ชื่อ นาย ทองสุข(สงวนนามสกุล ) รับว่า ตนได้ร่วมมือกับอดีตผู้จัดการธนาคารสีชมพูแห่งหนึ่ง ชื่อ นาย มงคล (สงวนนามสกุล) หาลูกค้าเป็นชาวบ้านในชุมชนตัวเอง มาเพื่อกู้เงินในโครงการพัฒนาองค์กรชุมชน โดยสามารถกู้เงินจากธนาคารได้ ทั้งแบบกลุ่ม และแบบรายบุคคล โดยอ้างเหตุจูงใจว่า หากชาวบ้านท่านใดที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะกู้เงินตามโครงการ แต่ต้องการจะกู้ ให้เขียนยอดกู้เผื่อตนกับผู้จัดการธนาคารเพิ่มอีกเท่าตัวของจำนวนเงินที่ตั้งใจไว้ และรับปากว่า จะช่วยผ่อนชำระเพื่อให้ชาวบ้านคนนั้น ๆ ได้รับเงินไปใช้ก่อนตามจำนวนที่ต้องการ

แต่สุดท้าย ตนเหมือนถูกผู้จัดการธนาคารหลอกใช้ อ้างว่า นอกจากตนจะไม่ได้ส่วนแบ่งแล้ว ยังมาถูกดำเนินคดี มีหมายจับติดตัวอีก ส่วนตัวตามหาผู้จัดการอยู่ตลอด แต่ติดต่อไม่ได้ ในส่วนของ นายมงคล(สงวนนามสกุล) อดีตผู้จัดการธนาคาร ให้การรับสารภาพว่า ทำจริง แต่ก็ไม่ได้อยู่สบาย เพราะถูกดำเนินคดีอื่นๆ อีกหลายคดี ยึดทรัพย์จนหมดตัว หลบหนีมาขายพระเครื่องย่านรังสิต-ฟิวเจอร์พาร์ค หากินไปวัน ๆ และไม่ติดต่อกับใครหรือกลับบ้านเกิดแต่อย่างใด 

เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อหา นายมงคล อดีต ผจก.แบงค์ ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, ฐานเป็นพนักงานใช้อำนาจในหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ส่วน นายทองสุข อดีต ผญบ.แจ้งข้อหา ว่ากระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนพนักงาน 

อย่างไรก็ตามพฤติการณ์ดังกล่าวนี้อาจเกิดอยู่ในหลายหน่วยงานที่ยังไม่ได้ตรวจสอบอย่างจริงจัง หรือมีการกระทำเป็นลักษณะขบวนการที่แนบเนียน อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่ง บก.ปปป. 

จึงขอฝากประชาสัมพันธ์หากพบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่สายด่วน กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) 


คลิปอีจันแนะนำ

นาทีแหม่มฝรั่งเศส เขียนสั่งลา ก่อนยกทรัพย์สินให้แม่บ้านคนสนิท