ส่ง 11 ศพ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ

กู้ภัยฮุก 31 ส่ง 11 ศพ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ก่อนส่งคืนญาติ
ส่ง 11 ศพ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ

จากเหตุการณ์ ไฟไหม้รถตู้โดยสาร รับส่งผู้โดยสารจากอำนาจเจริญมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 66 เวลาประมาณ 21.30 น.เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 11 ราย รอด 1 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นาทีชีวิต ไฟไหม้รถตู้ กลางถนนมิตรภาพ หนึ่งชีวิตรอดตายหวิด
ส่ง 11 ศพ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบซากรถเบื้องต้น ไม่พบความผิดปกติของถังแก๊สที่ติดตั้ง ร่อยรอยการเฉี่ยวชน การเบรกกระทันหัน จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ได้ แต่คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากน้ำมันรั่วเพราะรถพลิกคว่ำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คาดรถเสียหลัก พลิกคว่ำ น้ำมันรั่ว ทำไฟไหม้รถตู้โดยสาร
ส่ง 11 ศพ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ

ทั้งนี้ยังไม่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งคืนญาติ เนื่องจากไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า ร่างไหนเป็นใคร ชื่ออะไร เพราะถูกไฟไหม้ร่างดำเป็นตอตะโก จึงต้องทำการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเสียก่อน จึงนำส่งญาติต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่ง 11 ร่าง ตรวจพิสูจน์ รพ.นิติเวชตำรวจ ยืนยันอัตลักษณ์
ส่ง 11 ศพ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ

ล่าสุดวันนี้ (23 ม.ค. 66) เวลา 09.30 น. ที่ โรงพยาบาลสีคิ้ว จ.นครราชสีมา นำโดย นายบรรพรต เกิดแก้ว เจ้าหน้ากู้ภัยฮุก31 นครราชสีมา หัวหน้าชุดที่นำร่างของผู้เสียชีวิตไปส่งยัง โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งทางมูลนิธิฮุก31 นครราชสีมา ได้นำรถพยาบาลฉุกเฉินทั้งหมด 5 คันรถไปรอรับร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ราย จากอุบัติเหตุดังกล่าว เพื่อทยอยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไป พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่ สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ

ซึ่งมีผู้เสียชีวิตดังนี้

กลุ่มที่ 1 คนขับรถตู้โดยสาร 1 ราย

กลุ่มที่ 2 ผู้โดยสารผู้ใหญ่ 8 ราย

กลุ่มที่ 3 ผู้โดยสารเด็กเล็ก 2 ราย (ผู้หญิงอายุ 7 ขวบ เด็กผู้ชายอายุ 6 ขวบ)

โดยทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งไปยังญาติของผู้เสียชีวิตทุกรายให้เดินทางไปพร้อมกับร่างของผู้เสียชีวิต เพราะเมื่อไปถึง สถาบันนิติเวช ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการ เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับร่างผู้เสียชีวิตแต่ละราย และเมื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว ทางญาติก็สามารถรับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลได้ทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลให้แล้วเสร็จไวที่สุด

อีจีนมีโอกาสได้คุยกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายสุทธิวัส อายุ 56 ปี เล่าว่า ช่วงตรุษจีน ภรรยาของตนขอกลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าแม่ซึ่งโดยปกติแล้วเธอไม่เคยทำ และยังไม่บอกคนในหมู่บ้านคล้ายจะสั่งเสียว่า "หากเธอเป็นอะไรไปฝากดูแลแม่ด้วยนะ" หลังจากนั้นเธอก็จากไปจริงๆ ในอุบัติเหตุครั้งนี้

นายสุทธิวัส เล่าเพิ่ม ตนยังติดใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น สาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ รถตัดหน้า หรือว่าคนขับหลับใน อยากให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้เต็มที่ แล้วออกมาชี้แจงความจริง รับผิดชอบสิ่งที่เกิดให้ความเป็นธรรมกับคนที่สูญเสียด้วย

ส่วนในเรื่องของทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตนั้น ทางญาติได้ติดต่อขอรับคืนไปแล้ว แต่หากมีทรัพย์สินใดที่ยังสูญหาย หรือหาไม่พบ ก็สามารถเข้าไปที่ สภ.สีคิ้ว แจ้งกับเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้ติดตามหาทรัพย์สินมาคืนให้กับทางญาติได้ต่อไป

ทั้งนี้หลังร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ราย ได้รับการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้ว ลุงอู๊ด ประธานมูลนิธิเพชรเกษม จะดำเนินการจัดรถไว้รอรับญาติของผู้เสียชีวิตที่จังหวัดอำนาจเจริญเพื่อเดินทางมาที่ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากต้องเซ็นรับร่างของผู้เสียชีวิตก่อนนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนโลงที่ใช้สำหรับบรรจุศพนั้นลุงอู๊ดจะขอเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด รวมถึงรถห้องเย็นที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายร่างเพื่อที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปส่งที่ จังหวัดอำนาจเจริญด้วย

อย่างไรก็ตามในเรื่องของคดี ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอุบัติเหตุเกิดจากอะไรหรือเป็นความประมาทของใคร ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อนจะสรุปสำนวนคดี

ซึ่งหากพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ ซึ่งผู้ขับขี่ก็ได้เสียชีวิตลงในที่เกิดเหตุ ในทางกฎหมายก็ถือว่าการดำเนินคดีในส่วนนี้ต้องจบตามไปด้วย

คลิปอีจันแนะนำ
นาทีชีวิต ของผู้รอดชีวิต ไฟไหม้รถตู้โดยสาร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
logo
อีจัน
www.ejan.co