สภาพอากาศวันนี้ 2 ธ.ค.66 อากาศยังไม่หนาวแถมมีฝนรบกวน

สภาพอากาศวันนี้ 2 ธ.ค.66 กรมอุตุนิยมวิทยา เผย อากาศยังไม่หนาวแถมมีฝนรบกวน ยาวถึง 11 ธ.ค.66

เมื่อคืนหลายพื้นที่ฝนเทกระหน่ำ จนทำให้สับสนงงงวยว่านี่ ฤดูหนาวแน่นะวิ

มาดูกันว่าเมื่อไหร่จะหนาวแบบไร้ฝน!

วันนี้ (2 ธ.ค.66) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ฝนสะสมรายวัน ทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 2-11 ธ.ค.66 ระบุว่า ธันวาคมแล้ว อากาศบ้านเรายังไม่หนาวแถมยังมีฝนรบกวน

โดยช่วง 2-5  ธ.ค.66 มวลอากาศเย็นยังปกคลุมประเทศไทยตอนบน  แต่มีกำลังอ่อนลงบ้าง (มวลอากาศเย็นส่วนใหญ่ยังแผ่ลงทะเล) อากาศอุ่นขึ้น  ตอนเช้าอากาศเย็น มีหมอก มีฝนได้บางแห่ง ส่วนภาคใต้ยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักมีแนวโน้มจะเริ่มลดลง ยังมีฝนปานกลางเป็นส่วนใหญ่ คลื่นลมเริ่มมีกำลังอ่อนลงบ้าง

ช่วง 6-11 ธ.ค.66 มีมวลอากาศเย็นอีกระลอกที่จะแผ่เสริมลงมา แต่กำลังไม่แรง อาจจะทำให้อากาศเย็นๆ บริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน และอาจมีฝนเกิดขึ้นได้ในช่วงแรกๆ ในภาคเหนือ ช่วงวันที่ 6-7 ธ.ค.66 สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องได้ ส่วนใหญ่ เป็นฝนปานกลาง สลับกับฝนตกหนักได้บางวัน ในช่วงที่มวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุม หลังวันที่ 8 ธ.ค.66 ฝนภาคใต้ถึงจะลดลง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ภายใต้เงื่อนไขของปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้สภาวะฝนและพายุเปลี่ยนแปลงไป

สภาพอากาศแบ่งตามภาค ดังนี้

ภาคเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย

อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีลมแรง และมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม

อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีลมแรง และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1–2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง  

บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีลมแรง และมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

อากาศยังคงเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ดูแลสุขภาพกันด้วยยนะคะ