ด่วน! อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง “ทักษิณ” ผิด ม.112 – พ.ร.บ.คอมพ์

อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง “ทักษิณ” ผิด ม.112 – พ.ร.บ.คอมพ์ นัดเจ้าตัวมายื่นฟ้องต่อศาล 18 มิ.ย.นี้ เหตุยื่นเลื่อนนัดเพราะติดโควิด

วันนี้ (29 พ.ค. 67) เวลา 09:30 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการประจำจังหวัดสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และ นายวิพุธ บุณประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 แถลงข่าวคำสั่งคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ

นายประยุทธ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 21 พ.ค.68 ที่กรุงโซล สาธารณะเกาหลี (เกาหลีใต้) และประเทศไทยเกี่ยวพันกัน เนื่องจากคดีนี้เป็นความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักร จึงเป็นคดีอยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี โดยในชั้นแรก นายทักษิณ หลบหนียังไม่ได้ตัวมาทำการสอบสวน ร.ต.ต. พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดในขณะนั้นพิจารณาสำนวนโดยตลอดแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 19 ก.ย.59 ว่าเห็นควรสั่งฟ้องนายทักษิณ ตามข้อกล่าวหา

ต่อมา นายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และถูกควบคุมตัวไว้ในคดีอื่น และในวันที่ 17 ม.ค.67 อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และคณะร่วมกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมกับพฤติการณ์ และข้อเท็จจริงทางคดีนี้ให้กับนายทักษิณ ทราบแล้ว ปรากฏว่า ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมกับยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด และต่อมานายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสด ได้มีคำสั่งสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมครบถ้วนแล้วพร้อมได้ส่งบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเพิ่มเติมให้กับอัยการสูงสุดพิจารณา

บัดนี้ อัยการสูงสุดได้ตรวจพิจารณาสำนวน และมีคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม2519 ข้อ 1 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14(3) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

มาตรา 8

อย่างไรก็ตาม พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้อง นายทักษิณ ต่อศาลได้ เนื่องจากนายทักษิณ ไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิ.ย.67 เวลา 09:00 น. พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าป่วยเนื่องจากติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงาน และสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. – 3 มิ.ย.67 ซึ่งนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขอเลื่อนคดีมีการอ้างการป่วยเพราะติดโควิด โดยหมอให้พักเพื่อสังเกตอาการ ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2567 จึงอนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 เพื่อนัดให้พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตรมาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันดังกล่าวต่อไป

ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เปิดเผยหลังอัยการแจ้งผลในคดีดังกล่าวโดยยืนยันว่านายทักษิณ ชินวัตร มีอาการป่วยจากโรคโควิด 19 จริง โดยได้รับการแจ้งจากนายทักษิณว่ามีอาการไข้ขึ้น 38 องศาเซลเซียส เจ็บคอ และจากการพูดคุยโทรศัพท์พบว่ามีอาการเสียงแหบ อีกทั้งยังมีการยื่นใบรับรองแพทย์ซึ่งได้รับการตรวจจากสถาบันซึ่งมีใบประกอบวิชาชีพและใบประกอบโรคศิลป์ แต่ไม่ยอมเปิดเผยว่าเป็นโรงพยาบาลหรือสถาบันการแพทย์ของรัฐหรือเอกชน แต่ยืนยันหนักแน่นว่าเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือและอัยการนำไปพิจารณาจนอนุญาตให้เลื่อนการสั่งฟ้องดังกล่าว ซึ่งหลังจากได้ใบรับรองแพทย์แล้วก็นำมายื่นต่ออัยการในช่วงบ่ายเมื่อวานนี้

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องของความประจวบเหมาะในวันที่จะมีคำสั่งคล้องจากอัยการพอดีนั้นเรื่องนี้มองว่าทุกคนสามารถที่จะคิดและเชื่อแบบนั้นได้ ไปหาดูจากภารกิจของลูกความจะเห็นได้ว่ามีการลงพื้นที่ไปทำภารกิจที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งพบปะบุคคลเป็นจำนวนมากและอาจติดเชื้อจากในช่วงเวลานั้นได้ ซึ่งความสงสัยห้ามไม่ได้แต่ยืนยันได้ว่าเป็นไปตามเอกสารทางการแพทย์ที่ออกมา

ส่วนหลังจากนี้จะมีการร้องขอความเป็นธรรมให้ตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆที่มีในสำนวนอีกหรือไม่ เรื่องนี้ทนายความชี้แจงว่าต้องปรึกษานายทักษิณและทีมกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ตนเองมองว่าพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนและอัยการจะใช้ในคดีมีความน่าสงสัยหลายอย่างทั้งเรื่องคลิปวีดีโอที่ใช้เป็นพยานหลักฐานมองว่าอาจมีการตัดต่อและคลิปที่ถูกนำมาแจ้งความก็เป็นคลิปที่นำมาโดยทหารซึ่งในขณะนั้นมีการรัฐประหารเกิดขึ้นจึงมองว่าอาจเกิดความไม่เป็นธรรมและอาจมีการตัดต่อคลิปได้ ส่วนคลิปต้นฉบับยืนยันว่าตนเองทราบว่ามีคลิปต้นฉบับอยู่ที่ใด แต่เหตุใดพนักงานสอบสวนหรืออัยการจึงไม่ได้นำคลิปดังกล่าวมาประกอบในสำนวนคดี อีกครั้งการสอบสวนคดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรตั้งคำถามกลับไปว่ามีการสอบสวนหรือสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องนอกราชอาณาจักรหรือยังโดยเฉพาะสื่อมวลชนในประเทศเกาหลีซึ่งขณะนี้ยังคงทำการตามปกติและสามารถขอข้อมูลต้นฉบับหรือสอบปากคำผู้ที่อยู่ร่วมในการสัมภาษณ์วันนั้นได้

ส่วนในวันที่ 18 มิถุนายนนี้นายทักษิณจะมาพบอัยการตามคำสั่งหรือไม่ยืนยันว่านายทักษิณต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหากไม่มีเหตุขัดข้องใดก็จะมาซึ่งตามสิทธิ์แล้วนายทักษิณต้องมาแต่หากมาไม่ได้ก็ต้องดูว่ามีเหตุจากอะไร ส่วนในวันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์มาประกันตัวนายทักษิณในชั้นศาลแล้วและในการนัดครั้งต่อไปก็จะเตรียมหลักทรัพย์มาประกันตัวด้วยเช่นเดียวกัน


22 ปี เส้นทางชีวิต “ทักษิณ ชินวัตร” สู่นักโทษคดีอาญา