แว่นท็อปเจริญ สานต่อน้ำใจโครงการแว่นตาเพื่อน้องลงพื้นที่เมืองเพชรบูรณ์

น้ำใจภาคเอกชน…ห้างแว่นท็อปเจริญ ร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กสภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “โครงการแว่นตาเพื่อน้อง” ลงพื้นที่ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นให้ดวงตาน้อง ๆ พื้นที่ อ.ชนแดน เมืองเพชรบูรณ์

ห้างแว่นท็อปเจริญ ร่วมกับ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย สานต่อ “โครงการแว่นตาเพื่อน้อง” ลงพื้นที่จัดกิจกรรมตรวจวัดสายตา ตรวจสุขภาพดวงตา และประกอบแว่นใหม่ฟรีให้แก่น้องๆ ที่ประสบปัญหาด้านสายตาและขาดแคลนในพื้นที่อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดสายตาครบครันได้มาตรฐานจากห้างแว่นท็อปเจริญ เพื่อมอบแว่นตาคุณภาพที่เหมาะสมกับค่าสายตาของเด็กๆ ไว้ใช้ในการเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เมื่อวันก่อน (25 ม.ค) ที่หอประชุมอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ห้างแว่นท็อปเจริญ ร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จัดกิจกรรมตามโครงการ “แว่นตาเพื่อน้อง” เพื่อให้เด็กๆ ในท้องถิ่นชนบทได้มีโอกาสตรวจวัดสายตา ตรวจสุขภาพดวงตา และประกอบแว่นใหม่ที่ถูกต้องตรงตามค่าสายตาของเยาวชน ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางวาสนา ธีรนิติ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ กรรมการบริหาร ห้างแว่นท็อปเจริญ ได้นำคณะให้การต้อนรับ และกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเยาวชนเข้ารับบริการตรวจวัดสายตาทั้งหมดจำนวน 342 คน มีค่าสายตาจำนวน 153 คน

นพ.นพวุฒิ กล่าวว่า โครงการแว่นตาเพื่อน้อง ทางเราร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ทำกรตรวจวัดสายตา-ตรวจสุขภาพดวงตา และประกอบแว่นใหม่ที่ถูกต้องตรงตามค่าสายตาของเยาวชน โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาและเครื่องมือได้มาตรฐานจากห้างแว่นท็อปเจริญเพื่อช่วยเหลือน้องๆ ที่ประสบปัญหามองเห็นไม่ชัด โดยโครงการแว่นตาเพื่อน้องได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 58 จนถึงปัจจุบัน เฉลี่ยครั้งละ 500 คน มีเป้าหมายในการช่วยเหลือเด็กๆ ที่มีปัญหาด้านสายตาที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ห่างไกล และเด็กที่ขาดแคลนทั่วประเทศให้ได้จำนวนกว่า 30,000 คนให้มีสุขภาพตาที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งยังเพื่อการพัฒนาการศึกษาของเด็กไทยจากการมองเห็นที่ชัดเจนอีกด้วย

นอกจากนี้ยังพบปัญหาทางด้านสายตาในเด็กไทยที่มีอายุระหว่าง 5 – 18 ปี คือ ปัญหาสายตาสั้นเทียม โรคตาขี้เกียจ และโรคตาเข/ตาเหล โดยปัญหาเหล่านี้พบบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่ใช้สายตาในการมองระยะใกล้มากขึ้น ทั้งการอ่านหนังสือ การสัมผัสกับเทคโนโลยี หรือทำกิจกรรมในบริเวณที่แสงน้อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสายตา และการศึกษาของเยาวชนโดยตรง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องโรคตาขี้เกียจ ที่มักพบในเด็กเล็กช่วงวัยเตรียมเข้าโรงเยน โดยโรคดังกล่าวทำให้พัฒนาการทางสมองส่วนการมองเห็นไม่สมบูรณ์ และเป็นผลทำให้ความสามารถในการมองเห็นสิ้นสุดลงจนอาจเป็นโรคตาเขในระยะยาว

“เราเล็งเห็นความสำคัญจึงประสานงานกับมูลนิธิสงเคราห์เด็กของสภากาชาดไทย เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยครั้งต่อไปจะจัดกิจกรรมในพื้นที่อ.ภูเรือ จ.เลย เราเชื่อว่าสายตาที่ดี คือส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิต จึงปรารถนาให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพตาที่ดีใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” นพ.นพวุฒิกล่าว.